
Casino Del Sol Stadium คืนวันที่ 15 พฤษภาคม 2026 บัณฑิตใหม่ของ University of Arizona ลุกขึ้นโห่ Eric Schmidt อดีต CEO ของ Google ขณะที่เขายืนอยู่บนเวทีพิธีรับปริญญา และพยายามจะพูดถึงปัญญาประดิษฐ์ (AI) เสียงโห่ดังขึ้นเรื่อย ๆ จนต้องหยุดพูดเป็นจังหวะ ก่อนที่เขาจะกล่าวกลับไปกลางเสียงผู้ฟังว่า "ผมรู้ว่าหลายคนรู้สึกอย่างไรเรื่องนั้น ผมได้ยินพวกคุณ"
ภาพบัณฑิตโห่ผู้พูดที่เป็นถึงอดีตหัวเรือใหญ่ของบริษัทเทคยักษ์ใหญ่ระดับโลก สะท้อนความไม่พอใจของคน Gen Z รุ่นใหม่ที่กำลังจะก้าวเข้าสู่ตลาดแรงงาน ในวันที่ตำแหน่งงาน entry-level ถูก AI เข้ามาแทนที่ และข้อกล่าวหาเรื่องความประพฤติส่วนตัวของผู้พูดเองก็ทำให้บรรยากาศตึงเครียดตั้งแต่ก่อนเริ่มพิธี
Schmidt เปิดสุนทรพจน์ด้วยการมองย้อนตัวเองและคนรุ่นเขาที่สร้างเทคโนโลยีสมัยใหม่ขึ้นมา โดยพูดว่า
"เราคิดว่ากำลังก่ออิฐขึ้นเป็นมหาวิหารแห่งความรู้ที่มนุษยชาติสร้างมาหลายศตวรรษ แต่โลกที่เราสร้างขึ้นกลับซับซ้อนกว่าที่เราคาดไว้" พร้อมยอมรับว่าเครื่องมือที่ทำให้คนเชื่อมต่อกัน กลับเป็นเครื่องมือเดียวกันที่ทำให้คนโดดเดี่ยว และแพลตฟอร์มที่ให้เสียงกับทุกคนนั้น "ทำลายพื้นที่สาธารณะ"
เขายังพูดต่ออีกว่า "ในปีที่ผมเรียนจบ ไม่มีใครนั่งลงแล้วตั้งใจจะสร้างเทคโนโลยีที่จะทำให้ประชาธิปไตยแตกแยกหรือทำให้คนรุ่นใหม่ไม่สบายใจ มันไม่ได้อยู่ในแผน แต่มันเกิดขึ้น"
เสียงโห่เริ่มดังขึ้นทันทีที่เขาเอ่ยถึง AI Schmidt ระบุว่ารู้ดีว่าบัณฑิตในห้องนั้นกำลังกลัวอะไร
"มีความกลัวในคนรุ่นพวกคุณว่าอนาคตถูกเขียนไว้แล้ว ว่าเครื่องจักรกำลังมา ว่างานกำลังหายไป ว่าสภาพอากาศกำลังพัง ว่าการเมืองแตกแยก และพวกคุณกำลังรับมรดกความวุ่นวายที่ตัวเองไม่ได้สร้าง"
แม้จะยอมรับว่าความกลัวเหล่านั้นเป็นเหตุเป็นผล แต่เขาขอให้บัณฑิตปรับตัวและเข้าไปมีส่วนกำหนดทิศทางเทคโนโลยีในอนาคต
"คำถามไม่ใช่ว่า AI จะกำหนดโลกหรือไม่ มันจะกำหนด คำถามคือพวกคุณจะกำหนด AI ได้หรือเปล่า" ซึ่งเสียงโห่ก็ดังขึ้นอีกครั้ง
บรรยากาศนี้ไม่ได้เกิดขึ้นแบบเหตุการณ์เดียว มีนักศึกษาวางแผนกันมาก่อนพิธี กลุ่มฝ่ายซ้ายและกลุ่มเฟมินิสต์ในมหาวิทยาลัยแจกใบปลิวคืนวันที่ 15 พฤษภาคม ระบุข้อกล่าวหาที่อดีตคู่รักของ Schmidt ฟ้องเขาในศาล Michelle Ritter วัย 32 ปี ผู้เป็นทั้งคู่รักและหุ้นส่วนธุรกิจของเขา ฟ้อง Schmidt เมื่อเดือนกันยายน 2025 ในคดีทางเพศที่เกิดขึ้นในปี 2021 และ 2023 รวมถึงข้อกล่าวหาเรื่องการสอดส่องและเข้าถึงข้อมูลส่วนตัวโดยไม่ได้รับอนุญาต
ทนายของ Schmidt คือ Patricia Glaser ออกมาเรียกข้อกล่าวหาเหล่านี้ว่า "เท็จและเป็นการหมิ่นประมาท" ส่วนผู้พิพากษา Michael Small ได้สั่งให้คดีนี้เข้าสู่กระบวนการอนุญาโตตุลาการ (Arbitration) เมื่อเดือนมีนาคม 2026 ปิดประตูการพิจารณาในศาลเปิด
นอกจากใบปลิว ยังมีการเปิดยื่นคำร้องขอให้มหาวิทยาลัยเปลี่ยนผู้พูด ซึ่งมีคนลงชื่อกว่า 1,260 คน ก่อนพิธี โดยกลุ่มนักศึกษาเรียกร้องให้ผู้เข้าร่วมหันหลังให้เวทีหรือโห่ระหว่าง Schmidt ขึ้นพูด แต่ทางมหาวิทยาลัยไม่ตอบสนอง
