Grab Thailand ประกาศชัด ปีนี้ต้องเป็น 'Profitable Company' เติบโตแบบไม่ขาดทุนและยั่งยืน | Techsauce

Grab Thailand ประกาศชัด ปีนี้ต้องเป็น 'Profitable Company' เติบโตแบบไม่ขาดทุนและยั่งยืน

แม้ว่าปี 2565 แกร็บ ประเทศไทย (Grab Thailand) ยังคงขาดทุน แต่บริษัทกลับประสบความสำเร็จในด้านสัดส่วนการใช้บริการที่เติบโตอย่างมากและมีลูกค้าที่กลับมาใช้บริการซ้ำเพิ่มขึ้น รวมถึงการมียอดการใช้จ่ายต่อครั้งเพิ่มขึ้น ไม่ว่าจะเป็น บริการเรียกรถ ที่มีอัตราการเรียกรถผ่านแอปในกลุ่มนักท่องเที่ยว เพิ่มสูงขึ้นกว่า 152% ในปี 2565 เมื่อเทียบกับปี 2564 บริการเดลิเวอรี ที่มียอดการสั่งซื้อผ่านบริการเดลิเวอรีของแกร็บในภูมิภาคเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ เติบโตกว่า 15% ในปี 2565 เมื่อเทียบกับปี 2564 โดยปัจจัยสำคัญคือ แกร็บนำเสนอบริการที่หลากหลายและแต่ละบริการยังสามารถเสริมศักยภาพของกันและกันเป็นอีโคซิมเต็ม จึงเพิ่มความแข็งแกร่งให้ซูเปอร์แอป พร้อมกับทำให้ผู้บริโภคมีความจงรักภักดีต่อแบรนด์ (Loyalty) มากยิ่งขึ้น

Grab Thailandนายวรฉัตร ลักขณาโรจน์ กรรมการผู้จัดการใหญ่ แกร็บ ประเทศไทย  มาในปี 2566 แกร็บ ประเทศไทย ตั้งเป้าก้าวข้ามภาวะขาดทุน ภายใต้แนวคิด “Building Sustainable Growth through Innovation” หรือ สร้างการเติบโตอย่างยั่งยืนด้วยนวัตกรรม โดย นายวรฉัตร ลักขณาโรจน์ กรรมการผู้จัดการใหญ่ แกร็บ ประเทศไทย ชู 2 กลยุทธ์หลักในการขับเคลื่อนองค์กร นั่นคือ Power of Superapp และ Operational Efficiency โดยมี 4 ธุรกิจที่เป็นเสาหลักสร้างรายได้ให้แกร็บ ได้แก่ 

  • บริการการเดินทาง (Mobility) 
  • บริการเดลิเวอรี (Deliveries) 
  • บริการทางการเงิน (Financial Services) 
  • บริการสำหรับองค์กร (Enterprise)

หลังจากสถานการณ์โควิด-19 เริ่มคลี่คลายลง นายวรฉัตรเผยว่า เห็นสัญญาณบวกและแนวโน้มการเติบโตอย่างมีนัยสำคัญในทุกธุรกิจของแกร็บในประเทศไทย ซึ่งเป็นไปในทิศทางเดียวกับการเติบโตของเศรษฐกิจดิจิทัลในภูมิภาคเอเชียตะวันออกเฉียงใต้* โดยเฉพาะบริการขนส่งและบริการส่งอาหารออนไลน์ ที่ยังคงมีแนวโน้มการเติบโตอย่างต่อเนื่อง 

"ไม่ว่าจะเป็น บริการการเดินทาง ซึ่งในปีที่ผ่านมาแกร็บได้รับการรับรองแอปพลิเคชันจากกรมการขนส่งทางบก ส่งผลต่อยอดใช้บริการที่กลับมามากกว่าช่วงก่อนโควิด และหลังจากที่มีการเปิดประเทศ ยอดใช้บริการการเดินทางในกลุ่มนักท่องเที่ยวต่างชาติก็พุ่งขึ้นถึง 152%**

