ไทยสวนกระแส รับปลาดิบญี่ปุ่น หลังปล่อยน้ำปนเปื้อนกัมมันตรังสีลงทะเล

ไทยขึ้นแท่นตลาดส่งออกปลาแห่งใหม่ขวัญใจญี่ปุ่น ! ท่ามกลางการแบนและเฝ้าระวังอาหารทะเลจากญี่ปุ่นทั่วโลก สำรวจพบคนไทยชอบทานปลาดิบมากขึ้น ธุรกิจร้านอาหารญี่ปุ่นโตไวผุดขึ้นกว่า 5,325 ร้าน ทั่วประเทศ

ทำไมทั่วโลกต้องแบนและเฝ้าระวังอาหารทะเลญี่ปุ่น ?

ย้อนกลับไปเมื่อต้นเดือนกรกฎาคม 66 ญี่ปุ่นประกาศว่าจะปล่อยน้ำที่ปนเปื้อนกัมมันตภาพรังสีซึ่งผ่านการบำบัดแล้วลงสู่มหาสมุทร และแผนการดังกล่าวก็ได้รับการอนุมัติจากทบวงการพลังงานปรมาณูระหว่างประเทศ (IAEA) ซึ่งทำหน้าที่เป็นหน่วยงานเฝ้าระวังด้านนิวเคลียร์ของสหประชาชาติแล้ว

แต่แม้ว่าองค์การสหประชาชาติจะอนุมัติแผนดังกล่าว แต่ในประเทศข้างเคียงและชาวประมงพื้นบ้านก็ยังกังวลถึงผลเสียที่อาจเกิดขึ้น โดยเฉพาะจีนที่มองว่าแค่การประเมินจาก IAEA อาจจะไม่เพียงพอ ซึ่งสุดท้ายเมื่อวันที่ 24 ส.ค. 66 ญี่ปุ่นก็ประกาศปล่อยน้ำปนเปื้อนกัมมันตภาพรังสีจากโรงไฟฟ้านิวเคลียร์ฟุกุชิมะสู่มหาสมุทร

การกระทำดังกล่าวส่งผลให้หลาย ๆ ประเทศประกาศแบนการนำเข้าอาหารทะเลจากญี่ปุ่น เช่น จีน และฮ่องกง ที่หยุดนำเข้าอาหารทะเลและผลิตภัณฑ์ที่ได้จากทะเลญี่ปุ่น โดยออกคำสั่งห้ามนำเข้าอาหารทะเลจาก 10 จังหวัดในญี่ปุ่นแล้ว และการนำเข้าอาหารทะเลจากจังหวัดอื่น ๆ นอกเหนือจากนี้จะต้องผ่านการทดสอบกัมมันตภาพรังสีก่อน 

รวมถึงรัสเซียได้ประกาศข้อจำกัดเกี่ยวกับอาหารทะเลของญี่ปุ่นร่วมกับจีน เพื่อเป็นมาตรการป้องกันไว้ก่อน ซึ่งการแบนจากจีนในครั้งนี้อาจทำให้ญี่ปุ่นต้องสูญเสียรายได้กว่า 600 ล้านดอลลาร์สหรัฐ หรือประมาณ 2 หมื่นล้านบาท 

เนื่องจากจีนเป็นตลาดส่งออกสินค้าเกษตรและประมงที่ใหญ่ที่สุดอันดับหนึ่งของญี่ปุ่น ญี่ปุ่นจึงต้องเร่งมองหาตลาดใหม่ และในปัจจุบันก็ให้ความสนใจในตลาดเอเชียตะวันออกเฉียงใต้อย่างมาก

ไทยอ้าแขนรับปลาดิบญี่ปุ่น สวนกระแสทั่วโลก

ถึงแม้ว่าประเด็นการปล่อยน้ำจากโรงไฟฟ้าของญี่ปุ่นจะสร้างความกังวลให้คนทั่วโลก แต่ทางด้านไทยก็อ้าแขนต้อนรับอย่างดี เมื่อปี 2565 ที่ผ่านมาญี่ปุ่นส่งออกอาหารทะเลมาไทยมากขึ้นถึง 14.6% โดยมีสินค้าหลักอาหารทะเลสด แช่เย็น และแช่แข็ง

