
Google ประกาศชุดอัปเดตใหญ่ให้กับฟีเจอร์ค้นหาแบบ Generative AI อย่าง AI Mode และ AI Overviews โดยเน้นการพาผู้ใช้กลับไปยังเว็บไซต์ต้นทาง บทความเชิงลึก และเสียงของคนจริงบนอินเทอร์เน็ตให้ง่ายขึ้นกว่าเดิม Hema Budaraju รองประธานฝ่าย Product Management ของ Search ระบุว่าการอัปเดตรอบนี้มุ่งปรับปรุงทั้งวิธีแสดงผลและการจัดอันดับลิงก์ภายในคำตอบของ AI เพื่อตอบโจทย์ผู้ใช้ที่ต้องการขุดข้อมูลต่อหลังจากได้คำตอบเริ่มต้น
ชุดฟีเจอร์ใหม่ทั้ง 5 รายการครอบคลุมตั้งแต่การแนะนำมุมต่อยอดของหัวข้อ การเชื่อมเนื้อหาจากการสมัครสมาชิกข่าวที่ผู้ใช้บอกรับอยู่ การดึงคำแนะนำจากชุมชนออนไลน์มาแสดงพร้อม source การฝังลิงก์ภายในเนื้อหาคำตอบให้ตรงกับประโยคที่เกี่ยวข้อง ไปจนถึงการพรีวิวเว็บไซต์ก่อนคลิก ทั้งหมดนี้คือการขยายแนวคิด "AI ที่นำคนกลับสู่เว็บไซต์ต้นฉบับ" ให้ชัดเจนกว่าที่เคยเป็นมา
การเน้น source และเสียงคนจริงในรอบนี้ ยังต้องมองในบริบทที่ AI Overviews เคยถูกวิจารณ์อย่างหนักในช่วงเปิดตัวเมื่อเดือนพฤษภาคม 2024 จากกรณีการให้ข้อมูลผิดที่กลายเป็นไวรัล ทั้งคำตอบที่แนะนำให้ผู้ใช้ใส่กาวลงในซอสพิซซ่าเพื่อให้ชีสติดดีขึ้น และคำตอบที่แนะนำให้กินก้อนหินวันละก้อนเพื่อสุขภาพ ซึ่งเกิดจากการที่ระบบดึงเนื้อหาจากโพสต์ตลกบน Reddit เก่าและบทความเสียดสีของ The Onion มาตอบเป็นข้อเท็จจริง รายงานจาก The Washington Post และ MIT Technology Review ขณะนั้นชี้ว่าปัญหาหลักคือ Generative AI ไม่ได้แยกแยะว่าอะไรจริงหรือเท็จ แต่ตัดสินจากความถี่ที่เนื้อหาปรากฏบนเว็บ หลังเหตุการณ์ Google ปรับระบบครั้งใหญ่และลดความถี่การแสดง AI Overviews ลงจาก 27% เหลือราว 11% ของผลการค้นหาตามข้อมูลของ BrightEdge การอัปเดตชุดล่าสุดที่เน้นพาผู้ใช้ไปยังเว็บไซต์ต้นฉบับและเสียงของคนที่มีตัวตนจริง จึงเป็นอีกก้าวของ Google ในการเรียกความเชื่อมั่นกลับคืน
ฟีเจอร์แรกคือการเพิ่มกล่องแนะนำท้ายคำตอบของ AI สำหรับการค้นหาในหัวข้อที่ซับซ้อน เพื่อให้ผู้ใช้คลิกอ่านบทความเฉพาะทางหรือบทวิเคราะห์เชิงลึกที่ครอบคลุมแง่มุมที่แตกต่างกัน Google ยกตัวอย่างว่าหากค้นหาเรื่องการเพิ่มพื้นที่สีเขียวในเมือง คำตอบของ AI อาจแสดงลิงก์ไปยังกรณีศึกษาการฟื้นฟูลำธารในกรุงโซล หรือรายงานการออกแบบสวนลอยฟ้า High Line ของนิวยอร์กให้คนอ่านสำรวจต่อ ในแง่ผู้ใช้ ฟีเจอร์นี้ทำให้คำตอบของ AI ไม่ใช่จุดจบของการค้นหา แต่เป็นจุดเริ่มต้นของการเจาะลึก