"ขณะที่ บริการเดลิเวอรี ยังคงได้รับความนิยมและมีการเติบโตอย่างต่อเนื่อง แม้สถานการณ์โควิดจะดีขึ้นตามลำดับ แต่พฤติกรรมของผู้บริโภคได้เปลี่ยนไปเนื่องจากมีความคุ้นชินกับการสั่งอาหารรวมถึงสินค้าหรือของใช้แบบออนดีมานด์ ทั้ง บริการแกร็บฟู้ด ที่ยังคงเติบโต โดยเฉพาะในตลาดต่างจังหวัด ซึ่งในปีที่ผ่านมาเติบโตสูงกว่าในกรุงเทพฯ ถึง 3 เท่า*** และ บริการแกร็บมาร์ท ซึ่งเทรนด์การสั่งสินค้าประเภทของสดยังคงเติบโต โดยมีสัดส่วนเป็น 1 ใน 3 ของสินค้าทั้งหมด

ทุกคนยังเห็นตรงกันว่า Food Delivery จะยังโตต่อไปในอีก 3 ปีข้างหน้า โดยจะโตจาก 17 พันล้านดอลลาร์ ไปเป็น 24 พันล้านดอลลาร์ ในปี 2025 ที่สำคัญ เรามองว่า 'Quick Commerce' จะโตเร็วกว่า e-Commerce ซึ่งจะเข้ามาเสริมศักยภาพบริการจัดส่งของแกร็บให้มากขึ้นไปอีก 

และในส่วนของ บริการทางเงิน แกร็บออกผลิตภัณฑ์ทางการเงินใหม่ๆ ที่มุ่งให้ความสำคัญกับการยกระดับคุณภาพชีวิตของคนในอีโคซิสเต็ม อาทิ บริการสินเชื่อรถยนต์ไฟฟ้าสำหรับพาร์ทเนอร์คนขับ เพื่อเป็นช่องทางในการหารายได้ในแบบที่ช่วยรักษ์โลก และบริการ PayLater เพื่อเพิ่มทางเลือกในการบริหารจัดการด้านการเงินให้กับผู้ใช้บริการ

ปี 2566 แกร็บ ประเทศไทย มุ่งขับเคลื่อน 4 กลุ่มธุรกิจ

หลังจากดำเนินธุรกิจในประเทศไทยมาเป็นเวลา 10 ปี แกร็บยังคงเดินหน้าสานต่อพันธกิจ GrabForGood เพื่อมุ่งสร้างการเติบโตทางธุรกิจอย่างยั่งยืน โดยในปี 2566 นี้ นายวรวัฒน์กล่าวย้ำว่า แกร็บมุ่งเน้นไปที่ 2 กลยุทธ์สำคัญ นั่นคือ Power of Superapp ที่มุ่งผสานความร่วมมือและการทำงานของทุกธุรกิจในอีโคซิสเต็มของแกร็บให้เกิด Synergy และเอื้อประโยชน์ต่อกัน และ Operational Efficiency ที่จะดึงนวัตกรรมและเทคโนโลยีเข้ามาช่วยเพิ่มประสิทธิภาพสูงสุดในทุกกระบวนการทำงานของแกร็บในการขับเคลื่อน  4 กลุ่มธุรกิจหลัก ได้แก่

GrabForGoodพันธกิจ GrabForGood เพื่อทำให้ธุรกิจเติบโตอย่างยั่งยืน 

  • บริการการเดินทาง (Mobility) 

