Google เปิดโครงการสมัครใจลาออก สำหรับพนักงานที่ไม่พร้อมไปต่อในยุค AI First

ปี 2026 ดูเหมือนว่า "รายได้มหาศาล" จะไม่ใช่เกราะป้องกันความมั่นคงในหน้าที่การงานอีกต่อไป แม้ Alphabet บริษัทแม่ของ Google เพิ่งจะประกาศความสำเร็จด้วยรายได้ทุบสถิติสูงสุดเป็นประวัติการณ์ที่ 400,000 ล้านดอลลาร์ (ราว 13-14 ล้านล้านบาท) ไปหมาดๆ แต่คลื่นลูกใหม่แห่งปัญญาประดิษฐ์กำลังบีบให้ยักษ์ใหญ่แห่ง Silicon Valley ต้องตัดสินใจเลือก จะเก็บคนที่ใช่ หรือยอมจ่ายเพื่อคัดคนที่ไม่ใช่ออกไป

ล่าสุด Google Business Unit ได้ออกมาเคลื่อนไหวครั้งสำคัญ ด้วยการยื่นข้อเสนอให้พนักงานที่รู้สึกว่าตนเองไม่พร้อมจะปรับตัวเข้ากับทิศทางใหม่ของบริษัทที่มุ่งเน้น AI เป็นศูนย์กลาง สามารถเลือกรับแพ็กเกจชดเชยและลาออกโดยสมัครใจได้

เดิมพันสูงในเกมที่รวดเร็วปานสายฟ้า

Philipp Schindler หัวหน้าเจ้าหน้าที่ฝ่ายธุรกิจ (CBO) ของ Google ได้ส่งบันทึกข้อความภายในถึงพนักงานในหน่วยงาน Global Business Organization (GBO) ซึ่งเป็นหน่วยงานหัวใจสำคัญที่ดูแลด้านผลิตภัณฑ์โฆษณาและการเติบโตของรายได้ทั่วโลก

แม้ Schindler จะยอมรับว่า Google เริ่มต้นปี 2026 ด้วยสถานะที่แข็งแกร่งอย่างยิ่ง แต่เขาก็ย้ำเตือนถึงความเป็นจริงของโลกเทคโนโลยีในปัจจุบันว่า "เกมนี้เต็มไปด้วยพลวัต จังหวะก้าวเดินนั้นรวดเร็วปานสายฟ้าแลบและมีความเสี่ยงเดิมพันที่สูงลิ่ว"

ข้อความที่สื่อสารออกมานั้นชัดเจนว่า Google ในยุคนี้ต้องการเฉพาะพนักงานที่พร้อมจะทุ่มสุดตัวให้กับแผนงานแห่งอนาคต และต้องเป็นคนที่สามารถโอบรับ AI เพื่อนำมาสร้าง Impact ให้กับงานได้มากกว่าเดิม

สำหรับใครที่รู้ตัวว่าใจไม่พร้อมจะไปต่อในทิศทางนี้ หรือรู้สึกว่าถึงเวลาต้องแยกย้ายแล้ว ทางบริษัทก็ได้จัดเตรียมทางลงที่นุ่มนวลไว้ให้ผ่านโครงการ Voluntary Exit Program (VEP) พร้อมเงินชดเชย โดยกลุ่มเป้าหมายของโครงการนี้ครอบคลุมตั้งแต่ทีม Solutions, Sales ไปจนถึงทีม Corporate Development

ข้อยกเว้นเพื่อลูกค้า ไม่ใช่ทุกคนจะได้สิทธิ์นี้

อย่างไรก็ตาม Google ยังคงให้ความสำคัญกับประสบการณ์ของลูกค้าเป็นอันดับต้นๆ Schindler ระบุชัดเจนว่า โครงการนี้จะไม่เปิดให้สำหรับทีมขายที่ดูแลลูกค้ารายใหญ่ (Large Customer Sales) ในสหรัฐฯ และตำแหน่งงาน Front-office ที่ต้องพบปะลูกค้าโดยตรง

