• ประกาศใช้ “พระราชบัญญัติสำนักงานพัฒนาธุรกรรมทางอิเล็กทรอนิกส์ พ.ศ. 2562” ให้ ETDA ทำหน้าที่กำกับดูแล กิจการธุรกรรมด้านดิจิทัล เต็มตัว พร้อมแต่งตั้งคณะกรรมการชุดใหม่ทั้งหมด โดยให้รัฐมนตรีว่าการกระทรวงดิจิทัลฯ นั่งเป็นประธานรักษาการณ์
  • ประกาศใช้ “พระราชบัญญัติว่าด้วยธุรกรรมทางอิเล็กทรอนิกส์ (ฉบับที่ 3) พ.ศ. 2562” นิยามระบแลกเปลี่ยนข้อมูลอัตโนมัติ ยอมรับการใช้เอกสารดิจิทัลเป็นหนังสือที่ใช้งานได้ ผู้ประกอบกิจการธุรกรรมทางอิเล็กทรอนิกส์ต้องขึ้นทะเบียนและมีใบอนุญาต หากไม่ทำตามอาจติดคุกสูงสุดถึง 3 ปี

ประเทศไทยเป็นประเทศที่ตื่นตัวเรื่องการทำธุรกรรมดิจิทัลไม่น้อย ซึ่งล่าสุด เมื่อวันที่ 14 เมษายนที่ผ่านมาได้มีการประกาศกฎหมายเกี่ยวกับธุรกรรมดิจิทัล 2 ฉบับ ได้แก่ พระราชบัญญัติสำนักงานพัฒนาธุรกรรมอิเล็กทรอนิกส์ พ.ศ. 2562 และ พระราชบัญญัติว่าด้วยธุรกรรมทางอิเล็กทรอนิกส์ (ฉบับที่ 3) พ.ศ. 2562 โดยทั้งสองมีใจความที่พาไทยเข้าใกลความจริงสำหรับบริการธุรกรรมดิจิทัลไปอีกขั้น

เริ่มที่ พ.ร.บ. สำนักพัฒนาธุรกรรมอิเล็กทรอนิกส์ พ.ศ. 2562 จะว่าด้วยการยกระดับสำนักธุรกรรมอิเล็กทรอนิกส์ หรือ ETDA ขึ้นเป็นหน่วยงานที่มีอำนาจกำกับดูแลกิจการธุรกิจธุรกรรมดิจิทัล โดยมีสิทธิ์ออกใบอนุญาตประกอบกิจการธุรกรรมดิจิทัล ให้คำแนะนำในฐานะผู้กำกับดูแล รวมถึงมีหน้าที่ช่วยเพิ่มศักยภาพการบริการในธุรกิจนี้ผ่านการทำ Sandbox เพื่อพัฒนาเทคโนโลยีและกระบวนการใหม่ๆ

อีกหนึ่งคือ พ.ร.บ. ว่าด้วยธุรกรรมทางอิเล็กทรอนิกส์ (ฉบับที่ 3) พ.ศ. 2562 ซึ่งเพิ่มเติมมาจาก 2 ฉบับแรก ให้ครอบคลุมนิยามการใช้เอกสารดิจิทัล การกำกับดูแลผู้ประกอบการธุรกรรมดิจิทัล รวมถึงบทลงโทษของผู้ฝ่าฝืน โดยเนื้อหาสำคัญมีดังนี้

  • มาตรา 3 ระบุนิยาม ระบบแลกเปลี่ยนข้อมูลทางอิเล็กทรอนิกส์อัตโนมัติ ว่าเป็นกระบวนการและตอบสนองที่กระทำต่อข้อมูลโดยอัตโนมัติ ไม่มีบุคคลธรรมดาเข้าไปแทรกแซง
  • มาตรา 8 ในกรณีที่กฎหมายกำหนดให้การใดต้องทำเป็นหนังสือ ถ้ามีการจัดทำเอกสารอิเล็กทรอนิกส์ที่เข้าถึงได้และนำกลับมาใช้โดยความไม่เปลี่ยนแปลง ก็สามารถใช้งานเป็นหนังสือได้
  • มาตรา 13/2 ห้ามมิให้ปฏิเสธความชอบธรรมของเอกสารดิจิทัลเพียงเพราะไม่มีบุคคลธรรมดาเข้าไปเกี่ยวข้องกับการดำเนินการในแต่ละครั้ง
  • มาตรา 32 ผู้ที่จะดำเนินกิจการธุรกรรมดิจิทัลต้องขึ้นทะเบียน โดยหากไม่มีหน่วยงานรับผิดชอบ ให้ ETDA เป็นผู้รับผิดชอบขึ้นทะเบียนและออกใบอนุญาต
  • มาตรา 33/1 มาตรา 34 และมาตรา 45 ระบุโทษของการทำกิจการธุรกรรมดิจิทัลโดยไม่ได้รับอนุญาต ไม่ได้ขึ้นทะเบียน หรือผิดหลักเกณฑ์ โดยสรุปได้ว่ามีโทษปรับสูงสุด 2 ล้านบาท มีโทษจำคุกสูงสุด 3 ปี

ทั้งนี้ พ.ร.บ. ทั้งสองฉบับ ได้ประกาศใช้เมื่อวันที่ 15 เมษายนที่ผ่านมาเป็นที่เรียบร้อยแล้ว

ขอขอบคุณข้อมูลจาก thumbsup.in.th และ ratchakitcha.soc.go.th [1],[2]

RELATED ARTICLE

Responsive image

ธนาคารกรุงเทพ ทุ่มเงิน 8.1 หมื่นล้าน เข้าซื้อกิจการ PT Bank Permata ในอินโดนีเซีย

ธนาคารกรุงเทพ ทุ่มเงิน 8.1 หมื่นล้าน เข้าซื้อกิจการ PT Bank Permata ในอินโดนีเซีย...

Responsive image

SCBS เปิดเวทีสัมมนาจับ Trend Fintech พร้อมเทคนิคลงทุนไม่หลงทางด้วย Robo Advisor ตอบโจทย์ยุค 4.0

เผยเคล็ดลับตัวช่วยวางแผนทางการเงินผ่านกองทุนรวมในยุคดิจิทัล ลงทุนไม่หลงทางกับบริการ ROBO ADVISOR ที่ช่วยออกแบบและบริหารพอร์ตกองทุนรวมอัตโนมัติผ่านแอป EASY INVEST ซึ่งเป็นรายแรกในไท...

Responsive image

ลือ !! แบงก์กรุงเทพ จะเทคโอเวอร์ PT Bank Permata ของอินโดนีเซีย เตรียมแถลงข่าวด่วนเย็นนี้

แหล่งข่าวจากวงการการเงิน เปิดเผยว่า ธนาคารกรุงเทพ จำกัด (มหาชน) หรือ BBL ให้ฝ่ายประชาสัมพันธ์ส่งจดหมายเชิญสื่อมวลชนร่วมงานแถลงข่าวด่วน วันนี้ เวลา 17.30 น. เพื่อชี้แจงประเด้นข่าวลื...