    1) ยกระดับมาตรฐานเสริมความเชื่อมั่น โดยยังคงให้ความสำคัญกับมาตรฐานด้านความปลอดภัย ซึ่งถือเป็นจุดเด่นของแกร็บและเป็นปัจจัยหลักที่ผู้ใช้บริการให้ความสำคัญ ไม่ว่าจะเป็น การพัฒนาหรืออัพเกรดเทคโนโลยีใหม่ๆ รวมไปถึงการกำหนดและควบคุมมาตรฐานการให้บริการของพาร์ทเนอร์คนขับอย่างเข้มงวด เป็นต้น
    2) รุกตลาดนักท่องเที่ยวต่างชาติ โดยเน้นยกระดับบริการเพื่อรองรับการกลับมาของนักท่องเที่ยวต่างชาติที่คาดว่าจะเดินทางเข้ามาประเทศไทยถึง 28 ล้านคน**** ด้วยการจับมือกับหน่วยงานภาครัฐและภาคเอกชน เพื่อสร้างประสบการณ์การเดินทางที่ดีอย่างไร้รอยต่อตั้งแต่สนามบิน รวมไปถึงการพัฒนาแอปพลิเคชันให้ตอบรับการใช้งานของชาวต่างชาติ 
    3) เจาะตลาดพรีเมียม ซึ่งถือเป็นอีกหนึ่งเซ็กเมนต์ที่มีพฤติกรรมการใช้จ่ายสูง โดยเราเตรียมส่งแคมเปญพิเศษเจาะตลาดกลุ่มนี้ พร้อมเพิ่มจำนวนพาร์ทเนอร์คนขับที่ให้บริการเรียกรถด้วยรถยนต์ไฟฟ้าเพื่อให้สามารถตอบรับความต้องการที่เพิ่มมากขึ้น 
  • บริการเดลิเวอรี (Deliveries) 

    1) ตอกย้ำในด้านคุณภาพ (Quality) ของทั้งร้านอาหารบนแพลตฟอร์มและการให้บริการ โดยยังคงชูโรงซับแบรนด์ #GrabThumbsUp ที่คัดสรรและรวบรวมร้านอร่อยชื่อดังจากทั่วประเทศมาสร้างประสบการณ์ความอร่อยให้กับผู้ใช้บริการ พร้อมเตรียมเปิดตัวแคมเปญและกิจกรรมพิเศษเพื่อมัดใจผู้ใช้บริการในเร็วๆ นี้
    2) เพิ่มประสิทธิภาพในการจัดส่งอาหารและสินค้า (Efficiency) ด้วยเทคโนโลยีและระบบบริหารจัดการต่างๆ เช่น การพัฒนาระบบแผนที่ และระบบคำนวณเวลารออาหาร เพื่อเพิ่มความแม่นยำ และลดเวลาในการจัดส่งสินค้า
    3) เน้นสร้างฐานสมาชิกและความภักดีของผู้ใช้บริการ (Loyalty) ผ่านแพ็กเกจสมาชิก GrabUnlimited ด้วยสิทธิประโยชน์ที่เพิ่มขึ้น พร้อมกับส่วนลดที่ครอบคลุมทุกบริการของแกร็บ 

  • บริการทางการเงิน (Financial Services)

    มุ่งส่งเสริมการเข้าถึงโอกาสทางเงินให้กับพาร์ตเนอร์คนขับ-ร้านค้า ไม่ว่าจะเป็น การขยายวงเงินสินเชื่อสำหรับพาร์ตเนอร์ร้านค้าสูงสุดถึง 500,000 บาท เพื่อเป็นแหล่งเงินทุนให้กับผู้ประกอบการร้านอาหารในการขยายธุรกิจและเสริมสภาพคล่องหรือการขยายผลิตภัณฑ์ทางการเงินรูปแบบใหม่สำหรับพาร์ทเนอร์คนขับ อาทิ บริการสินเชื่อสำหรับผ่อนชำระสินค้าอื่นๆ เช่น ทองคำ เครื่องใช้ไฟฟ้า และรถจักรยานยนต์ รวมไปถึงการนำเสนอผลิตภัณฑ์ประกันภัยสำหรับบริการเรียกรถผ่านแอปพลิเคชัน เพื่อสร้างความอุ่นใจให้กับทั้งพาร์ทเนอร์คนขับและผู้ใช้บริการ
  • บริการสำหรับองค์กร (Enterprise)