"แม้ทุกฟังก์ชันใน GBO จะสำคัญต่อกลยุทธ์ระยะยาว แต่เราตัดสินใจไม่เปิด VEP ให้กับตำแหน่งเหล่านี้ เพื่อลดความชะงักงันและผลกระทบที่จะเกิดกับลูกค้าให้น้อยที่สุด" นี่คือการเดินหมากที่ระมัดระวังของ Google ที่ต้องการปรับโครงสร้างภายในโดยไม่ให้กระเทือนถึงรายได้ภายนอก

ปรากฏการณ์ ‘AI Purge’ ของบริษัทเทคฯ

สิ่งที่เกิดขึ้นกับ Google เป็นภาพสะท้อนของเทรนด์ใหญ่ในอุตสาหกรรมเทคโนโลยี หรือที่อาจเรียกได้ว่าเป็น ‘The Great AI Restructuring’

ย้อนกลับไปก่อนหน้านี้ Google เคยใช้แนวทาง Buyout offers ในลักษณะเดียวกันกับทีม Android และ Core Engineering ในสหรัฐฯ รวมถึงพนักงานในสหราชอาณาจักรเมื่อปลายปีที่แล้ว แต่เมื่อมองไปรอบๆ Silicon Valley เราจะเห็นว่าคู่แข่งอย่าง Amazon, Meta และ Microsoft ต่างก็กำลังดำเนินนโยบายในทิศทางเดียวกัน

มีรายงานว่า Microsoft เองก็เคยยื่นคำขาดให้ผู้บริหารระดับสูงต้องเร่งเครื่องเรื่อง AI มิฉะนั้นอาจต้องพิจารณาเส้นทางอาชีพใหม่ นี่คือสัญญาณที่บอกว่า ในยุคที่โมเดลธุรกิจถูกขับเคลื่อนด้วย AI พนักงานที่ปรับตัวไม่ได้ อาจไม่มีที่ยืนอีกต่อไป ไม่ว่าบริษัทจะมีกำไรมหาศาลแค่ไหนก็ตาม

ที่มา: Indiatoday

ลงทะเบียนเข้าสู่ระบบ เพื่ออ่านบทความฟรีไม่จำกัด

No comment

RELATED ARTICLE

Responsive image

3 คน 3 Key Takeaways หนุน SMEs ไทยสู่ Smart Industry ดันทั้ง Productivity และ GDP เพิ่ม โดย เอสซีจีกับเครือข่าย และภาครัฐ

Key Takeaways จากงานสัมมนา 'อุตสาหกรรมไทยก้าวกระโดด โตไปด้วยกัน...SMART INDUSTRY' ที่เอสซีจีกับเครือข่าย และภาครัฐ เผยแนวทางหนุน SMEs ไทยพลิกโฉมสู่ Smart Industry...

Responsive image

ทำไมฮ่องกงถึงกลายเป็นเบอร์ 3 แห่งโลกการเงิน เมื่อตลาดทุน + การเชื่อมจีนกับโลก + กฎ+ AI for Finance รวมตัวกันเป็นความได้เปรียบที่เมืองอื่นลอกได้ยาก

Techsauce มีโอกาสเดินทางไปร่วมงาน Asian Financial Forum 2026 ที่ฮ่องกง เพื่อหาคำตอบกับคำถามที่น่าสนใจมากข้อหนึ่งว่า ในโลกที่ศูนย์กลางการเงินแข่งขันกันดุเดือดขึ้นทุกปี ทำไมฮ่องกงยัง...

Responsive image

รู้จัก ‘Nemotron 3 Super’ Open Source ล่าสุดจาก NVIDIA โมเดล AI สำหรับระบบ Agentic Reasoning ประมวลผลเร็วกว่ารุ่นเดิม 5 เท่า

ทำความรู้จัก ‘Nemotron 3 Super’ โมเดล AI โอเพนซอร์สใหม่ล่าสุดที่ใช้สถาปัตยกรรมลูกผสม ประมวลผลเร็วขึ้น 5 เท่า ความจำระดับ 1 ล้านหน่วยคำ ตอบโจทย์การสร้างปัญญาประดิษฐ์อัตโนมัติ...