BOI ปรับเกณฑ์ LTR Visa ใหม่ หวังดึง Talent ต่างชาติ-นักลงทุนเข้าไทย

ล่าสุด ครม. อนุมัติบีโอไอ (BOI) ปรับเกณฑ์วีซ่าพิเศษ LTR Visa (Long-Term Resident Visa) หวังดึงบุคคลากรชาวต่างชาติที่มีศักยภาพสูง รวมถึงนักลงทุนระดับโลกเข้าสู่ไทย หวังผลักดันไทยเป็นศูนย์กลาง Talent ระดับโลกหลังมีชาวต่างชาติกว่า 6,000 รายขอยื่น LTR Visa เพิ่มขึ้นต่อเนื่อง

สำหรับ LTR Visa เป็นวีซ่าชนิดพิเศษที่มีเป้าหมายเพื่อดึงดูดชาวต่างชาติศักยภาพสูงทั้งหมด 4 กลุ่ม ได้แก่


  1. ผู้มีทักษะเชี่ยวชาญพิเศษ
  2. ผู้เชี่ยวชาญที่ทำงานจากประเทศไทยให้กับนายจ้างในต่างประเทศ
  3. ผู้ที่มีความมั่งคั่งสูง
  4. ผู้เกษียณอายุ รวมถึงผู้ติดตาม

สำหรับ LTR Visa จะอำนวยความสะดวกให้ชาวต่างชาติสามารถพำนักในประเทศไทยได้ 10 ปีไม่จำกัดจำนวนครั้งที่เดินทางเข้าออกประเทศ พร้อมทั้งได้รับอนุญาตให้ทำงาน โดยลดอัตราภาษีเงินได้บุคคลธรรมดาให้กับกลุ่มผู้มีทักษะเชี่ยวชาญพิเษ เหลือร้อนละ 17 และยังได้รับการผ่อนปรนระยะเวลาการรายงานตัวกับสำนักงานตรวจคนเข้าเมืองจากปกติทุก 90 วัน เป็นปีละ 1 ครั้งด้วย

โดยเกณฎ์ในการปรับเปลี่ยน LTR Visa ครั้งนี้มีสาระสำคัญทั้งหมด 5 ข้อได้แก่

1.ขยายขอบเขตของอุตสาหกรรมเป้าหมายสำหรับกลุ่มผู้มีทักษะเชี่ยวชาญพิเศษ 

ให้ครอบคลุมอาจารย์ในสถาบันอุดมศึกษาและอาชีวศึกษาในสาขาต่าง ๆ เพื่อให้มาช่วยยกระดับขีดความสามารถของบุคลากรไทย

2.ยกเลิกข้อกำหนดเกี่ยวกับประสบการณ์การทำงานของกลุ่มผู้มีทักษะเชี่ยวชาญพิเศษ และผู้เชี่ยวชาญที่ทำงานจากประเทศไทยให้กับนายจ้างในต่างประเทศ 

เพื่อลดความซ้ำซ้อนกับคุณสมบัติอื่น ๆ ที่แสดงถึงความรู้ความสามารถและศักยภาพของชาวต่างชาติทั้งสองประเภทได้ดีอยู่แล้ว เช่น รายได้ขั้นต่ำ วุฒิการศึกษา การทำงานในอุตสาหกรรมเป้าหมาย และความมั่นคงของนายจ้างในต่างประเทศ เพื่อเพิ่มความน่าดึงดูดของมาตรการและสามารถเข้าถึงกลุ่ม Talent จำนวนมากขึ้น

3.ผ่อนคลายข้อกำหนดด้านรายได้ สำหรับบริษัทนายจ้างในต่างประเทศของผู้เชี่ยวชาญที่ทำงานจากประเทศไทย 

