Grab ประเทศไทย เผยวิสัยทัศน์ตั้งเป้าเป็น One App Stop บน Platform ที่ตอบโจทย์ทั้งผู้ใช้และ Partner เชื่อมทุกไลฟ์สไตล์ให้ไร้รอยต่อ Grab Food และร่วมผลักดัน Cashless Society ในประเทศไทยผ่านระบบชำระเงิน Grab Pay เร็วๆ นี้

เมื่อวันที่ 8 พฤษภาคมที่ผ่านมา Grab ได้เชิญสื่อมวลชนเข้าร่วมฟังวิสัยทัศน์และแนวทางในอนาคตโดยมีคุณธนินทร์ ธนียวัน กรรมการผู้จัดการใหญ่ของ Grab ประเทศไทยเป็นผู้แถลง ซึ่ง Grab ได้เล่าถึงแนวทางการสร้างอนาคตของสังคมแบบไร้รอยต่อ รวมเอาบริการด้านคมนาคม ขนส่งทั้งสิ่งของและอาหาร ไปจนถึงบริการด้านการเงินเข้ามาอยู่ในที่เดียว

คุณธนินทร์ ธนียวัน กรรมการผู้จัดการใหญ่ของ Grab ประเทศไทย

ภาพรวมของ Grab ในปัจจุบัน

Grab เปิดให้บริการตั้งแต่ปี 2012 มียอดดาวน์โหลดแอปพลิเคชั่นราว 95 ล้านครั้ง และมียอดการใช้งานสูงถึง 6 ล้านครั้งต่อวันใน 8 ประเทศ นอกจากนี้ ยังมีผู้ประกอบการที่ให้บริการบน Platform ของ Grab ซึ่งเรียกว่า Partner ประกอบด้วยทั้งผู้ขับขี่และร้านอาหารราว 6 ล้านผู้ใช้

ส่วนสถานการณ์ในไทยตั้งแต่เปิดตัวเมื่อเดือนตุลาคม 2013 ได้ขยายการให้บริการไปแล้ว 16 เมือง มีพนักงานราว 400 คน ซึ่งเป็นคนไทยถึง 95.5 เปอร์เซ็นต์ รวมถึงสายงานที่ต้องการทักษะสูงอย่าง Data Science ด้วย

นอกจากนี้ เพื่อรองรับบริการใหม่ๆ Grab ประเทศไทยจะเปิดตัวโฉมใหม่ของแอปพลิเคชั่นในวันที่ 21 พฤษภาคมนี้

Grab Food ให้บริการในกรุงเทพฯ อย่างเป็นทางการแล้ว

Grab ประเทศไทยได้ทดลองให้บริการ Grab Food ในกรุงเทพฯ ตั้งแต่ปี 2017 ช่วยให้ผู้บริโภคได้รับอาหารอย่างรวดเร็วและ Partner มีรายได้เพิ่มขึ้น โดยปัจจุบัน Grab Food มีร้านอาหารในเครือข่ายราว 4,000 แห่ง และมียอดผู้ใช้เพิ่มขึ้นจากเมื่อต้นปี 2018 ถึงปัจจุบันราว 4.5 เท่า โดยมีคุณสมบัติการใช้งานดังนี้

  • มีรัศมีการค้นหาร้านอาหาร 5 กิโลเมตร
  • ระบุตำแหน่งของผู้ให้บริการส่งอาหารแบบ Real Time ติดตามผ่าน GPS ได้ตลอดเวลา
  • มีระบบ Grab Chat รองรับการพิมพ์สั่งอาหารกับร้านอาหารโดยตรง
  • รองรับการชำระเงินไปยังร้านอาหารโดยตรง มีระบบเชื่อมโยงผู้ส่งอาหารโดยผู้รับบริการไม่ต้องติดต่อหรือชำระเงินกับผู้ส่งอาหาร

ในอนาคต Grab Food จะรองรับระบบ Grab Pay และมีแอปพลิเคชั่นสำหรับร้านอาหารโดยเฉพาะ ซึ่งร้านสามารถส่งข้อมูลรายละเอียดอาหารหรือแจ้งบริการต่างๆ ด้วยตัวเองได้ ทั้งนี้ Grab Food จะเปิดให้บริการโดยไม่คิดค่าบริการถึงสิ้นเดือนพฤษภาคมนี้

สร้าง Platform สำหรับเทคโนโลยี Smart City ในอนาคต

จากการสอบถามผู้บริโภคถึงสิ่งที่อยากได้จาก Grab ในอนาคต 10 ปีข้างหน้า เสียงส่วนใหญ่ต่างตอบว่าต้องการให้ Grab เป็นแอปพลิเคชั่นที่ให้บริการเบ็ดเสร็จสำหรับชีวิตประจำวัน จึงทำให้ Grab ตั้งใจพัฒนา Platform รองรับบริการที่หลากหลายเพื่อให้เป็น Everyday App for Everyone ซึ่งยกระดับผู้บริโภคผ่านเทคโนโลยี กลายเป็น Platform O2O (Online to Offline) ที่แข็งแรง

จากวิสัยทัศน์ข้างต้น ผู้บริโภคและ Partner อันได้แก่ผู้ขับขี่ ผู้ส่งสินค้า และร้านอาหาร จะได้รับประโยชน์จากบริการเหล่านี้ดังนี้

