ยาฟาวิพิราเวียร์ ยาหลักที่ใช้รักษาผู้ป่วยโควิดในประเทศไทย

ยาฟาวิพิราเวียร์ (Favipiravir) เป็นยาต้านไวรัส มีประสิทธิภาพในการยับยั้งการเพิ่มจำนวนของไวรัส SARS CoV2 ที่ก่อให้เกิด COVID-19 ปัจจุบันประเทศไทยใช้ยาฟาวิพิราเวียร์ เป็นยาหลักในการรักษาผู้ป่วยโควิด ตามแนวทางการรักษาของกรมการแพทย์ กระทรวงสาธารณสุข เนื่องจากมีความปลอดภัย และสามารถลดความรุนแรงของโรคได้

Favipiravir

การรักษาผู้ป่วยโควิดด้วยยาฟาริพิราเวียร์ 

แพทย์จะพิจารณาใช้ยาฟาวิพิราเวียร์ในผู้ป่วยที่มีภาวะปอดอักเสบที่มีอาการรุนแรง โดยเฉพาะผู้ป่วยที่มีความเสี่ยงสูง เข่น ผู้สูงอายุ ผู้ที่มีโรคประจำตัว ผู้ป่วยที่มีภาวะอ้วนหรือภูมิคุ้มกันบกพร่อง เป็นต้น 

ยาฟาวิพิราเวียร์เป็นยาเม็ด ผู้ป่วยที่เป็นผู้ใหญ่รับประทานครั้งละ 9 เม็ดทุก 12 ชั่วโมงในวันแรก และลดเหลือครั้งละ 4 เม็ด ทุก 12 ชั่วโมงในวันที่เหลือ สำหรับผู้ที่น้ำหนักมากกว่า 90 กิโลกรัม ขนาดยาจะสูงขึ้น สำหรับผู้ป่วยเด็กต้องมีการคำนวณขนาดยาตามน้ำหนักตัว 

ทั้งนี้ผู้ป่วยควรรับประทานยาตามวันและเวลาที่แพทย์กำหนดอย่างเคร่งครัด เนื่องจากเป็นยาเฉพาะโรค ไม่สามารถซื้อมารับประทานเองได้ ระยะเวลาในการรักษาโดยประมาณอยู่ที่ 5 -10 วัน ขึ้นอยู่กับความรุนแรงของโรค และอาการของผู้ป่วยแต่ละราย อย่างไรก็ตามอาจมีอาการข้างเคียงที่พบได้ เช่น คลื่นไส้ อาเจียน ท้องเสีย ตับอักเสบ เป็นต้น

แผนการผลิตยาฟาริพิราเวียร์ในประเทศไทย

ยาตัวนี้คิดค้นขึ้นโดยบริษัท FujiFilm Toyama Chemical Co.,Ltd. ประเทศญี่ปุ่น ในปี 2014 ญี่ปุ่นใช้ยาฟาวิพิราเวียร์ในการรักษาผู้ป่วยไข้หวัดใหญ่สายพันธุ์ที่รักษาด้วยยาตัวอื่นไม่ได้ผล ปัจจุบันฐานการผลิตหลักของยาฟาวิพิราเวียร์มาจาก 2 แห่ง คือ บริษัท FujiFilm Toyama Chemical Co.,Ltd. ประเทศญี่ปุ่น และบริษัท Zhejiang Hisun Pharmaceutical Company ประเทศจีน ซึ่งได้รับใบอนุญาตผลิตจากญี่ปุ่น ประเทศไทยเองก็มีการนำเข้าจากสองแหล่งนี้เช่นเดียวกัน 

ด้วยสถานการณ์การแพร่ระบาดที่รุนแรง ทำให้มีความต้องการใช้ยาฟาวิพิราเวียร์เพิ่มสูงขึ้นอย่างต่อเนื่อง องค์กรเภสัชกรรมจึงวิจัย พัฒนา และผลิตยาฟาวิพิราเวียร์เอง เพื่อลดการนำเข้ายาจากต่างประเทศ พร้อมทั้งได้รับการขึ้นทะเบียนจากสำนักงานคณะกรรมการอาหารและยา (อย.) เป็นที่เรียบร้อยแล้ว

ปัจจุบันมีฐานการผลิตในประเทศไทยทั้งหมด 2 แห่ง คือ โรงงานขององค์การเภสัชกรรม ที่ถนนพระราม 6 และ ที่คลอง 10 อำเภอธัญบุรี จังหวัดปทุมธานี โดยเดือนสิงหาคมกำลังผลิตอยู่ที่ราว 2.5 ล้านเม็ด คาดว่าจะเปิดสายการผลิตที่ 5 ในเดือนกันยายนนี้ และเพิ่มกำลังผลิตเป็น 23 ล้านเม็ด สำหรับเดือนตุลาคมเป็นต้นไป มีแผนเดินหน้าผลิตถึง 40 ล้านเม็ด/เดือน

อ้างอิง: องค์การเภสัชกรรม, คณะแพทย์ศาสตร์โรงพยาบาลรามาธิบดี

ลงทะเบียนเข้าสู่ระบบ เพื่ออ่านบทความฟรีไม่จำกัด

No comment

RELATED ARTICLE

Responsive image

ตลาดหลักทรัพย์ฯ ปล่อย wiset รวมพอร์ตอัตโนมัติจากทุกโบรกเกอร์ พร้อมบริการผู้ถือหุ้นและ Live Earnings Call

ตลาดหลักทรัพย์แห่งประเทศไทย (SET) เปิดตัวแอปพลิเคชัน wiset (วิเศษ) ภายใต้แนวคิด 'ให้ทุกการลงทุนของคุณเป็นเรื่องวิเศษ' โดยนำเสนอฟีเจอร์รวมพอร์ตการลงทุนทุกประเภทไว้ในแอปเดียวเป็นครั้...

Responsive image

มะเหมี่ยว ปารดา ทรัพย์ประเสริฐ คนไทยคนที่ 2 ใน Kauffman Fellows เครือข่าย VC ระดับโลก ที่ถูกเรียกว่า Harvard แห่งวงการ VC

สำหรับคนทั่วไป ชื่อ Kauffman Fellows อาจยังไม่คุ้นหู แต่ในโลก Venture Capital หรือธุรกิจเงินร่วมลงทุนที่นำเงินไปลงทุนในสตาร์ทอัพระยะเริ่มต้น โครงการนี้ถือเป็นหนึ่งในเครือข่ายที่ทรง...

Responsive image

นายกฯ นำทีมไทยแลนด์บุกฮานอย จับมือเวียดนามเชื่อม 5 อุตสาหกรรม จากพลังงานสะอาดถึง AI และเซมิคอนดักเตอร์

นายกฯ อนุทิน นำทีมไทยแลนด์จัดประชุมใหญ่ที่ฮานอย เชื่อมธุรกิจไทย-เวียดนาม 5 อุตสาหกรรมศักยภาพสูง ทั้งพลังงานสะอาด AI เซมิคอนดักเตอร์ อาหาร ท่องเที่ยว และนิคมอุตสาหกรรม ตั้งเป้าดันกา...