สรุปของใหม่จากงาน HP Imagine 2026 เมื่อ HP ไม่ได้แค่ขายคอมพิวเตอร์ แต่กำลังสร้าง 'โครงสร้างพื้นฐาน AI' ให้คนทำงาน

พนักงานออฟฟิศทั่วโลกเจอปัญหาเรื่องเทคโนโลยีเฉลี่ย 22 ครั้งต่อเดือน

ตัวเลขนี้มาจากงานวิจัยของ HP เอง และถ้าคิดง่าย ๆ หมายความว่าแทบทุกวันทำการมีบางอย่างขัดข้อง บางอย่างโหลดช้า บางอย่างขอให้ล็อกอินใหม่ หรือบางอย่างแค่ไม่ยอมทำงาน

ที่หนักกว่านั้นคือ ในขณะที่ทั้งโลกกำลังตื่นเต้นกับ AI ว่าจะมาเพิ่มประสิทธิภาพการทำงาน ข้อมูลกลับบอกว่า มีพนักงานเพียง 20% ที่รู้สึกว่าตัวเองมีความสัมพันธ์ที่ดีกับการทำงาน แม้ว่าเครื่องมืออย่าง AI จะถูกนำมาใช้โดยคน 4 ใน 10 คนทุกวันแล้วก็ตาม

นี่คือจุดตั้งต้นของ HP Imagine 2026 งานเปิดตัวผลิตภัณฑ์ประจำปีที่หลายคนอาจคิดว่าจะพูดแค่เรื่องโน้ตบุ๊กกับเครื่องพิมพ์ แต่ปีนี้ HP ยกเครื่องทั้งหมด ตั้งแต่ AI ที่รันในเครื่อง ไปจนถึงระบบป้องกันภัยไซเบอร์ระดับควอนตัม

Techsauce มีโอกาสได้เป็นหนึ่งในสื่อจากทั่วโลกที่เข้าร่วมงานนี้ที่ New York สหรัฐฯ จึงไม่พลาดสรุปทุกสิ่งที่เปิดตัว พร้อมวิเคราะห์ว่าทำไม HP ถึงวางกลยุทธ์แบบนี้ในจังหวะที่ตลาด AI PC เริ่มเดือดจริง ๆ

3 ปัญหาที่ HP บอกว่ายังไม่มีใครแก้ได้จริง

ก่อนจะพูดถึงสินค้าใหม่ HP เปิดเวทีด้วยการฉายข้อมูล 3 ชุดที่สะท้อนปัญหาของคนทำงานยุคนี้

อย่างแรก คือเรื่อง 'เทคโนโลยีที่ควรช่วยกลับกลายเป็นอุปสรรค'

ตัวเลข 22 ปัญหาต่อเดือนที่ว่านั้นไม่ใช่แค่สร้างความรำคาญ แต่คือเวลาที่หายไปจริง ๆ ทุกครั้งที่เครื่องค้าง ทุกครั้งที่ VPN หลุด ทุกครั้งที่ต้องรีสตาร์ท

อย่างที่สอง คือ 'งานที่ไม่ใช่งาน' 

มีตัวเลขว่า 48% ของพนักงานรู้สึกไม่พอใจกับคุณค่าของงานที่ทำในแต่ละวัน เพราะเวลาหมดไปกับ 'งานที่ไม่ใช่งาน'

อย่างที่สาม คือ 'การประชุมที่ไม่ได้ผล' 

ตัวเลขจาก HP ชี้ว่า 66% ของพนักงานมองว่าการประชุมไม่มีประสิทธิภาพ และในยุคที่ทุกคนทำงานแบบ Hybrid นี่คือหัวใจของปัญหาทั้งหมด

สามปัญหานี้คือกระดูกสันหลังของทุกสิ่งที่ HP เปิดตัวในงานนี้ ทุกผลิตภัณฑ์ ทุกฟีเจอร์ ทุกกลยุทธ์ ล้วนออกแบบมาเพื่อตอบคำถามว่า 'แก้ปัญหาข้อไหนใน 3 ข้อนี้ได้บ้าง ?'

ทำไม HP ถึงเดิมพันกับ Edge Computing ?

ก่อนจะไปเจาะลึกผลิตภัณฑ์ใหม่ของ HP เราอาจต้องกลับมาทำความเข้าเรื่องต้นทุนของ AI ให้ฟังก่อน เพราะมันสิ่งที่จะทำให้เราเข้าใจว่า ทำไมปีนี้ HP ถึงเน้น AI ที่ประมวลผลบนเครื่องของเราเอง หรือ Edge Computing มากขนาดนี้

HP ยกตัวอย่างให้เห็นภาพง่าย ๆ ว่า ถ้าบริษัทที่มีพนักงาน 1,000 คน แค่ให้ถามคำถามพื้นฐานกับ AI บนคลาวด์วันละ 10 ครั้ง ต้นทุนก็ประมาณ 10,000 ดอลลาร์ต่อปีแล้ว และถ้าเป็นงานที่ซับซ้อนขึ้นอย่างถอดเสียงประชุม วิเคราะห์เอกสาร หรือใช้ Agent ทำงานอัตโนมัติ ต้นทุนจะพุ่งขึ้นแบบทวีคูณ  

