Elon Musk ขึ้นแท่นพนักงานพิเศษของรัฐบาลทรัมป์ มีอำนาจปรับลดจำนวนข้าราชการได้เลย

ตั้งแต่ช่วงหาเสียงจนถึงวันที่ Donald Trump ก้าวขึ้นเป็นประธานาธิบดี เรามักเห็น Elon Musk อยู่ใกล้ชิดกับเขาเสมอ ล่าสุดทำเนียบขาวยืนยันแล้วว่า Musk ได้รับตำแหน่ง "พนักงานพิเศษของรัฐบาล" (Special Government Employee) โดยได้รับมอบหมายให้เป็นหัวหน้าของ "กระทรวงประสิทธิภาพรัฐบาล" (Department of Government Efficiency - DOGE) หน่วยงานที่มีเป้าหมายหลักคือ ปรับลดจำนวนข้าราชการ เพื่อลดภาระงบประมาณของรัฐบาล

โดยตำแหน่งใหม่ในรัฐบาลนี้ทาง Musk เผยว่าเขานอนในสำนักงานของ DOGE ซึ่งตั้งอยู่ที่ อาคาร Eisenhower Executive Office เพื่อให้ทำงานได้อย่างเต็มประสิทธิภาพ นี่เป็นแนวทางเดียวกับที่เขาเคยใช้ที่ Tesla เพื่อเร่งการผลิตรถยนต์ไฟฟ้า

เอกสิทธิ์พิเศษที่ Elon Musk ได้ในการทำงานให้รัฐบาลสหรัฐฯ

  1. รับตำแหน่งพิเศษในรัฐบาล แต่ยังคงเป็นซีอีโอของ Tesla และ SpaceX: ปกติแล้ว ผู้บริหารของบริษัทใหญ่ที่เข้ารับตำแหน่งในรัฐบาลมักต้องลาออกจากบริษัทเอกชน เพื่อลดปัญหาผลประโยชน์ทับซ้อน แต่ Musk ได้รับอนุญาตให้ทำงานทั้งสองฝั่งได้พร้อมกัน
  2. ไม่มีเงินเดือนจากรัฐบาล และอาจไม่ต้องเปิดเผยข้อมูลการเงิน: กฎหมายจริยธรรมของกระทรวงยุติธรรมสหรัฐฯ กำหนดให้ พนักงานรัฐบาลต้องเปิดเผยข้อมูลทางการเงิน หากการตัดสินใจของพวกเขาส่งผลต่อธุรกิจเอกชน แต่ข้อบังคับนี้ใช้กับพนักงานที่ ได้รับเงินเดือนจากรัฐบาลและทำงานเกิน 60 วัน ซึ่งยังไม่ชัดเจนว่า Musk เข้าข่ายต้องเปิดเผยข้อมูลทางการเงินหรือไม่
  3. ทำงานเพียง 130 วันต่อปี: ตำแหน่งพนักงานพิเศษของรัฐบาล จำกัดให้ทำงานได้เพียง 130 วันต่อปี

อำนาจของ Musk ในรัฐบาลทรัมป์

Musk สามารถเข้าถึง ระบบจ่ายเงินของกระทรวงการคลัง ซึ่งเกี่ยวข้องกับเงินจำนวนกว่า 6 ล้านล้านดอลลาร์สหรัฐฯ หรือราว 202 ล้านล้านบาท โดยเงินเหล่านี้ครอบคลุมถึงการจ่ายเงินเดือนข้าราชการและสวัสดิการประกันสังคม ผู้เชี่ยวชาญมองว่า ทรัมป์มอบอำนาจระดับสูงให้กับมัสก์ เทียบเท่ากับการให้ "กุญแจสู่ขุมทรัพย์ของรัฐบาล"

เมื่อวันจันทร์ที่ผ่านมา Musk ประกาศว่า USAID (หน่วยงานเพื่อการพัฒนาระหว่างประเทศของสหรัฐฯ) ซึ่งให้เงินช่วยเหลือต่างประเทศปีละ 6.5 พันล้านดอลลาร์สหรัฐฯ จะถูกยุบ โดยทีมงานของ DOGE (หน่วยงานที่ Musk ดูแล) พยายามเข้าถึงข้อมูลลับของ USAID แต่ถูกเจ้าหน้าที่รักษาความปลอดภัยของหน่วยงานขัดขวาง

เมื่อ Musk ได้รับแจ้งเรื่องนี้ เขาขู่ว่าจะเรียกหน่วยมาร์แชลล์ของสหรัฐฯ (U.S. Marshals Service) ซึ่งเป็นหน่วยบังคับใช้กฎหมายของรัฐบาลกลาง เพื่อช่วยให้ทีมของเขาสามารถเข้าถึงข้อมูลดังกล่าวได้

แม้ว่ามัสก์จะได้รับอำนาจมากในรัฐบาลทรัมป์ แต่เขายังต้องได้รับการอนุมัติจากทรัมป์ในเรื่องสำคัญๆ

Trump ย้ำว่า "Elon Musk จะทำได้ก็ต่อเมื่อเราอนุญาต และเราจะอนุญาตในกรณีที่เหมาะสม หากไม่เหมาะสม เราจะไม่อนุญาต" เพื่อแสดงให้เห็นว่า Musk ไม่ได้มีอำนาจเบ็ดเสร็จและทุกการตัดสินใจใหญ่ต้องผ่านการพิจารณาของTrump ก่อน

อ้างอิง: fortune

ลงทะเบียนเข้าสู่ระบบ เพื่ออ่านบทความฟรีไม่จำกัด

No comment

RELATED ARTICLE

Responsive image

ทำไมฮ่องกงถึงกลายเป็นเบอร์ 3 แห่งโลกการเงิน เมื่อตลาดทุน + การเชื่อมจีนกับโลก + กฎ+ AI for Finance รวมตัวกันเป็นความได้เปรียบที่เมืองอื่นลอกได้ยาก

Techsauce มีโอกาสเดินทางไปร่วมงาน Asian Financial Forum 2026 ที่ฮ่องกง เพื่อหาคำตอบกับคำถามที่น่าสนใจมากข้อหนึ่งว่า ในโลกที่ศูนย์กลางการเงินแข่งขันกันดุเดือดขึ้นทุกปี ทำไมฮ่องกงยัง...

Responsive image

รู้จัก ‘Nemotron 3 Super’ Open Source ล่าสุดจาก NVIDIA โมเดล AI สำหรับระบบ Agentic Reasoning ประมวลผลเร็วกว่ารุ่นเดิม 5 เท่า

ทำความรู้จัก ‘Nemotron 3 Super’ โมเดล AI โอเพนซอร์สใหม่ล่าสุดที่ใช้สถาปัตยกรรมลูกผสม ประมวลผลเร็วขึ้น 5 เท่า ความจำระดับ 1 ล้านหน่วยคำ ตอบโจทย์การสร้างปัญญาประดิษฐ์อัตโนมัติ...

Responsive image

Microsoft เปิดตัว ‘Copilot Health’ AI สรุปข้อมูลสุขภาพ วิเคราะห์ข้อมูลจากผลตรวจสุขภาพ และ Smartwatch ปลอดภัยสูง ข้อมูลไม่ถูกนำไปเทรน AI

Microsoft เปิดตัว Copilot Health ผู้ช่วย AI อัจฉริยะที่รวบรวมข้อมูลจาก Wearable และประวัติการรักษา เพื่อวิเคราะห์และสรุปผลสุขภาพอย่างปลอดภัย ช่วยเตรียมความพร้อมก่อนพบแพทย์ พร้อมมาต...