หลังปิดรับสมัครผู้เข้าร่วมโครงการ 'Passion for Open Innovation Hackathon' ซึ่งเป็นการแข่งขัน Hackathon ครั้งแรกของ SCG กับโจทย์สุดท้าทาย หัวข้อ SCG จึงจัดงาน Open House ขึ้น ณ สำนักงานใหญ่บางซื่อ เพื่อให้ผู้แข่งขันที่เข้ารอบ 100 คน ซึ่งประกอบด้วยผู้เชี่ยวชาญหลากหลายสายงานทั้งผู้พัฒนาโปรแกรม (Developer) ผู้ออกแบบการใช้งาน (Designer) และผู้เชี่ยวชาญการวางแผนธุรกิจ (Business planner) ได้มาทำความรู้จักกับเอสซีจี และกลุ่มธุรกิจต่างๆ พร้อมรับฟังรายละเอียดที่มาที่ไป กฎกติกา โจทย์การแข่งขัน อีกทั้งสิ่งที่เอสซีจีมุ่งหวังจากการจัดงานในครั้งนี้

คุณยุทธนา เจียมตระการ ผู้ช่วยผู้จัดการใหญ่ - การบริหารกลาง เอสซีจี กล่าวถึงการจัดงานครั้งนี้ว่า แม้เอสซีจีจะเป็นธุรกิจที่มีอายุยาวนานกว่า 105 ปี แต่เราไม่เคยหยุดพัฒนาสิ่งใหม่ๆ อยู่เสมอ เพราะเราเชื่อว่าจะต้องเป็นผู้สร้างการเปลี่ยนแปลง ก่อนจะถูกปัจจัยต่างๆ เข้ามากระทบให้ได้ เราจึงพร้อมให้การสนับสนุนและสร้างความร่วมมือแบบเปิดกว้าง หรือที่เรียกว่า Open Innovation กับคนที่มีความคิดสร้างสรรค์ และมีความเป็น Entrepreneur ในตัว เพื่อหาไอเดียใหม่ๆ เข้ามาสนับสนุนให้ธุรกิจเติบโตแบบก้าวกระโดด รวมถึงการนำเทคโนโลยีดิจิทัลมาช่วยเพิ่มประสิทธิภาพการดำเนินธุรกิจที่มีอยู่ ตลอดจนการหาโอกาสทางธุรกิจใหม่ๆ เพื่อเพิ่มความสามารถทางการแข่งขันในตลาดโลกให้ดียิ่งขึ้น"

คุณยุทธนา เจียมตระการ ผู้ช่วยผู้จัดการใหญ่ – การบริหารกลาง เอสซีจี

"วันนี้เราจึงจัดงาน Hackathon ซึ่งถือเป็นเวทีสร้างสรรค์นวัตกรรมภายใน 3 วัน 2 คืน ที่ได้รับความนิยมทั่วโลกเป็นครั้งแรก ภายใต้แนวคิด “Passion for Open Innovation” ขึ้น เพื่อเปิดกว้างให้คนรุ่นใหม่ที่มีมุมมองและแนวคิดต่างออกไป โดยไม่จำกัดอายุ สายงาน และความเชี่ยวชาญ ได้มีโอกาสมาแสดงความสามารถในการสร้างสรรค์โซลูชั่นและเทคโนโลยีใหม่ๆ ที่จะช่วยตอบโจทย์ลูกค้าของเอสซีจีในยุคดิจิทัลได้ดียิ่งขึ้น ผ่านโจทย์สุดท้าทาย 3 หัวข้อ ได้แก่ 1) การนำเทคโนโลยีมาช่วยสร้างการเติบโตให้เอสซีจีและคู่ธุรกิจ ด้วยรูปแบบการทำธุรกิจ B2B ใหม่ๆ 2) การเพิ่มประสิทธิภาพในกระบวนการผลิตและพัฒนาความยั่งยืนในอุตสาหกรรม และ 3) การยกระดับคุณภาพชีวิตให้ผู้บริโภค"

"เอสซีจีหวังเป็นอย่างยิ่งว่าโครงการนี้จะทำให้ผู้เข้าแข่งขันทุกคนได้รับประโยชน์ ทั้งการได้แลกเปลี่ยนความรู้และประสบการณ์กับผู้เชี่ยวชาญด้านต่างๆ จากเอสซีจีและวงการสตาร์ทอัพ การได้พบปะเพื่อนใหม่จากการแข่งขันที่อาจกลายเป็น Business partner ผู้สร้างธุรกิจร่วมกันต่อไป ตลอดจนสิ่งสำคัญก็คือ การที่ผู้แข่งขันที่มีความคิดสร้างสรรค์โดดเด่นจะมีโอกาสได้รับการสนับสนุนหรือร่วมงานกับเอสซีจี เพื่อต่อยอดไอเดียความคิด สู่การสร้างความเปลี่ยนแปลงที่ยิ่งใหญ่ในอนาคต ทำให้มีเทคโนโลยี นวัตกรรม และโมเดลธุรกิจใหม่ๆ ที่ช่วยต่อยอดเติมเต็มเอสซีจี รวมไปถึงการเพิ่มประสิทธิภาพการบริหารจัดการให้คู่ธุรกิจของเรา สามารถสร้างความยั่งยืนให้อุตสาหกรรม และยกระดับคุณภาพชีวิตของผู้บริโภคให้ดีขึ้นไปด้วยกัน"

