Google อัปเกรด MedGemma 1.5 อ่าน MRI / CT Scan ได้แล้ว แจกฟรีให้โรงพยาบาลทั่วโลกใช้

วงการ Health Tech กำลังก้าวกระโดดไปอีกขั้น เมื่อ Google นำโดยซีอีโอ Sundar Pichai ประกาศอัปเกรดเครื่องมือ AI ครั้งสำคัญเพื่อสนับสนุนบุคลากรทางการแพทย์ทั่วโลก ด้วยการเปิดตัว 2 โมเดลใหม่ล่าสุดอย่าง MedGemma 1.5 และ MedASR ที่ไม่ได้มาแค่ความฉลาด แต่มาพร้อมความสามารถในการมองเห็น และได้ยินในระดับที่ลึกซึ้งกว่าเดิม และที่สำคัญคือเปิดให้นักพัฒนาทั่วโลกนำไปใช้ได้ฟรี

MedGemma 1.5 เมื่อ AI มองเห็นทะลุปรุโปร่งถึง 3 มิติ

หากจำกันได้ ในเวอร์ชันก่อนหน้า MedGemma สามารถอ่านภาพถ่ายทางการแพทย์แบบ 2 มิติ เช่น ฟิล์ม X-ray ได้ดีอยู่แล้ว แต่ในโลกการแพทย์จริง การวินิจฉัยโรคนั้นซับซ้อนกว่านั้นมาก Google จึงพัฒนา MedGemma 1.5 ให้ก้าวข้ามขีดจำกัดเดิม ด้วยความสามารถในการรองรับภาพ 3 มิติ (High-dimensional Imaging) ได้อย่างเต็มรูปแบบ

นี่ถือเป็นก้าวสำคัญของวงการ Open Model เพราะตอนนี้ AI สามารถเข้าใจข้อมูลที่ซับซ้อนอย่างผลสแกน CT Scan, MRI หรือภาพชิ้นเนื้อที่มีความละเอียดสูงได้แบบรอบด้าน ซึ่งจากการทดสอบพบว่า MedGemma 1.5 สามารถจำแนกความผิดปกติจากภาพ MRI ได้แม่นยำขึ้นถึง 14% เมื่อเทียบกับรุ่นก่อน

ความน่าสนใจอีกอย่างคือ Google ออกแบบโมเดลนี้มาในขนาดที่กะทัดรัด (4 พันล้านพารามิเตอร์) ทำให้โรงพยาบาลหรือนักพัฒนาสามารถรันระบบนี้ได้แบบ Offline บนคอมพิวเตอร์ทั่วไป โดยไม่ต้องกังวลเรื่องข้อมูลคนไข้รั่วไหลออกสู่อินเทอร์เน็ต

MedASR หูทิพย์คู่ใจแพทย์ ฟังศัพท์ยากแค่ไหนก็แกะออก

นอกจากเรื่องภาพแล้ว Google ยังเข้าใจ Pain Point เรื่องเสียง และภาษาในโรงพยาบาลดี เพราะศัพท์แพทย์นั้นทั้งยาว ยาก และเฉพาะทาง ทำให้ AI ทั่วไปมักจะฟังไม่ค่อยรู้เรื่อง จึงเป็นที่มาของ MedASR โมเดลรู้จำเสียงพูดที่ถูกเทรนมาเพื่อวงการแพทย์โดยเฉพาะ

จุดเด่นของ MedASR คือความแม่นยำในการแกะคำศัพท์เทคนิค เมื่อเทียบกับโมเดลยอดนิยมในตลาดอย่าง Whisper พบว่า MedASR มีความผิดพลาดในการฟังผล X-ray น้อยกว่าถึง 58% และฟังศัพท์แพทย์ทั่วไปได้แม่นกว่าถึง 82% ซึ่งนับว่าเป็นตัวเลขที่สูงมาก

ตอนนี้เริ่มมีการใช้งานจริงแล้ว ตัวอย่างเช่น Qmed Asia ในมาเลเซีย ที่นำ MedGemma ไปพัฒนาระบบค้นหาข้อมูลจากคู่มือแพทย์ ช่วยให้การตัดสินใจหน้างานรวดเร็วขึ้น หรือ NHIA ของไต้หวัน ที่ใช้ AI ช่วยวิเคราะห์ข้อมูลก่อนการผ่าตัดมะเร็งปอด

Google ยังเปิดกว้างให้นักพัฒนาทั่วโลกดาวน์โหลดโมเดลทั้งสองไปต่อยอดได้ฟรีผ่าน Hugging Face และ Vertex AI รวมถึงจัดโครงการแข่งขั้นเพื่อชิงเงินรางวัลสนับสนุน เพื่อกระตุ้นให้เกิดนวัตกรรมใหม่ๆ ที่จะมาช่วยชีวิตคนได้จริงในอนาคต

อ้างอิง: research.google

ลงทะเบียนเข้าสู่ระบบ เพื่ออ่านบทความฟรีไม่จำกัด

No comment

RELATED ARTICLE

Responsive image

4 Key Takeaway จาก 'อรนุช เลิศสุวรรณกิจ' บนเวที Techsauce Global Summit 2026

สรุปวิสัยทัศน์จากสปีชเปิดงาน Techsauce Global Summit 2026 โดย คุณอรนุช เลิศสุวรรณกิจ ประธานเจ้าหน้าที่บริหารและผู้ร่วมก่อตั้ง บริษัท เทคซอส มีเดีย จำกัด...

Responsive image

เมื่อกฎหมายไม่ใช่คอขวด เจาะอนาคตสินทรัพย์ดิจิทัลอาเซียน ผ่านรายงาน SCBX และ Hashed Open Research ชี้ทิศทางอนาคตการเงินดิจิทัลแห่งเอเชียตะวันออกเฉียงใต้

SCBX ร่วมกับ Hashed Open Research (HOR) หน่วยงานคลังสมองด้านนโยบายของ Hashed บริษัทเวนเจอร์แคปิทัลด้าน Web3 ระดับโลก เปิดตัวรายงาน "Powering Southeast Asia's Digital Future" ซึ่งกล...

Responsive image

สจล. ปรับบทบาทครั้งใหญ่ ให้เริ่มทำโปรเจกต์จริงตั้งแต่ปี 1 ตอบโจทย์แวดวง AI, Semiconductor, Data Center

สจล. ปรับบทบาทมุ่งสร้าง "นวัตกร" รองรับอุตสาหกรรมอนาคต ดันสถิติบัณฑิตมีงานทำพุ่ง 85% สูงกว่าค่าเฉลี่ยประเทศ พร้อมคว้าอันดับ 1 มหาวิทยาลัยยอดนิยมสายวิทย์-เทคโนโลยี...