    แกร็บมุ่งผลักดันบริการซูเปอร์แอปสู่ภาคธุรกิจผ่าน Grab for Business โซลูชันที่จะช่วยบริหารจัดการทุกบริการของแกร็บสำหรับลูกค้าองค์กร ซึ่งทำให้ลูกค้าสามารถบริหารจัดการเวลาและค่าใช้จ่ายได้อย่างมีประสิทธิภาพมากขึ้น พร้อมบุกตลาดโฆษณาเต็มรูปแบบ โดยชู GrabAds สื่อโฆษณามาแรงบนซูเปอร์แอปอย่าง Grab ที่จะช่วยให้นักการตลาดสามารถเจาะลึกพฤติกรรมผู้บริโภค และเข้าถึงกลุ่มลูกค้าได้อย่างตรงกลุ่มเป้าหมายและแม่นยำ โดยในกลุ่มนี้มีองค์กรที่ใช้บริการแล้ว อาทิ Bitkub

สำหรับแผนกลยุทธ์ธุรกิจในระยะยาวนั้น แกร็บ ประเทศไทย มุ่งขับเคลื่อนองค์กรและสร้างการเติบโตทางธุรกิจอย่างยั่งยืน โดยจะนำเทคโนโลยีและนวัตกรรมต่างๆ มาใช้ภายใต้แนวคิด ‘Building Sustainable Growth through Innovation’ ซึ่งจะครอบคลุมการพัฒนาใน 3 ประเด็นหลัก ได้แก่  

  • 1) สร้างการเติบโตอย่างยั่งยืนให้กับทุกคนในอีโคซิสเต็ม ซึ่งไม่ใช่เพียงการสร้างผลกำไรของบริษัทฯ แต่จะต้องสร้างการเปลี่ยนแปลงเชิงบวกให้กับทั้งพาร์ทเนอร์คนขับ พาร์ทเนอร์ร้านค้า ผู้ใช้บริการ รวมถึงสังคมโดยรวม  
  • 2) ร่วมผลักดันประเทศไทยให้ก้าวไปข้างหน้า โดยมุ่งส่งเสริมรูปแบบการทำงานของโลกยุคใหม่ การเข้าถึงและใช้ประโยชน์เทคโนโลยีดิจิทัล รวมถึงการสร้างความยั่งยืนให้กับสิ่งแวดล้อม และ 
  • 3) สร้างความเชื่อมั่นสู่การเป็นแบรนด์ที่อยู่ในใจทุกคน โดยเริ่มตั้งแต่การสร้างวัฒนธรรมองค์กรที่ดีให้กับพนักงาน การปลูกฝังเรื่องธรรมาภิบาล  พร้อมปั้นทรัพยากรบุคคลให้กลายเป็นผู้นำที่มีคุณภาพเพื่อพัฒนาธุรกิจให้เติบโตอย่างยั่งยืนต่อไป

นายวรฉัตรบอกเพิ่มว่า อ้างอิงจากวิจัย Momentum Works ในปี 2565 ธุรกิจ GrabFood สามารถครองส่วนแบ่งทางการตลาดสูงที่สุดเป็นอันดับ 1 (51%) ในตลาดฟู้ดเดลิเวอรีทั่วภูมิภาคเอเชียตะวันออกเฉียงใต้
อย่างไรก็ดี การทำให้ธุรกิจมีความยั่งยืน ต้องสร้างผลกำไรได้ด้วย นายวรฉัตรบอกว่า "อันดับแรก เราต้องไม่ขาดทุน" 