คุณอมฤต เจริญพันธ์ CEO จาก HUBBA ได้กล่าวถึงแนะนำโครงการ Hackathon และความร่วมมือในครั้งนี้ว่าการจัด Hackathonในครั้งนี้ เรียกได้ว่าเป็นครั้งแรกของการที่บริษัทใหญ่อันดับต้นของประเทศได้เปิดบ้านต้อนรับเหล่าคนที่มีไอเดีย และมีศักยภาพ ซึ่ง ‘Open Innovation’ คือหัวใจสำคัญ และเป็นสิ่งที่จะทำให้วงการ Startup ประสบความสำเร็จ"

"จากการทำงานในวงการ และได้ช่วยเหลือเหล่าสตาร์ทอัพไทยมามากกว่าหลายปี เราได้เล็งเห็นหลายคนที่ประสบความสำเร็จ ได้เริ่มจากการเป็นคนที่ไม่มีใครรู้จัก ได้มาเข้าร่วมโครงการ รวมตัวร่วมทำงานกับคนอื่น มาแลกเปลี่ยนไอเดีย อีกทั้งมีความเชื่อร่วมกันว่าไอเดียของทุกคนนั้นมีพลัง และสามารถสร้างความเปลี่ยนแปลงที่ยิ่งใหญ่ได้"

คุณอมฤต เจริญพันธ์ CEO จาก HUBBA

"ทางเราทราบดีว่า กว่าที่ Startup จะประสบความสำเร็จนั้นต้องใช้เวลา แต่การที่จะเริ่ม และทดลองให้ไอเดียนั้นมีศักยภาพที่จะไปต่อยอด จะสามารถทำได้ภายในเวลาไม่กี่วันได้หรือไม่ นี่เป็นความท้าทาย หากคุณมี commitment ลงทุน ลงแรง และเวลากับไอเดียเหล่าของคุณ ก็มีโอกาสที่ไอเดียนั้นจะสามารถต่อยอดเป็นธุรกิจใหม่ได้ การที่ทุกคนได้มาร่วมโครงการของทาง SCG ในครั้งนี้ถือเป็นโอกาสอันดี ที่จะได้รู้เบื้องลึก เบื้องหลังขององค์กร อีกทั้งถือเป็นโอกาสของทุกคน ที่จะก้าวเข้าสู่ความสำเร็จไปอีกขั้น"

ทุกวันนี้มีหลายองค์กรได้ทำการจัด Hackathon คิดว่าเทรนด์ของ Corporate innovation เป็นอย่างไรในอนาคต มีคำแนะนำอะไรต่อองค์กรที่กำลังวางแผนที่จะจัดจะต้องรู้บ้าง?

คุณอมฤต : สิ่งที่ทาง HUBBA และทางพาร์ทเนอร์ ได้ทำงานร่วมกันแล้วได้พบว่า ในการที่จะทำให้ไอเดียของพวกเขาโดนใจลูกค้า และคนที่มาร่วมงาน เพื่อพวกเขามีกำลังใจในการไปต่อยอดไอเดียก็คือ การที่ทุกคนมีความเข้าใจโจทย์ เข้าใจในอุตสาหกรรม และมี insight ว่าปัญหาในแต่ละอุตสาหกรรม องค์กร และในกลุ่มลูกค้าคืออะไร แน่นอนว่าในตอนแรกทุกคนจะมาด้วยไอเดีย และไอเดียเหล่านั้นอาจจะเป็นสิ่งที่คิดไปเอง เมื่อทุกคนเข้าใจสิ่งเหล่านี้ จะทำให้มีโฟกัสในแผนการ และเทคนิคต่างๆ เพื่อช่วยในการทำความเข้าใจลูกค้าได้มากขึ้น

การทำ Hackathon ในครั้งนี้ ถือเป็นการเปิดโอกาสให้ทุคนได้โชว์ศักยภาพ แม้โปรดักต์ที่ได้จะไม่ได้เป็นโปรดักต์หรือนวัตกรรมที่เหมาะสม หรือพร้อมต่อยอดในทันที ทางเราได้มีการเตรียมการให้ผู้เข้าร่วมทุกคนมีความกล้า มั่นใจที่จะออกไปคุยกับลูกค้า รับ feedback และนำผลตอบรับที่ได้มาปรับใช้อย่างรวดเร็ว ซึ่งกระบวนการเหล่านี้ จะทำให้คนในวงการสตาร์ทอัพได้มีการเริ่มทำงานที่จะโดนใจลูกค้า และน่าสนใจมากขึ้น

