Go-Jek ผู้ให้บริการ Ride-hailing จากอินโดนีเซีย ที่กำลังขยายบริการใหม่ ๆ อย่างต่อเนื่อง โดยล่าสุดได้พาร์ทเนอร์กับ Doctor Anywhere แพลตฟอร์มให้คำปรึกษาทางแพทย์จากสิงคโปร์มอบบริการให้คำปรึกษาจากแพทย์ที่ผ่านการรับรองทั้งแบบออนไลน์และออฟไลน์แก่ผู้ขับขี่ หรือผู้ให้บริการของ Go-Jek

ผู้ขับขี่ของ Go-Jek ทุกคนจะได้เข้าไปอยู่ในแพลตฟอร์มของ Doctor Anywhere ภายในวันที่ 1 เมษายน โดยทาง Go-Jek จะรับผิดชอบค่าธรรมเนียมการสมัครสมาชิกทั้งหมด

"ผู้ขับขี่ทุกคนจะสามารถรับคำปรึกษาแบบออนไลน์จากคุณหมอได้ทุกที่ ทุกเวลา ช่วยอำนวยความสะดวกให้พวกเขาในการต้องเดินทางไปที่คลินิกและต้องรอพบแพทย์นาน ๆ" Gojek กล่าว

โดยการประกาศในครั้งนี้ ผ่านไปหนึ่งสัปดาห์หลังจากประกาศพาร์ทเนอร์กับผู้ให้บริการประกันอย่าง Gigacover เพื่อเสนอให้ผู้ขับขี่ที่ต้องลาป่วยเป็นเวลานานเพื่อชดเชยรายได้ที่สูญเสียไป

ขั้นตอนการใช้บริการก็ง่าย ๆ ผู้ขับขี่เพียงโหลดแอพ Doctor Anywhere ทำการลงทะเบียน และเลือกว่าจะรับคำปรึกษาจาแพทย์ผ่านทางวิดีโอคอลหรือทำการนัดล่วงหน้า โดยในบางกรณี อาจมีการส่งยารักษาให้ภายในสามชั่วโมงหลัง นอกจากนี้เอกสารทั้งหมดจะถูกส่งผ่านทางอีเมลหลังจากการให้บริการทันที

นอกจากนี้ สำหรับผู้ให้บริการที่เป็น 'Top active drivers' ของ Go-Jek จะได้รับสิทธิประโยชน์ทางการแพทย์อื่น ๆ โดยทางบริษัทจะเป็นผู้สนับสนุน นอกจากนี้ ผู้ขับขี่ท่านอื่น ยังจะได้รับส่วนลดบริการด้านสุขภาพต่างๆจากแพลตฟอร์มของ Doctor Anywhere สูงถึง 40 เปอร์เซ็นต์

 

ที่มา : The Straitstimes

ภาพ Cover โดย Kelvin Chng

RELATED ARTICLE

Responsive image

GET จาก Go-Jek เปิดตัวแล้ว! ให้ใช้ฟรีในงาน Digital Thailand Big Bang 2018

“เก็ท” แอพพลิเคชั่นแบบออนดีมานด์ที่ให้บริการเรียกรถมอเตอร์ไซค์วินและส่งของ รวมถึงบริการหลากหลายในอนาคต ซึ่งได้รับการสนับสนุนจากโกเจ็ก (GO-JEK) ได้เข้าร่วมเป็นส่วนหนึ่งในงานดิจิทัลไ...

Responsive image

Go-Jek เริ่มให้บริการขนส่งพัสดุและเรียกรถในเวียดนาม ผ่านแอป GO-VIET แล้ว

ก่อนหน้านี้ Techsauce ได้รายงานข่าวเกี่ยวกับ Go-Jek บริษัทสตาร์ทจากประเทศอินโดนีเซียอัพด้านการให้บริการ On-Demand ผ่านแอปพลิเคชันหลากหลายรูปแบบ (หนึ่งในนั้นมีบริการขนส่งสินค้าและเร...

Responsive image

Go-Jek เตรียมทดลองให้บริการในสิงคโปร์เร็วๆ นี้ พร้อมจับมือ DBS เชื่อม Payment

ก่อนหน้านี้ Grab ได้รับเงินลงทุนจากธนาคารกสิกรไทยเป็นจำนวน 1,600 ล้านบาท เพื่อพัฒนา Wallet อย่าง GrabPay by KBank รวมถึงการพัฒนาให้แอปพลิเคชัน K PLUS และ Grab ใช้งานร่วมกันได้......