"จากที่สังเกตแพลตฟอร์มขนาดใหญ่อยู่ไม่รอด เมื่อปิดตัวก็สร้างอิมแพ็กต่อสังคมอย่างคาดไม่ถึง เช่น ทำให้คนตกงานเป็นหมื่น เราก็ต้องมาดูสเกลธุรกิจที่ทำอยู่ ซึ่งนั่นคือความเสี่ยง ปีนี้เราจึงต้องไม่ขาดทุนและเริ่มมีกำไรอย่างเหมาะสม ด้วย 3P ได้แก่ Profit สร้างอีโคซิมเต็มที่ยั่งยืน ทำให้บริษัทมีกำไร ไม่ขาดทุน Planet เรามีรถวิ่ง เราปล่อยคาร์บอนมากมาย ต้องลดการปล่อยคาร์บอน ร่วมลดขยะจากแพ็กเกจจิงอาหาร และ People เราใส่ใจบุคลากร พาร์ทเนอร์ คนขับ ร้านอาหาร ถ้าคนรักเรา เขาจะรักบริษัทของเราด้วย"

"สิ้นปีนี้ เราต้องหยุดการขาดทุนให้ได้ แต่จะโตยังไงแบบไม่ขาดทุน ไม่ใช้เงินของนักลงทุน ใช้เงินของเราเอง และไม่สร้างปัญหาในอนาคต แนวทางคือ จากนี้เราไม่อัดโปรโมชันหนักๆ อีกต่อไปแล้ว เมื่อลดงบที่ใช้กับโปรโมชันลงได้ ก็จะเพิ่มรายได้เพื่อไปสู่กำไร แต่ช่วงแรกที่เราทำ หวังว่าจะขาดทุนน้อยลง โดยเน้นให้ลูกค้ามี loyalty สั่งอาหารต่อครั้งมากขึ้น ถี่ขึ้น คือทำให้ GrabFood ขาดทุนน้อยลงเรื่อยๆ ก่อน" นายวรฉัตรเผยในตอนท้าย

...................................................

หมายเหตุ
* อ้างอิง รายงานเศรษฐกิจดิจิทัลเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ประจำปี 2022 (e-Conomy SEA Report 2022) โดยบริษัท Google, Temasek, Bain & Company 
** ยอดการใช้บริการเรียกรถผ่านแอปพลิเคชัน Grab ในกลุ่มนักท่องเที่ยวต่างชาติระหว่างปี 2565 และ 2564
*** ยอดการใช้บริการสั่งอาหารผ่าน GrabFood ระหว่างปี 2565 และ 2564
**** ข้อมูลจาก ttb analytics

ลงทะเบียนเข้าสู่ระบบ เพื่ออ่านบทความฟรีไม่จำกัด

No comment

RELATED ARTICLE

Responsive image

Google Workspace อัปเกรดครั้งใหญ่ ! ดึงพลัง AI พลิกโฉมการทำงาน

Google Workspace บริการชุดแอปพลิเคชันผ่านระบบคลาวด์ ได้รับการยกเครื่องครั้งใหญ่ด้วยการผสานความสามารถของ Generative AI ในหลากหลายแอปพลิเคชันยอดนิยม เพื่อช่วยให้การทำงานเป็นเรื่องที่...

Responsive image

จาก ลี เซียงลุง สู่ ลอว์เรนซ์ หว่อง ว่าที่นายกรัฐมนตรีสิงคโปร์คนที่ 4

ลี เซียนลุง ได้สิ้นสุดการดำรงตำแหน่งนายกรัฐมนตรีสิงคโปร์ในวันที่ 16 เมษายน 2024 ก่อนจะส่งไม้ต่อให้ ลอว์เรนซ์ หว่อง รองนายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีกระทรวงการคลัง ก้าวขึ้นสู่การเป็นนายกรั...

Responsive image

สิงคโปร์ออกแนวทางใหม่ ลูกจ้างทำงาน 4 วันได้ WFH ได้ เข้าออฟฟิศตอนไหนก็ได้

ตั้งแต่วันที่ 1 ธันวาคม 2024 เป็นต้นไป พนักงานในสิงคโปร์สามารถขอบริษัททำงาน 4 วันต่อสัปดาห์ ทำงานจากที่บ้าน (Work From Home) หรือกำหนดเวลาเข้า-เลิกงานตามหน้าที่และเงื่อนไขของแต่ละ...