สำหรับเรื่องเทรนด์ในอนาคตนั้นจะเห็นได้ว่า เมื่อก่อนเมื่อมีการแข่งขัน Hackathon หลังจากนั้นทุกคนก็แยกย้ายกันไป เราเข้าใจดีว่า กว่าแต่ละไอเดียจะตั้งตัว บางครั้งอาจใช้เวลาหลายเดือนหรือเป็นปี เพราะนวัตกรรมต้องใช้เวลา ในการที่จะให้การสนับสนุนอย่างต่อเนื่องกับพวกเขาเหล่านั้น โครงการต่อยอดถือว่าสำคัญ ซึ่งตอนนี้เราเห็นว่ายังเป็น gap ในการที่จะช่วยเชื่อมสะพานจากไอเดียที่ได้ ไปยังโครงการ Accelerator การให้เงินลงทุน การช่วยสร้างคอนเนกชั่น การเร่งให้พวกเขาได้เติบโตได้ตามลำดับ

HUBBA ได้ทำการจัด Hackathon มาแล้วจำนวนมาก อยากจะให้ยกตัวอย่าง Case study ที่ประสบความสำเร็จจากการสนับสนุนของทาง HUBBA

คุณอมฤต : ก่อนหน้าที่ทาง SCG ได้ลงทุนไปคือ Getlinks ซึ่งทาง HUBBA เองก็ได้ทำการ matching และ connect ให้ทั้งสองฝ่ายได้รู้จักกันที่งาน Hackathon หลังจากนั้นทางเราได้ช่วยในเรื่องของการเปิดโอกาสให้พวกเขาได้ต่อยอดไอเดีย โดยการให้พื้นที่ในการทำงาน การให้คำปรึกษา และการจัดกิจกรรม ซึ่งพวกเขาก็ได้ feedback ลูกค้า นำ data base ที่ได้กลับไปทดลองไอเดียใหม่ๆ นอกจากนี้ในส่วนเครือข่ายของ HUBBA เอง ก็ได้ช่วยสนุบสนุนให้พวกเขาได้ทำการสมัครโครงการอื่นๆ ในการต่อยอดธุรกิจต่อไป ซึ่งปัจจุบันได้ทำการระดมทุน Series A โดยมี AddVentures ของ SCG เป็นผู้ทำการลงทุน ซึ่งนี่ก็ถือเป็นอีกหนึ่งกลุ่มคนที่มีศักยภาพ

นอกจากนี้ผู้เข้าร่วมโครงการยังได้เข้าร่วมเวิร์คช็อป “Lean Startup” กับคุณสุรวัฒน์ พรหมโยธิน CEO จาก STYLHUNT เพื่อเรียนรู้เคล็ดลับการทำสตาร์ทอัพที่มีประโยชน์ต่อการสร้างสรรค์ไอเดียใหม่ๆ ที่ช่วยสร้างอนาคตประเทศและตอบโจทย์ความต้องการของลูกค้าในยุคดิจิทัลได้ดียิ่งขึ้น

มาเตรียมลุ้นพร้อมกันว่าผู้เข้าแข่งขันทีมใดจะได้รับรางวัลชนะเลิศในแต่ละโจทย์ โดยจะมีรางวัลละ 200,000 บาท รวม 3 รางวัล และรางวัลการตอบโจทย์กลุ่มธุรกิจของเอสซีจีอีกรางวัลละ 100,000 บาท สูงสุด 3 รางวัล รวมสูงสุด 900,000 บาท ในการแข่งขัน “Passion for Open Innovation Hackathon” วันที่ 26 - 28 ต.ค. 61 ที่จะถึงนี้ ณ BIG Co-Working Space (พระราม 9) รายละเอียดเพิ่มเติมสามารถเข้าไปได้ที่  SCG Passion for Open Innovation Hackathon

บทความนี้เป็น Advertorial

RELATED ARTICLE

Responsive image

ศึกชิง Talent ในต่างแดนขององค์กรไทย กับการขาดแคลนบุคลากรในยุค Disruption

ความท้าทายสำคัญขององค์กรใหญ่ในยุค Disruption นั้น ไม่ได้มีเพียงแค่กลยุทธ์การแข่งขันระหว่างภาคธุรกิจเดียวกันเอง หรือกับผู้เล่นที่มาจากภาคธุรกิจอื่น แต่รวมไปถึงความท้าทายที่เป็นต้นน้...

Responsive image

เผยโฉมผู้ชนะการแข่งขัน "Passion for Open Innovation Hackathon" แฮคกาธอนสุดท้าทายครั้งแรกของเอสซีจี

SCG ร่วมกับ HUBBA จัด Passion for Open Innovation Hackathon เวทีสร้างสรรค์นวัตกรรมภายใน 3 วัน 2 คืน เพื่อเฟ้นหาโซลูชั่นใหม่ๆ ที่ช่วยตอบโจทย์ลูกค้าในยุคดิจิทัลได้ดียิ่งขึ้น ผ่านโจทย...

Responsive image

Commercial Deals และการลงทุนเพื่อหนุน Startup Ecosystem ของ Addventures by SCG

ถ้ากล่าวถึงกระบวนการ Digital Transformation ของบริษัทใหญ่ Corporate Ventures Capital หรือ CVC นับเป็นกลไกสำคัญที่ช่วยให้สามารถนำนวัตกรรมใหม่จากภายนอกเข้าสู่องค์กรได้อย่างรวดเร็วยิ่...