Finema บริษัท Identity Tech ไทยรับเงินลงทุนรอบ Seed Round มูลค่า 1.3 ล้านดอลลาร์สหรัฐฯ

Finema (ฟินีม่า) บริษัทผู้พัฒนาแพลทฟอร์ม Enterprise Decentralized Digital Identity และเทคโนโลยี Verifiable Credential (VC) แห่งแรกในประเทศไทย และเป็นผู้นำในเอเชียแปซิฟิกที่เป็นสมาชิกขององค์กรระดับโลก อย่าง Decentralized Identity Foundation (DIF) ที่มีสมาชิกเป็นบริษัทชั้นนำด้านเทคโนโลยีของโลก อาทิ Microsoft, IBM, Accenture ฯลฯ ประกาศการ ได้รับเงินลงทุนรอบ Seed Round มูลค่า 1.3 ล้านดอลลาร์สหรัฐฯ จาก Valuation 10 ล้านดอลลาร์สหรัฐฯ ซึ่งการได้รับเงินลงทุน ในครั้งนี้สะท้อนถึงมุมมองและการคาดการณ์ของนักลงทุนที่มองว่าธุรกิจนี้มีแนวโน้มเติบโตได้อย่างรวดเร็วในอนาคต 

สำหรับเงินทุนในครั้งนี้ บริษัทฟินีม่า (Finema) ได้นำมาพัฒนาเทคโนโลยีที่จะเปลี่ยนโลกอย่าง Self-Sovereign Identity (SSI) หรือระบบพิสูจน์และการยืนยันอัตลักษณ์อิเล็กทรอนิกส์ เพื่อให้ “คนทุกคนได้เป็นเจ้าของตัวตนของตนเอง โดยสมบูรณ์” ด้วยการใช้งานผ่านแพลทฟอร์ม Decentralized Digital Identity ที่มีการเก็บข้อมูลแบบกระจายศูนย์ผ่าน Blockchain ที่มีคุณสมบัติการเก็บข้อมูล แบบไม่สามารถแก้ไขหรือเปลี่ยนแปลงได้ ซึ่งจะช่วยให้การทำธุรกรรมดิจิทัลต่างๆเป็นไปอย่างรวดเร็วและมีความปลอดภัยสูงสุด ถือเป็น อีกก้าวหนึ่งที่จะนำโลกเข้าสู่สังคมดิจิทัลไร้กระดาษที่แท้จริง 

ลงทะเบียนเข้าสู่ระบบ เพื่ออ่านบทความฟรีไม่จำกัด

No comment

RELATED ARTICLE

Responsive image

เมื่อกฎหมายไม่ใช่คอขวด เจาะอนาคตสินทรัพย์ดิจิทัลอาเซียน ผ่านรายงาน SCBX และ Hashed Open Research ชี้ทิศทางอนาคตการเงินดิจิทัลแห่งเอเชียตะวันออกเฉียงใต้

SCBX ร่วมกับ Hashed Open Research (HOR) หน่วยงานคลังสมองด้านนโยบายของ Hashed บริษัทเวนเจอร์แคปิทัลด้าน Web3 ระดับโลก เปิดตัวรายงาน "Powering Southeast Asia's Digital Future" ซึ่งกล...

Responsive image

สจล. ปรับบทบาทครั้งใหญ่ ให้เริ่มทำโปรเจกต์จริงตั้งแต่ปี 1 ตอบโจทย์แวดวง AI, Semiconductor, Data Center

สจล. ปรับบทบาทมุ่งสร้าง "นวัตกร" รองรับอุตสาหกรรมอนาคต ดันสถิติบัณฑิตมีงานทำพุ่ง 85% สูงกว่าค่าเฉลี่ยประเทศ พร้อมคว้าอันดับ 1 มหาวิทยาลัยยอดนิยมสายวิทย์-เทคโนโลยี...

Responsive image

Hugging Face เล็งขายกิจการ คาดมูลค่าพุ่ง 1.3 หมื่นล้านดอลลาร์ เดินหน้าหาผู้ซื้อรายใหม่

Hugging Face กำลังเล็งขายกิจการ ซึ่งถ้าดีลนี้เกิดขึ้นจริงอาจดันมูลค่าบริษัทให้ทะยานสูงถึง 1.3 หมื่นล้านดอลลาร์สหรัฐหรืออาจมากกว่านั้น...