จากเดิมกำหนดขั้นต่ำไว้ที่ 150 ล้านเหรียญสหรัฐ ปรับเป็น 50 ล้านเหรียญสหรัฐ ในช่วง 3 ปีที่ผ่านมา และให้รวมถึงบริษัทลูกที่มีบริษัทแม่ ซึ่งมีรายได้ขั้นต่ำไม่น้อยกว่า 50 ล้านเหรียญสหรัฐถือหุ้นทั้งสิ้นด้วย เพื่อให้สามารถเข้าถึงพนักงานทักษะสูงของทั้งบริษัทข้ามชาติขนาดใหญ่และบริษัทที่กำลังเติบโต ซึ่งส่วนใหญ่เป็นผู้เชี่ยวชาญในด้านเทคโนโลยีดิจิทัลที่ประเทศไทยยังขาดแคลน

4.ยกเลิกข้อกำหนดด้านรายได้ สำหรับกลุ่มผู้ที่มีความมั่งคั่งสูง 

จากเดิมกำหนดรายได้ส่วนบุคคล 80,000 เหรียญสหรัฐต่อปี โดยจะมาให้ความสำคัญกับทรัพย์สินที่มั่นคงและการลงทุนระยะยาวในประเทศไทย (ไม่น้อยกว่า 500,000 เหรียญสหรัฐ) ของชาวต่างชาติกลุ่มนี้ มากกว่าการพิจารณารายได้ต่อปี ซึ่งสอดคล้องกับเป้าหมายที่จะส่งเสริมให้เกิดการลงทุนในประเทศมากขึ้น

5.ขยายสิทธิสำหรับผู้ติดตาม

จากเดิมกำหนดเพียงคู่สมรสและบุตรที่ชอบด้วยกฎหมาย ให้ครอบคลุมถึงพ่อแม่และผู้อยู่ในอุปการะ โดยไม่จำกัดจำนวนผู้ติดตาม เช่นเดียวกับวีซ่าอีกหลายประเภท เพื่อช่วยเพิ่มความน่าสนใจของมาตรการ สำหรับชาวต่างชาติที่ประสงค์ให้ครอบครัวเข้ามาพำนักในประเทศไทยด้วยกัน และยังช่วยกระตุ้นการจับจ่ายใช้สอยในประเทศของสมาชิกครอบครัวชาวต่างชาติอีกด้วย

ลงทะเบียนเข้าสู่ระบบ เพื่ออ่านบทความฟรีไม่จำกัด

No comment

RELATED ARTICLE

Responsive image

จีนคุมเข้มวิศวกร AI ขั้นใหม่ ต้องขออนุญาตรัฐก่อนบิน Alibaba-DeepSeek ติดอยู่ในลิสต์แล้ว

จีนยกระดับมาตรการคุมบุคลากร AI ระดับท็อปในบริษัทเอกชนอย่าง Alibaba และ DeepSeek กำหนดต้องขออนุญาตรัฐก่อนเดินทางต่างประเทศ สะท้อนการมองวิศวกร AI เป็นทรัพย์สินเชิงยุทธศาสตร์ ตามมาหลั...

Responsive image

ลือ Jensen Huang ซุ่มเงียบรับตำแหน่งบอร์ดมหาลัยดังจีน ตามรอย Tim Cook - Elon Musk ที่นั่งรออยู่

Jensen Huang ซีอีโอ Nvidia ซุ่มเงียบรับตำแหน่งบอร์ด ม.ดังจีน ร่วมเฟรม Tim Cook และ Elon Musk หรือนี่คือหมากเกมใหม่กู้สัมพันธ์จีน?...

Responsive image

YouTube เริ่มติดป้าย ‘AI’ อัตโนมัติ ไม่ต้องรอครีเอเตอร์บอกเอง

YouTube ประกาศใช้ระบบ AI ตรวจจับวิดีโอที่สร้างด้วย AI สมจริงโดยอัตโนมัติ พร้อมย้ายป้ายมาใต้เครื่องเล่นวิดีโอและขึ้น overlay บน Shorts วิดีโอที่ใช้ Veo, Dream Screen, Gemini Omni หร...