อัปเดตที่สองคือการแสดงป้าย "Subscribed" บนลิงก์ภายในคำตอบของ AI Mode และ AI Overviews สำหรับเนื้อหาที่มาจากสำนักข่าวที่ผู้ใช้สมัครสมาชิกอยู่ ทำให้ผู้อ่านเข้าถึงบทความที่ตัวเองจ่ายเงินไว้แล้วได้สะดวกขึ้น Google ระบุว่าในการทดสอบช่วงต้น ผู้ใช้มีแนวโน้มคลิกลิงก์ที่ติดป้ายว่าเป็นการสมัครของตัวเองมากขึ้นอย่างมีนัยสำคัญ ฝั่งสำนักพิมพ์ที่ต้องการให้ผู้อ่านของตัวเองเชื่อมการสมัครเข้ากับ Google สามารถลงทะเบียนผ่านแบบฟอร์มที่ Google เปิดให้กรอกได้
สำหรับการค้นหาที่ผู้ใช้มองหาคำแนะนำจากคนที่มีประสบการณ์ตรง AI ใน Search จะเริ่มแสดงตัวอย่างความคิดเห็นจากการสนทนาสาธารณะออนไลน์ โซเชียลมีเดีย และแหล่งข้อมูลจากบุคคลที่หนึ่ง พร้อมระบุชื่อผู้สร้างคอนเทนต์ ชื่อ handle หรือชื่อชุมชนกำกับไว้ เพื่อให้ผู้ใช้ตัดสินใจได้ว่าจะคลิกไปอ่านต่อในแหล่งใด ตัวอย่างที่ Google ยกมาคือการค้นหาเรื่องวิธีถ่ายภาพแสงเหนือ ผู้ใช้อาจเห็น quote คำแนะนำเรื่องเวลาเปิดหน้ากล้องจากฟอรัมการถ่ายภาพ พร้อมลิงก์ตรงไปยังการสนทนาเต็มในชุมชนนั้น ชื่อหัวข้อที่แสดงผลอาจเปลี่ยนเป็น "Community Perspectives" หรือชื่ออื่นตามบริบทของคำค้น
อัปเดตที่สี่คือการแสดงลิงก์ภายในคำตอบของ AI ตรงตำแหน่งที่ข้อความเกี่ยวข้องกับหัวข้อนั้นโดยตรง แทนที่จะรวมไว้ท้ายคำตอบเหมือนเดิม ตัวอย่างเช่น เมื่อค้นหาข้อมูลการขี่จักรยานเที่ยวแคลิฟอร์เนีย คำตอบของ AI อาจแสดงเป็นกลุ่ม bullet points เกี่ยวกับเส้นทาง โดยฝังลิงก์ไปยังคู่มือการปั่นจักรยานชายฝั่ง Pacific ไว้ตรงจุดที่พูดถึงสภาพทาง และฝังลิงก์ไปยังบล็อกโพสต์เรื่องการเทรนนิ่งไว้ตรงจุดที่พูดถึงระยะทางต่อวัน ผลลัพธ์คือผู้ใช้ไม่ต้องไล่หาแหล่งอ้างอิงหลังอ่านจบ แต่คลิกได้ทันทีระหว่างอ่าน
ฟีเจอร์สุดท้ายเปิดให้ผู้ใช้บนเดสก์ท็อปเลื่อนเมาส์ไปวางบนลิงก์ที่ฝังในคำตอบของ AI แล้วจะเห็นการพรีวิวเว็บไซต์นั้นแบบรวดเร็ว ทั้งชื่อเว็บไซต์และชื่อหน้าเว็บที่กำลังจะเข้าไป Google บอกว่าจากการสังเกตที่ผ่านมา ผู้ใช้มักลังเลก่อนคลิกหากไม่แน่ใจว่าลิงก์จะพาไปไหน ฟีเจอร์นี้จึงช่วยให้คนคลิกเข้าเว็บไซต์ที่เป็นประโยชน์ได้อย่างมั่นใจมากขึ้น
Google ระบุว่ายังคงพัฒนาวิธีแสดงและจัดอันดับลิงก์ในประสบการณ์ Generative AI อย่างต่อเนื่อง โดยใช้เทคนิคอย่าง Query Fan-Out ซึ่งช่วยให้ระบบเจาะลึกลงไปในเว็บได้กว้างกว่าการค้นหาแบบดั้งเดิม เพื่อค้นหาเว็บไซต์ที่เกี่ยวข้องที่สุดสำหรับแต่ละคำถาม ภาพรวมของชุดอัปเดตนี้สะท้อนทิศทางที่ Google วางไว้สำหรับ AI ใน Search นั่นคือการทำให้ AI เป็นสะพานเชื่อมผู้ใช้กับ creator และเว็บไซต์ต้นฉบับ ไม่ใช่กำแพงที่ขวางไม่ให้คนคลิกออกจากหน้าผลลัพธ์
ฟีเจอร์ทั้งหมดนี้กำลังทยอยเปิดให้ใช้งานใน AI Mode และ AI Overviews ของ Google Search โดย Google ระบุว่าจะยังคงทดสอบและปรับปรุงต่อเนื่องตามผลการใช้งานจริงของผู้ใช้
ที่มา: Google Blog
ลงทะเบียนเข้าสู่ระบบ เพื่ออ่านบทความฟรีไม่จำกัด