สำรวจพบว่าในไทยมีร้านอาหารญี่ปุ่นสูงถึง 5,325 แห่ง ในปี 65 (เพิ่มขึ้นจากปี 2550 ถึง 745 แห่ง) และ JETRO ซึ่งเป็นองค์กรส่งเสริมการค้าของญี่ปุ่น เผยว่า จากการสำรวจความชอบของคนไทย อาหารญี่ปุ่นขึ้นแท่นอันดับ 2 อาหารโปรดที่คนไทยชอบรองจากอาหารไทย

จนตอนนี้ทำให้ประเทศไทยกลายเป็นจุดหมายใหม่ที่ญี่ปุ่นให้ความสนใจอย่างมาก ซึ่งบริษัท Uoriki ผู้ส่งออกอาหารทะเลเก่าแก่ของญี่ปุ่นก็ได้ร่วมมือกับเครือเจริญโภคภัณฑ์ วางแผนที่จะเปิดร้านขายปลาและอาหารทะเลสดเพิ่มเติมในประเทศไทย จากที่แต่เดิมมีการเอาเข้ามาขายแค่ในซูเปอร์มาร์เก็ตของโลตัส

โดยตั้งเป้าที่จะเปิดร้านประมาณ 10 แห่งภายในปี 2567 และขยายเพิ่มเป็น 100 แห่งให้ได้ภายใน 5 ปีข้างหน้า ซึ่ง Masayuki Yamada ประธานบริษัท Uoriki กล่าวว่า “ประเทศไทยมีศักยภาพที่จะทำให้การส่งออกปลาดิบโตขึ้นได้”

สุดท้ายแล้วอัตราการส่งออกอาหารทะเลจากญี่ปุ่นมาไทยเพิ่มสูง จนประเทศไทยกลายเป็นตลาดแห่งใหม่ขวัญใจญี่ปุ่น ก็สะท้อนให้คิดได้ 2 แง่มุมว่า 

ไทยสามารถจัดการกับสารเคมีปนเปื้อนทุกชนิดในอาหารทะเลได้จนไม่ต้องหยุดนำเข้า หรือประเทศไทยไม่ได้สนใจสารเคมีปนเปื้อนในอาหารตั้งแต่แรก แล้วคุณละคิดว่าเป็นแง่มุมไหน ?

อ้างอิง: asia.nikkei

ลงทะเบียนเข้าสู่ระบบ เพื่ออ่านบทความฟรีไม่จำกัด

No comment

RELATED ARTICLE

Responsive image

รถ EV นำเข้าไม่มีโรงงานในไทย เตรียมเจอภาษีแพงขึ้น บอร์ดอีวีเคาะแนวคิดใหม่ 'ยิ่งผลิตในไทยมาก ใช้ชิ้นส่วนในไทยเยอะ ภาษียิ่งถูกลง'

รถยนต์ไฟฟ้าที่นำเข้าจากต่างประเทศโดยไม่มีโรงงานผลิตในไทยกำลังจะเสียภาษีสรรพสามิตแพงขึ้น ขณะที่ค่ายรถที่ลงทุนตั้งโรงงานในไทยและใช้ชิ้นส่วนที่ผลิตในประเทศมากขึ้นจะได้อัตราภาษีที่ต่ำล...

Responsive image

Krungsri Finnovate เปิดเกม Wellness Economy ชูสุขภาพสู่การลงทุนแห่งอนาคต ในงาน Future Wellness Economy Forum 2026

Krungsri Finnovate ตอกย้ำบทบาท Corporate Venture Capital ที่มุ่งเชื่อมโยง “เงินทุน นวัตกรรม และ Ecosystem” เพื่อสร้างโอกาสใหม่ให้กับธุรกิจ Healthcare และ Wellness จัดงาน Future Wel...

Responsive image

บีโอไอ อัดฉีดกว่า 4,800 ล้านบาท เสริมแกร่งธุรกิจไทย ปั้นบุคลากรทักษะสูงกว่า 7.6 หมื่นคน

บีโอไอไฟเขียวเพิ่ม 55 โครงการ ภายใต้มาตรการ Business Transformation และ Skill Bridge รวมสะสม 108 โครงการ วงเงินสนับสนุนกว่า 4,800 ล้านบาท ยกระดับธุรกิจไทยด้วย AI และระบบอัตโนมัติ พ...