Grab ประเทศไทย ประกาศทิศทางธุรกิจปี 2569 ภายใต้แนวคิด “Winning with Purpose Together” มุ่งสร้างการเติบโตอย่างมีเป้าหมาย ควบคู่การรักษาสมดุลของ Ecosystem ทั้งผู้ใช้ คนขับ และพาร์ทเนอร์ร้านค้า ท่ามกลางความท้าทายจากเศรษฐกิจโลกที่ยังไม่แน่นอน
คุณจันต์สุดา ธนานิตยะอุดม กรรมการผู้จัดการใหญ่ Grab ประเทศไทย ระบุว่า แม้ปี 2568 จะเผชิญแรงกดดันจากกำลังซื้อในประเทศที่ชะลอตัว รวมถึงปัจจัยด้านภูมิรัฐศาสตร์ แต่บริษัทยังสามารถรักษาความเป็นผู้นำในธุรกิจเรียกรถและฟู้ดเดลิเวอรี พร้อมเดินหน้าพัฒนาเทคโนโลยีและบริการใหม่อย่างต่อเนื่อง

หนึ่งในแกนหลักของการเติบโตคือการต่อยอด “Barbell Strategy” ที่เน้นจับทั้งบริการราคาประหยัดและพรีเมียมไปพร้อมกัน
ฝั่งตลาดราคาประหยัด บริการ SAVER ทั้งรถยนต์และมอเตอร์ไซค์เติบโตสูงกว่า 250% จากพฤติกรรมผู้บริโภคที่ต้องการประหยัดค่าใช้จ่าย ขณะที่ฝั่งพรีเมียม Grab ยังคงรักษาฐานลูกค้าได้ดี โดยเฉพาะนักท่องเที่ยวต่างชาติและลูกค้าองค์กร พร้อมเปิดตัว GrabExecutive เจาะกลุ่มลักชัวรีที่ต้องการบริการจองล่วงหน้า
ในฝั่งฟู้ดเดลิเวอรี Grab ยังคงใช้ “ความคุ้มค่า” เป็นหัวใจ ผ่านแคมเปญและโปรโมชันต่อเนื่อง เช่น Hot Deals, SAVER Delivery และ Mega Sale ซึ่งช่วยให้ผู้ใช้ประหยัดค่าใช้จ่ายรวมกว่า 6.9 พันล้านบาท
ขณะเดียวกัน บริษัทยังรักษาฐานลูกค้ากลุ่มพรีเมียมผ่านร้านอาหารคุณภาพ และเดินหน้า Ecosystem ร้านอาหาร ผ่านแบรนด์อย่าง GrabThumbsUp และ Only at Grab ซึ่งมีร้านเข้าร่วมมากกว่า 20,000 ร้านทั่วประเทศ รวมถึงการเข้าร่วมโครงการรัฐอย่าง “คนละครึ่งพลัส” ที่ช่วยเพิ่มยอดขายร้านอาหารได้ถึง 3 เท่า
ปี 2569 Grab เตรียมขยายขีดความสามารถของแพลตฟอร์มผ่านทั้งเทคโนโลยีและการเจาะกลุ่มผู้ใช้ใหม่
ฟีเจอร์ใหม่ที่จะเปิดตัว ได้แก่
ในด้านตลาด Grab ยังรุกกลุ่มใหม่ เช่น นักศึกษา ผ่านแพ็กเกจ GrabForStudent และกลุ่มไลฟ์สไตล์เฉพาะ เช่น “คนนอนดึก” รวมถึงทดลองให้บริการสินเชื่อเงินสด Grab Quick Cash เพื่อเพิ่มโอกาสเข้าถึงแหล่งทุนของคนทั่วไป
Grab วาง “ความยั่งยืน” เป็นอีกเสาหลัก ผ่านโครงการ GrabForGood โดยมุ่งเน้นทั้งการสร้างรายได้ให้คนขับและพาร์ทเนอร์ร้านค้า การพัฒนาทักษะผ่านโครงการ GrabAcademy และการส่งเสริมการเข้าถึงบริการทางการเงิน
ในด้านสิ่งแวดล้อม บริษัทเดินหน้าโครงการ Grab EV เพื่อสนับสนุนการใช้ยานยนต์ไฟฟ้า รวมถึงโครงการ Green Programme ที่ช่วยชดเชยคาร์บอน และโครงการคัดแยกขยะร่วมกับพันธมิตร เพื่อผลักดันการดำเนินธุรกิจอย่างยั่งยืน
การเติบโตของ Grab สอดคล้องกับแนวโน้มเศรษฐกิจดิจิทัลของไทยที่ยังขยายตัวต่อเนื่อง โดยมีมูลค่าสูงถึง 5.6 หมื่นล้านดอลลาร์ และยังเติบโตต่อเนื่อง โดยเฉพาะกลุ่มเรียกรถและฟู้ดเดลิเวอรีที่โตมากกว่า 15% ในปีที่ผ่านมา ขณะที่ตลาดฟู้ดเดลิเวอรีไทยมีมูลค่าสูงเป็นอันดับสองในภูมิภาค
Grab จึงเดินหน้าร่วมมือกับภาครัฐและหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง เพื่อสนับสนุนการท่องเที่ยวและเศรษฐกิจในประเทศ พร้อมใช้ความแข็งแกร่งของแพลตฟอร์มในการเชื่อมโยงผู้บริโภค ธุรกิจ และโอกาสทางรายได้ในระบบเศรษฐกิจดิจิทัล
ภายใต้แนวคิด “Winning with Purpose Together” เกมของ Grab จึงไม่ใช่แค่การเติบโต แต่คือการเติบโตที่ “ทุกฝ่ายได้ประโยชน์ร่วมกัน” และนั่นอาจเป็นความได้เปรียบที่ยั่งยืนที่สุดในระยะยาว
ลงทะเบียนเข้าสู่ระบบ เพื่ออ่านบทความฟรีไม่จำกัด