  • การเดินทางขนส่ง Grab ตั้งใจสร้างรูปแบบการเดินทางแบบ Multi-Modal ซึ่งผสมผสานการเดินทางหลายรูปแบบทั้งขนส่งสาธารณะและยานยนต์ในบริการของ Grab ตามความต้องการและงบประมาณ ภายใต้การร่วมมือกับผู้ให้บริการขนส่งสาธารณะกับ Platform ของ Grab ทำให้ผู้ใช้สามารถใช้การเดินทางแบบ Multi-Modal ด้วยการชำระเงินเพียงครั้งเดียว
  • บริการขนส่งตอบโจทย์ไลฟ์สไตล์ ไม่เพียงแต่การเดินทางเท่านั้น Grab ยังพร้อมดูแลการขนส่งด้วย ซึ่งปัจจุบัน Grab มีผู้ให้บริการขนส่งวัสดุด้วยมอเตอร์ไซค์อยู่แล้ว จึงได้เพิ่มเติมบริการขนส่งอาหารหรือ Grab Food เข้าไป เพื่อตอบโจทย์ผู้บริโภคที่ต้องการประหยัดเวลา รวมถึง Partner เองก็สามารถมีงานเพิ่มขึ้น เป็นรายได้อีกช่องทางหนึ่ง

นอกจากเรื่องที่เกี่ยวข้องกับการขนส่งแล้ว Grab ยังมีขยายบริการไปยังด้านการเงินเพื่อให้ Platform ของตัวเองแข็งแรงขึ้น ทั้งสองบริการนี้เตรียมจะให้บริการที่ประเทศไทยในอนาคต โดยประกอบด้วย

  • การชำระเงินและสะสมแต้ม ด้วยบริการ Mobile Wallet ในชื่อ Grab Pay ทำให้ลูกค้าและผู้ค้าทำธุรกรรมแบบไร้รอยต่ออย่างปลอดภัย ลูกค้าสามารถจ่ายค่าบริการผ่านช่องทาง Grab Pay ได้ทันที ส่วนผู้ค้าก็จะได้รับเงินเข้าในระบบทันที มีโอกาสเพิ่มยอดใช้บริการหรือยอดขายจากความสะดวกสบายดังกล่าว นอกจากนี้ ยังมี Grab Reward สำหรับสะสมแต้มซึ่งช่วยคืนกำไรแก่ผู้บริโภคและเพิ่มปริมาณการใช้บริการอันเป็นผลดีกับ Partner ชัดเจน
  • บริการด้านการเงินครบวงจร Grab เล็งเห็นปัญหาของ Partner ที่ไม่สามารถเข้าถึงบริการทางการเงินได้อย่างที่ควรจะเป็น จึงมีแนวคิดเปิดบริการทางการเงินแบบครบวงจรสำหรับ Partner โดยเฉพาะ ทั้งการกู้ยืมเงินระดับ Nano-Finance และบริการประกันภัยสำหรับ Partner โดยอ้างอิงจากบัญชีและประวัติของ Partner ซึ่งบันทึกอยู่ใน Platform ของ Grab อยู่แล้ว

ไม่เพียงแต่การสร้าง Platform เพื่อให้เกิด Ecosystem ที่สมบูรณ์สำหรับการใช้งานเท่านั้น แต่ Grab ยังเล็งถึงการเป็นส่วนหนึ่งในการผลักดันเมือง โดยพร้อมจะให้การร่วมมือกับภาครัฐฯ เพื่อให้ข้อมูลด้าน Traffic Data ช่วยจัดระบบคมนาคมในแต่ละเมือง อีกทั้ง Grab Pay ยังส่งเสริมให้เกิด Cashelss Society ด้วย

 

 

RELATED ARTICLE

Responsive image

Grab แต่งตั้งอดีตผู้บริหาร Lazada 'ธรินทร์ ธนียวัน' เป็นกรรมการผู้จัดการใหญ่ Grab ประเทศไทย

Grab ประกาศแต่งตั้งคุณธรินทร์ ธนียวัน ดำรงตำแหน่งกรรมการผู้จัดการใหญ่ บริษัท แกร็บ (ประเทศไทย) จำกัด ตั้งแต่วันที่ 1 เมษายน 2561 เป็นต้นไป แทนที่คุณยี วี แตง ที่ย้ายไปรับตำแหน่งกรร...

Responsive image

แรงบันดาลใจของคนสู้ชีวิตที่ไม่คิดยอมเเพ้ จากหนุ่มใหญ่วัย 65 กับอาชีพขับ Grab ส่งอาหาร

ใครที่กำลังสิ้นหวังกับสภาวการณ์ที่ไม่แน่นอนจาก COVID-19 อยากให้ลองฟังแง่คิดและแรงบันดาลใจดีๆ จากนักสู้ชีวิตผู้ไม่ยอมแพ้กับโชคชะตาอย่างเช่น “ลุงพันธ์”แม้จะอยู่ในวัย 65 ปี แต่อายุก็ไ...

Responsive image

เปิดตัว GrabAssist ในประเทศไทย ให้ผู้พิการและผู้สูงอายุเดินทางสะดวกด้วย Grab

Grab ประเทศไทย ร่วมกับกรมส่งเสริมและพัฒนาคุณภาพชีวิตคนพิการ (พก.) กระทรวงการพัฒนาสังคมและความมั่นคงของมนุษย์ และภาคีเครือข่ายขนส่งมวลชนทุกคนต้องขึ้นได้ (T4A) จัดงานเปิดตัวบริการ แก...