
พนักงานของฟอร์ดในแคนาดาเตรียมได้เงินเดือนเพิ่ม หลังบริษัทปรับขึ้นค่าจ้าง 9% ตลอด 3 ปี พร้อมจ่ายโบนัสสูงสุด 10,000 ดอลลาร์แคนาดาหรือประมาณ 2.4 แสนบาทให้กับพนักงานประจำ
นอกจากเพิ่มค่าตอบแทนให้พนักงานบริษัทยังเตรียมลงทุนอีก 700 ล้านดอลลาร์แคนาดา (ประมาณ 1.7 หมื่นล้าน) เพื่อขยายโรงงานผลิตเครื่องยนต์ในเมืองวินด์เซอร์ รัฐออนแทรีโอที่แคนาดา
โดยข้อตกลงฉบับนี้จะมีอายุ 3 ปี ครอบคลุมพนักงานในแคนาดาประมาณ 5,000 คน โดยบริษัทจะปรับขึ้นค่าจ้าง 9% ให้กับพนักงานที่ได้รับค่าจ้างรายชั่วโมงตามข้อตกลง ส่วนพนักงานประจำที่มีสิทธิ์จะได้รับโบนัส 10,000 ดอลลาร์แคนาดาหรือประมาณ 2.4 แสนบาท และพนักงานชั่วคราวจะได้รับโบนัส 2,000 ดอลลาร์แคนาดาหรือประมาณ 48,000 บาท
และเตรียมลงทุนเพิ่มอีก 700 ล้านดอลลาร์แคนาดาในโรงงาน Essex Engine Plant ที่เมืองวินด์เซอร์ เพื่อเพิ่มกำลังการผลิตเครื่องยนต์ V8 ขนาด 5.0 ลิตร และเตรียมความพร้อมสำหรับผลิตเครื่องยนต์ที่อาจใหญ่ขึ้นในอนาคต โดยเครื่องที่ผลิตได้ส่วนใหญ่จะถูกส่งไปประกอบรถที่โรงงานในสหรัฐฯ
ขณะเดียวกันยังคงเดินหน้าแผนลงทุนเดิมด้วยงบอีก 550 ล้านดอลลาร์แคนาดา (ประมาณ 1.3 หมื่นล้าน) สำหรับโรงงานประกอบรถยนต์ในเมืองโอ๊ควิลล์ที่กำลังเตรียมกลับมาผลิตรถกระบะอีกครั้ง
โดยโรงงานจะตั้งอยู่ห่างจากสะพานข้ามพรมแดน Gordie Howe เพียงไม่กี่นาที ซึ่งสะพานนี้มีกำหนดเปิดใช้งานภายในเดือนนี้พอดี จุดประสงค์หลักที่สร้างสะพานแห่งนี้ขึ้นมาก็เพื่อช่วยให้การขนส่งสินค้าระหว่างแคนาดากับสหรัฐฯ ทำได้เร็วขึ้น โดยเฉพาะพวกชิ้นส่วนและเครื่องยนต์ที่ต้องใช้ผลิตรถ
Jim Farley ซีอีโอของ Ford ได้ออกมาสนับสนุนข้อตกลงการค้าเสรีระหว่างสหรัฐฯ เม็กซิโก และแคนาดา (USMCA) ซึ่งปัจจุบันยังรอการต่ออายุจากรัฐบาลของโดนัลด์ ทรัมป์
เขาอธิบายว่า การที่ฐานการผลิตของทั้งสามประเทศทำงานเชื่อมโยงกันถือเป็นกุญแจสำคัญที่ทำให้ฟอร์ดสามารถแข่งขันในตลาดได้ นอกจากนี้เขายังมองว่าถ้ามีการปรับปรุงข้อตกลงนี้ให้ดีขึ้นจะยิ่งช่วยให้บริษัทสู้กับรถยนต์นำเข้าจากเกาหลีใต้และญี่ปุ่นที่ปัจจุบันยังคงได้เปรียบทั้งในเรื่องต้นทุนการผลิตและเรื่องของค่าเงินได้ดีกว่า
อ้างอิง: bloomberg
ลงทะเบียนเข้าสู่ระบบ เพื่ออ่านบทความฟรีไม่จำกัด