HP มองว่าตอนนี้มีปัจจัยสามอย่างที่กำลังผลักดัน AI จากคลาวด์มาสู่อุปกรณ์ปลายทาง หรือ Edge Computing ประกอบไปด้วย

  1. ต้นทุน ที่กำลังบวมขึ้น
  2. ความหน่วง ที่ประมวลผลในเครื่องเร็วกว่าคลาวด์ถึง 10 เท่า
  3. ความเป็นส่วนตัว ที่ข้อมูลสำคัญไม่ต้องออกจากเครื่อง

ในเวลาเดียวกัน โมเดลขนาดเล็กก็ฉลาดขึ้นจนน่าตกใจ HP บอกว่า GPT-4 เวอร์ชันปีที่แล้วสามารถรันได้บนเวิร์กสเตชัน ZGX ของตัวเองแล้ว และพลังประมวลผล AI ในพีซีก็เพิ่มขึ้น 800% ในช่วงสองปีที่ผ่านมา

ข้อมูลระบุว่า ปัจจุบันการประมวลผล AI เกือบทั้งหมดอยู่บนคลาวด์ แต่ภายในปี 2030 จะมี 50% ของ Inferencing ที่ทำงานบนอุปกรณ์ปลายทาง ไม่ว่าจะเป็นพีซี เครื่องพิมพ์ หรือเวิร์กสเตชัน

นี่คือเหตุผลที่ทุกสิ่งที่ HP เปิดตัวในงานนี้อยู่ในกรอบคอนเซ็ปต์เดียวกันคือ AI ที่ดีที่สุดต้องอยู่ใกล้ผู้ใช้ที่สุด

HP IQ - AI ขนาด 20B ที่รันอยู่ในเครื่อง ไม่ใช่บนคลาวด์

สิ่งที่น่าสนใจที่สุดในงานนี้ไม่ใช่ฮาร์ดแวร์ แต่คือ HP IQ ระบบ AI ที่ HP นำโมเดล Open Source ขนาด 20,000 ล้านพารามิเตอร์ (GPT OSS 20b) มาปรับแต่ง และฝังตรงเข้าไปในเครื่องเพื่อทำงานแบบออฟไลน์

หัวใจสำคัญคือมันทำงานแบบ Local-first หมายความว่าข้อมูลไม่ได้วิ่งขึ้นคลาวด์ทุกครั้งที่กดถาม ทุกอย่างประมวลผลในเครื่อง ไม่ต้องง้อเน็ต ไม่ต้องห่วงว่าข้อมูลบริษัทจะรั่วไหล

HP IQ มีความสามารถหลัก 4 ด้าน ประกอบไปด้วย

  • Ask IQ ให้ถามคำถามกับไฟล์ในเครื่องได้เลย ไม่ว่าจะเป็นเอกสาร อีเมล หรือบันทึกต่าง ๆ
  • Analyze วิเคราะห์ไฟล์ ดึงประเด็นสำคัญ สรุปรายงาน 
  • Notes & Knowledge สร้างฐานความรู้ส่วนตัวที่ AI เข้าถึงได้ตลอดเวลา
  • Meeting Agent ที่บันทึก สรุป และสกัดสิ่งที่ต้องทำจากการประชุมให้อัตโนมัติ

Meeting Agent นับว่าเป็นฟีเจอร์ที่น่าจับตามอง เพราะมันไม่ได้แค่สรุปว่าใครพูดอะไร แต่สามารถอ่านและวิเคราะห์บทสนทนาของการประชุมให้เราได้ด้วย ยกตัวอย่างเช่น หากเราถาม Meeting Agent ว่า "ทีมมีความกังวลอะไรบ้าง รวมถึงเรื่องที่ไม่ได้พูดตรง ๆ" ระบบจะวิเคราะห์จากบริบทของบทสนทนา และสรุปออกมาให้ ซึ่งทั้งหมดนี้ประมวลผลอยู่ภายในเครื่องของเราเอง

อีกสิ่งที่ทำให้ HP IQ ต่างจาก AI ตัวช่วยทั่วไปคือ อินเตอร์เฟซ ที่ซ้อนทับบนหน้าจอและเรียกใช้ได้ทันทีไม่ว่าจะกำลังทำอะไรอยู่ ไม่ต้องสลับแอป ไม่ต้องเปิดหน้าต่างใหม่

คำถามสำคัญคือ HP IQ ชนกับ Microsoft Copilot หรือเปล่า?

