แผนตั้งรับ Covid-19 ด้วย Fitness at Home ที่ใช้ช่องทางออนไลน์สร้างความเชื่อมั่นแก่พนักงานและลูกค้า | Techsauce

แผนตั้งรับ Covid-19 ด้วย Fitness at Home ที่ใช้ช่องทางออนไลน์สร้างความเชื่อมั่นแก่พนักงานและลูกค้า

Fitness First เป็นอีกหนึ่งธุรกิจที่ได้รับผลกระทบจากการแพร่ระบาดของ Covid-19 เมื่อภาครัฐสั่งปิดให้บริการที่สาขาชั่วคราวตั้งแต่เมื่อช่วงเดือนมีนาคมที่ผ่านมา ซึ่งทำให้บริษัทสูญเสียรายได้ 100%  แต่ยังต้องหาทางออกให้ทั้งพนักงานและสมาชิก (ลูกค้า) ยังคงเชื่อมั่น เพื่อให้กิจการพร้อมไปต่อเมื่อเริ่มเข้าสู่ภาวะปกติอีกครั้ง โดยยังคงสามารถเดินตามแผนธุรกิจที่วางไว้ จากการเปิดเผยของ อรวรรณ เกลียวปฏินนท์ ผู้จัดการฝ่ายการตลาด บริษัท ฟิตเนส เฟิร์สท (ประเทศไทย) 

Fitness อรวรรณ เกลียวปฏินนท์  

Fitness First Thailand เป็นหนึ่งในแบรนด์ที่บริหารจัดการโดยบริษัท อีโวลูชั่น เวลเนสส์ จำกัด (Evolution Wellness) ที่ปัจจุบันมี 32 สาขาในประเทศไทย และยังมีแบรนด์ใหม่คือ Celebrity Fitness ที่เพิ่งนำเข้ามาเปิดตัวในตลาดเมืองไทยเมื่อปลายปี 2562 ที่ผ่านมาจำนวน 2 สาขา 

ทั้งนี้ปัจจุบันมีจำนวนพนักงานรวมประมาณ 2,000 คน โดยมีลูกค้าที่เป็นสมาชิกผู้ใช้บริการในประเทศไทยราว 90,000 คน ซึ่งในภาวะปกติจะมีจำนวนผู้เข้ามาใช้บริการที่สาขา 17,000 ถึง 18,000 คนต่อวัน 

แม้ว่าจะต้องปิดให้บริการไปในช่วง Covid-19 แต่แผนธุรกิจก็ยังจะดำเนินการเหมือนเดิม ทั้งการปรับคลาสในแต่ละสาขาให้ตรงตามความต้องการของลูกค้า มีการจัดผลิตภัณฑ์ที่มีให้ลูกค้าเลือกหลายแบบ 

เช่นเดียวกับที่จะขยายธุรกิจใหม่ด้วยการนำเข้าแบรนด์ GoFit ภายในปี 2563 ซึ่งทั้งการจะมาเข้า Fitness และการทำกิจกรรมต่าง ๆ จะใช้งานผ่าน App ทั้งหมด จึงช่วยให้สมาชิกมีวิธีการออกกำลังกายที่สะดวกสบายโดยใช้เทคโนโลยีมาเป็นตัวช่วย โดยคาดว่าจะเริ่มให้บริการได้หลังไตรมาส 3 จำนวน 5 สาขา

Fitness

Fitness at Home แบบออนไลน์

อย่างไรก็ตาม จากการที่ต้องปิดให้บริการที่สาขา ทำให้ Fitness First Thailand ต้องระงับการจ่ายเงินของลูกค้าทั้งหมด เท่ากับทำให้ขาดรายได้ 100% เพราะเป็นธุรกิจที่มีรายได้จากค่าสมาชิกรายเดือนและค่าใช้บริการของ trainer 

ดังนั้นจึงต้องหาทางออกเพื่อให้เป็นไปตามวัตถุประสงค์ 3 ข้อ นั่นคือ หนึ่งจะสามารถดูแลพนักงานให้ดีที่สุดและนานที่สุดได้อย่างไร เพราะ Fitness เป็นธุรกิจบริการที่คุณภาพของบุคลากรเป็นเรื่องสำคัญมาก ไม่ว่าจะเป็นพนักงานขาย พนักงานฝ่ายต้อนรับ และ trainer   ซึ่งเกี่ยวข้องกับทั้งการดูแลลูกค้าและทักษะความรู้ด้านวิทยาศาสตร์การกีฬา 

สอง คือ ต้องสามารถเก็บรักษาสมาชิกให้ยังคงใช้บริการอยู่ต่อ จึงเปิด Call Center ให้สามารถสอบถามได้ตลอด 24 ชั่วโมง เกี่ยวกับการใช้บริการ Fitness ทางออนไลน์ทั้งกับสมาชิกปัจจุบันและบุคคลภายนอก เช่นเดียวกับที่ทาง personal trainer เองก็ต้องโทรไปสอบถามและติดต่อให้บริการลูกค้าที่แต่ละคนดูแลอยู่อย่างสม่ำเสมอด้วย

