ESA องค์การอวกาศยุโรป ยอมรับถูกโจมตีทางไซเบอร์ แฮกเกอร์อ้างขโมยข้อมูลวิศวกรรมกว่า 200GB

องค์การอวกาศยุโรป (European Space Agency หรือ ESA) ออกมายืนยันอย่างเป็นทางการผ่านแถลงการณ์ทางอีเมล ถึงเหตุการณ์ความไม่มั่นคงปลอดภัยทางไซเบอร์ โดยระบุว่าเซิร์ฟเวอร์ด้านวิทยาศาสตร์นอกเครือข่ายหลักจำนวนหนึ่งถูกบุกรุก โดยข้อมูลที่รั่วไหลเกี่ยวข้องกับระบบ Engineering Solution ซึ่งใช้สำหรับการประสานงานภายในชุมชนวิทยาศาสตร์ และเป็นข้อมูลประเภทที่ไม่ใช่ความลับ (Unclassified)

เหตุการณ์นี้เกิดขึ้นท่ามกลางช่วงเวลาที่อวกาศกำลังกลายเป็นสินค้าเชิงพาณิชย์มูลค่าสูง โดยรายงานจาก Space Foundation ระบุว่า เศรษฐกิจอวกาศโลกในปี 2024 มีมูลค่าสูงถึง 613,000 ล้านดอลลาร์สหรัฐ และคาดว่าจะพุ่งทะลุ 1 ล้านล้านดอลลาร์ ภายในปี 2032

ด้วยเม็ดเงินระดับนี้ จึงไม่น่าแปลกใจที่หน่วยงานด้านอวกาศจะกลายเป็นเป้าหมายหลักของอาชญากรไซเบอร์ ก่อนหน้านี้ไม่นานยังมีการตรวจพบช่องโหว่ร้ายแรงในซอฟต์แวร์สื่อสารระหว่างยานอวกาศของ NASA กับโลก ซึ่งถูกซ่อนไว้นานถึง 3 ปี

การโจรกรรมข้อมูลกว่า 200GB

โฆษกของ ESA เปิดเผยว่าเซิร์ฟเวอร์ที่ถูกเจาะตั้งอยู่นอกเครือข่ายหลักขององค์กร (Corporate Network) อย่างไรก็ตาม แฮกเกอร์นามแฝง “888” ได้โพสต์บน BreachForums อ้างว่าสามารถขโมยข้อมูลออกไปได้มากถึง 200GB โดยประกอบด้วย

  • คลังเก็บซอฟต์แวร์ส่วนตัว (Private Bitbucket repositories)
  • ซอร์สโค้ด (Source Code) ของโครงการต่าง ๆ
  • API tokens และข้อมูลรับรองที่ถูกฝังไว้ในโค้ด (Hardcoded credentials)
  • ข้อมูลการจัดการโครงการจากระบบ JIRA

ความเสี่ยงในอนาคตที่มากกว่าแค่ข้อมูลรั่วไหล

Damon Small กรรมการบริหารของ Xcape, Inc. ผู้เชี่ยวชาญด้านความปลอดภัยโครงสร้างพื้นฐานระดับวิกฤตให้ความเห็นว่า แม้ระบบควบคุมภารกิจหลัก (Core Mission Systems) จะไม่ถูกกระทบโดยตรง แต่การที่แฮกเกอร์สามารถเข้าถึงข้อมูลได้นานหลายสัปดาห์ ทำให้พวกเขามีเวลาศึกษาพิมพ์เขียว ของโครงการวิศวกรรม รวมถึงวิเคราะห์เส้นทางการพัฒนาซอฟต์แวร์ (CI/CD pipelines) ซึ่งอาจถูกใช้เป็นฐานในการโจมตีแบบ Supply Chain ที่ลึกและซับซ้อนยิ่งขึ้นในอนาคต

เขายังชี้ให้เห็นถึงความตึงเครียดที่มีอยู่เป็นทุนเดิมในการทำงานร่วมกันทางวิทยาศาสตร์ เนื่องจาก ESA มีประเทศสมาชิกถึง 23 ประเทศ การผลักดันการแบ่งปันข้อมูลอย่างเปิดกว้าง (Open Data Sharing) มักขัดแย้งกับมาตรการรักษาความปลอดภัยที่เข้มงวด และยิ่งหน่วยงานอวกาศพึ่งพาพันธมิตรภายนอก ซัพพลายเออร์ และบริการคลาวด์มากขึ้นเท่าใด พื้นที่การโจมตีก็ยิ่งขยายตัวตามไปด้วย

ขณะนี้ ESA ได้เริ่มกระบวนการวิเคราะห์ความปลอดภัยทางนิติวิทยาศาสตร์ (Forensic Security Analysis) ภายในองค์กร พร้อมดำเนินมาตรการแก้ไขเบื้องต้นเพื่อปกป้องอุปกรณ์ที่อาจได้รับผลกระทบ และแจ้งเตือนผู้มีส่วนได้ส่วนเสียที่เกี่ยวข้องทั้งหมด โดยจะมีการอัปเดตความคืบหน้าเพิ่มเติมหลังการวิเคราะห์เสร็จสิ้น

เหตุการณ์ครั้งนี้ตอกย้ำบทเรียนสำคัญสำหรับองค์กรระดับโลกในยุคที่เศรษฐกิจอวกาศมีมูลค่าสูงกว่า 6 แสนล้านดอลลาร์ ว่า ‘ความก้าวหน้าทางวิทยาศาสตร์’ และ ‘ความมั่นคงปลอดภัยไซเบอร์’ ไม่อาจเดินแยกจากกันได้อีกต่อไป

อ้างอิง: Forbes


ลงทะเบียนเข้าสู่ระบบ เพื่ออ่านบทความฟรีไม่จำกัด

No comment

RELATED ARTICLE

Responsive image

Thinking Machines Lab ผนึก NVIDIA ใช้ชิป Vera Rubin อาจเป็นขุมพลัง 1 กิกะวัตต์ที่จะเปลี่ยนประวัติศาสตร์ AI ไปตลอดกาล

NVIDIA ประกาศความร่วมมือทางยุทธศาสตร์กับ Thinking Machines Lab ทุ่มงบติดตั้งระบบ Vera Rubin สเกล 1 กิกะวัตต์ เพื่อยกระดับการเทรน Frontier AI และขยายขีดความสามารถของมนุษย์ในระดับโลก...

Responsive image

Microsoft แก้เกมหุ้นตก ดึง Anthropic เสริมทัพ เปิดตัว Copilot Cowork พัฒนาขึ้นบนพื้นฐานของ Cowork จาก Anthropic

Microsoft แก้เกม เปิดตัว Copilot Cowork ดึงเทคโนโลยี Anthropic เสริมทัพ เจาะลึกกลยุทธ์แทงกั๊ก ลดการพึ่งพา OpenAI พร้อมวิเคราะห์เหตุผลตลกร้ายที่ทำให้นักลงทุนต้องเทขายหุ้นซอฟต์แวร์...

Responsive image

สหรัฐฯ เปิดสนามทดสอบ ‘แท็กซี่บินได้’ ใน 26 รัฐ FAA ไฟเขียวโครงการ eVTOL เร่งพัฒนาอากาศยานไฟฟ้าแห่งอนาคต

สหรัฐฯ เดินหน้าทดสอบแท็กซี่บินได้ FAA อนุมัติโครงการนำร่อง eVTOL ครอบคลุม 26 รัฐ เปิดทางบริษัทอย่าง Archer, Joby และ Beta ทดสอบอากาศยานไฟฟ้า เร่งยุคใหม่ของการเดินทางทางอากาศ...