โฆษกของ University of Arizona ระบุว่ามหาวิทยาลัยเชิญ Schmidt เพราะ "ความเป็นผู้นำที่โดดเด่นและคุณูปการระดับโลกในด้านเทคโนโลยี นวัตกรรม และความก้าวหน้าทางวิทยาศาสตร์" รวมถึงความร่วมมือที่สนับสนุนงานวิจัยภายในมหาวิทยาลัยเอง
ตัวเลขจาก Pew Research Center อธิบายความรู้สึกของผู้ฟังในห้องนั้นได้ชัดเจน ผลสำรวจล่าสุดปี 2025 พบว่าคนอเมริกัน 50% รู้สึกกังวลมากกว่าตื่นเต้นกับการที่ AI เข้ามาในชีวิตประจำวัน ขณะที่มีเพียง 10% ที่ตื่นเต้นมากกว่ากังวล เทียบกับปี 2021 ที่ตัวเลขความกังวลอยู่ที่ 37% แสดงให้เห็นว่าทัศนคติของชาวอเมริกันต่อ AI ติดลบลงเรื่อย ๆ
ขณะเดียวกันบริษัทเทคขนาดใหญ่ก็เริ่มลดการจ้างงานในตำแหน่งระดับเริ่มต้น โดยอ้างเหตุผลด้าน AI Klarna บริษัทฟินเทคจากสวีเดน ลดพนักงานจากราว 5,500 คนเหลือต่ำกว่า 3,000 คน ระหว่างปี 2022 ถึง 2025 โดยบอกว่า AI ช่วยรับงานแทนคนได้ ก่อนที่ CEO Sebastian Siemiatkowski จะกลับลำในปี 2025 และยอมรับว่าการแทนที่คนด้วย AI ในงานบริการลูกค้าทำให้ "คุณภาพต่ำลง" จนต้องเปิดรับสมัครคนใหม่อีกครั้ง
ฝั่ง IBM ก็ประกาศ layoff พนักงานราว 2,700 คนช่วงปลายปี 2025 และเคยใช้ AI agent แทนตำแหน่งงาน HR ราว 200 ตำแหน่ง บริษัทอื่นที่ขึ้นชื่อเรื่องการลดคนเพราะ AI ยังมี Salesforce ที่ตัด 4,000 ตำแหน่ง และ Coinbase ที่ตัด 700 ตำแหน่งในเดือนพฤษภาคม 2026 ก่อนงานรับปริญญาที่ Arizona จะเริ่มไม่กี่วัน
เหตุการณ์ที่ Arizona ไม่ใช่กรณีโดดเดี่ยว สัปดาห์ก่อนหน้านั้นที่ University of Central Florida เมื่อ 8 พฤษภาคม 2026 Gloria Caulfield รองประธาน Tavistock Development Company ก็โดนโห่กลางห้อง Addition Financial Arena หลังพูดประโยค "การก้าวขึ้นของปัญญาประดิษฐ์ คือการปฏิวัติอุตสาหกรรมครั้งต่อไป" ต่อหน้าบัณฑิตคณะนิเทศศาสตร์และสื่อ ก่อนที่เธอจะถามกลับด้วยรอยยิ้มงงงันว่า "เกิดอะไรขึ้น"
ขณะที่ผู้พูดอีกคนที่เลือกโทนคนละทางกลับได้เสียงตอบรับที่ดีกว่า Jensen Huang CEO ของ NVIDIA กล่าวสุนทรพจน์ที่ Carnegie Mellon University เมื่อ 10 พฤษภาคม 2026 โดยบอกบัณฑิตว่ากำลังเข้าสู่โลกใน "ช่วงเวลาที่พิเศษ" และยืนยันว่า "AI ไม่น่าจะมาแทนที่คุณ แต่คนที่ใช้ AI เก่งกว่าคุณอาจจะแทนที่คุณได้"
Huang ยังชี้ว่าโอกาสในยุคนี้ไม่ได้จำกัดอยู่แค่ในอุตสาหกรรมเทคโนโลยี ช่างไฟ ช่างประปา ช่างเหล็ก และช่างก่อสร้าง คือกลุ่มคนสำคัญในการสร้างโครงสร้างพื้นฐานเพื่อรองรับ AI ที่กำลังจะเกิดขึ้นทั่วประเทศ
ความต่างระหว่างบรรยากาศที่ Pittsburgh กับที่ Tucson คือบทเรียนสำคัญสำหรับผู้บริหารเทคที่ต้องขึ้นเวทีพูดกับคนรุ่นใหม่ในปี 2026 บัณฑิตไม่ได้ปฏิเสธว่า AI มาจริง แต่ปฏิเสธคำอธิบายแบบกว้าง ๆ ที่ไม่เคารพความกังวลของตัวเอง โดยเฉพาะเมื่อผู้พูดคือคนที่นั่งอยู่ในห้องประชุมที่ตัดสินใจเรื่องเหล่านี้แทนพวกเขามาตลอด
ที่มา: Business Insider, NBC News, The Verge, Pew Research Center, Tucson.com
ลงทะเบียนเข้าสู่ระบบ เพื่ออ่านบทความฟรีไม่จำกัด