สาม คือ ต้องทำให้กิจการยังคงดำเนินต่อไปอย่างแข็งแรงและราบรื่น เมื่อเริ่มเปิดให้บริการตามปกติอีกครั้ง 

ด้วยเหตุนี้ทางออกแรกที่เริ่มทำทันทีภายใน 30 ชั่วโมงหลังถูกสั่งให้ปิดให้บริการชั่วคราวคือจัดทำคลาสออกกำลังกายออนไลน์ทาง Facebook page (www.facebook.com/FitnessFirstThailand) หรือ  Fitness at Home ที่ล่าสุดทำไปแล้วเกือบ 200 คลาส ซึ่งมีการออกอากาศทุกวันและมีคนดูรวมแล้วกว่า 6 ล้านคน 

“เราจำเป็นต้องเรียนรู้และปรับตัว ซึ่งจะทำแบบนี้ไม่ได้เลยถ้าเราไม่ได้วางแผนและลงทุนกับตัวพนักงานแต่แรก ที่สำคัญคือพนักงานเราเป็น full-time ทั้งหมด”

สำหรับรายได้ที่หายไป 100% ในช่วงปิดให้บริการที่สาขานั้น อรวรรณ เปิดเผยว่าคงไม่สามารถหาช่องทางอื่นมาชดเชยได้ นอกจากหาทางออกด้วยการลดค่าใช้จ่ายบางส่วน เช่น ค่าเช่าของสาขา ที่ทางเจ้าของอาคารหรือสถานที่ก็ให้ความร่วมมือเป็นอย่างดี 

กระนั้นแม้จะเริ่มเปิดทำการสาขาแล้ว แต่อรวรรณมองว่าการใช้ชีวิตของสมาชิกที่ Fitness จะไม่เหมือนเดิมไปอีกอีกสักพัก เพราะเชื่อว่าโรค Covid-19 ที่แพร่ระบาดไปทั่วโลกน่าจะมีผลกระทบกับการใช้ชีวิตของผู้คนไปอีกไม่ต่ำกว่า 2 ปี ดังนั้นทาง Fitness First Thailand จึงต้องเตรียมการรองรับให้พร้อม ทั้งในแง่การคัดกรองการทำความสะอาด การทิ้งระยะห่าง เป็นต้น 

“พอมีวิกฤตเกิดขึ้นสิ่งที่เราทำ คือ การพยายามรักษาองค์กรและดูแลพนักงานให้ผ่านไปต่อได้ จึงต้องพยายามสร้างขวัญกำลังใจให้ทุกคน แต่เราสัญญาไม่ได้ว่าหากต้องปิด (สาขา) 5 ถึง 6 เดือนแล้วจะเกิดอะไรขึ้น หรือจะไม่มีผลกระทบเลย แต่ต้องทำให้ยุติธรรม โปร่งใส และทำให้เดือดร้อนน้อยที่สุด” 


RELATED ARTICLE

Responsive image

รายงานของ Credit Suisse ให้สถานะยูนิคอร์นกับ AirAsia Digital บริษัทในเครือของ AirAsia Group

รายงานของ Credit Suisse ฉบับล่าสุดที่ได้พูดถึงการเปลี่ยนแปลงเชิงโครงสร้างที่เกิดจากโควิด-19 ของระบบเศรษฐกิจดิจิทัล ได้มีการระบุว่า AirAsia Digital บริษัทในเครือของ AirAsia เป็นหน...

Responsive image

ไทยออยล์ ร่วมลงทุนรอบ Series B ใน UnaBiz สตาร์ทอัพด้าน IoT จากสิงคโปร์ โดย SPARX Group เป็น Lead Investor

UnaBiz ผู้ให้บริการครบวงจรด้าน Internet of Things(IoT)ในสิงคโปร์ได้รวบรวมเงินกว่า 25 ล้านดอลลาร์สหรัฐในรอบ Series B นำโดย SPARX Group การระดมทุนในรอบนี้สามารถทำได้มากกว่าจำนวนที่กำ...

Responsive image

Merck ยื่น FDA ใช้ยาเม็ดต้านไวรัสโควิด โมลนูพิราเวียร์ ในกรณีฉุกเฉิน

Merck & Co บริษัทเวชภัณฑ์สัญชาติอเมริกัน ได้ยื่นเรื่องอย่างเป็นทางการต่อองค์การอาหารและยาสหรัฐ (FDA) เพื่ออนุญาตใช้ยาเม็ดต้านไวรัสโควิด-19 ที่มีชื่อว่าโมลนูพิราเวียร์...