คำตอบคือ HP ไม่ได้พยายามแข่งกับ ChatGPT หรือ Copilot ในเรื่องขนาดโมเดล เพราะ HP เลือกแข่งขันในสนาม AI ที่ต่างออกไป นั่นคือ การเน้นการทำงานของ AI ที่เร็วกว่าเพราะไม่ต้องรอคลาวด์ ปลอดภัยกว่าเพราะข้อมูลไม่ออกเครื่อง และทำงานได้แม้ไม่มีอินเทอร์เน็ต 

เปรียบเทียบง่าย ๆ ถ้า Copilot คือผู้ช่วยที่ต้องโทรกลับไปสำนักงานใหญ่ทุกครั้ง HP IQ คือผู้ช่วยที่นั่งอยู่ข้างคุณตลอดเวลา สามารถตอบได้เลยโดยไม่ต้องรอสาย

สำหรับ HP IQ จะเปิดให้ใช้งานช่วงฤดูใบไม้ผลิปีนี้ เริ่มจาก AI PC รุ่นเรือธง ก่อนจะขยายไปยังอุปกรณ์อื่น ๆ 

HP NearSense เครื่องที่รู้สึกว่าคุณอยู่ตรงไหน และคุยกับเครื่องอื่นได้

อีกสิ่งที่เปิดตัวคู่กันมาคือ HP NearSense ระบบ AI ที่รับรู้พื้นที่และบริบท (Spatial Intelligence) ทำให้พีซีหรืออุปกรณ์ต่างๆ ของ HP รู้ว่าใครหรืออุปกรณ์ใดอยู่ใกล้เคียง

แต่ NearSense ทำได้มากกว่าแค่ตรวจจับตำแหน่ง ในงานมีสาธิตการลากไฟล์จากเครื่องหนึ่งไปยังอีกเครื่องหนึ่งที่อยู่ข้าง ๆ ได้เลย ไม่ต้องต่อสาย ไม่ต้องจับคู่ ไม่ต้องตั้งค่า แค่ลากแล้ววาง เครื่องเห็นกันเอง ทุกอย่างเข้ารหัสแบบ end-to-end

ที่สำคัญกว่าตัวเทคโนโลยีคือพันธมิตร HP ประกาศจับมือกับ Google โดยใช้ NearSense ร่วมกับโครงสร้างพื้นฐาน Device-to-Device Infrastructure (D2DI) ของ Google ซึ่งเป็นเทคโนโลยีเดียวกับที่ทำให้อุปกรณ์ Android เชื่อมต่อกันได้อย่างราบรื่น หมายความว่าในอนาคต HP PC จะเห็นมือถือ Android และโยนงานข้ามไปมาได้เลยโดยไม่ต้องลงซอฟต์แวร์เพิ่ม คาดว่าจะพร้อมใช้งานครึ่งหลังของปี 2026

นอกจากนั้น HP ยังร่วมกับ Qualcomm เพื่อฝังการรองรับ NearSense ลงไปในชิปประมวลผลรุ่นปัจจุบันและอนาคต 

ในระยะถัดไป NearSense จะขยายไปสู่ Room Sensing ที่เดินเข้าห้องประชุมแล้วเครื่องเสนอให้เข้าร่วมการประชุมเลยด้วยคลิกเดียว การเชื่อมต่อ PC กับเครื่องพิมพ์โดยไม่ต้องลงไดรเวอร์ และจับคู่หูฟังกับอุปกรณ์ต่อพ่วงอัตโนมัติ

HP Dimension with Google Meet ห้องประชุม 3 มิติที่ไม่ต้องใส่แว่น

 HP ไม่ได้แค่ขายอุปกรณ์เท่านั้น แต่กำลังสร้างวิธีทำงานร่วมกันแบบใหม่ด้วย โดยในงานมีการเผยโฉม HP Dimension with Google Meet ห้องประชุมแบบ 3 มิติที่ HP พัฒนาร่วมกับ Google ใช้ AI และเทคโนโลยีสร้างภาพ 3 มิติทำให้คนที่อยู่คนละฝั่งรู้สึกเหมือนนั่งอยู่ในห้องเดียวกัน โดยไม่ต้องใส่แว่น ไม่ต้องใส่หูฟัง ไม่ต้องสวมอุปกรณ์ใด ๆ ทั้งสิ้น

HP เล่าว่า ตอนนี้มีบริษัทอย่าง Salesforce, Deloitte และ Spotify เริ่มทดลองใช้แล้ว โดยทีมของ Spotify บอกว่าสิ่งที่ประทับใจที่สุดคือ สบตากันได้แบบเป็นธรรมชาติ บทสนทนากลับมามีความเป็นมนุษย์อีกครั้ง

AI PC ใหม่ 31 รุ่นครอบคลุมทุกการใช้งาน

ปีที่แล้ว HP เริ่มต้นยุค AI PC ด้วยรุ่นเรือธง ปีนี้ HP ขยายไปทั้งพอร์ตโฟลิโอ ด้วยการเปิดตัว 31 รุ่นครอบคลุมทั้งสาย EliteBook และ ProBook

EliteBook 6 Series

HP วางตัวเป็นผลิตภัณฑ์รุ่นเรือธงที่รองรับทั้ง HP IQ และ NearSense โดยออกแบบมาสำหรับองค์กรโดยเฉพาะ

โดยมาพร้อมกับสเปกที่น่าสนใจด้วย AI ที่มีพลังการประมวลผล NPU ระดับ 85 TOPS สูงที่สุดในกลุ่มโน้ตบุ๊กสำหรับองค์กร  แถมยังบางที่สุดที่เคยมีมาในซีรีส์นี้โดยยังคงมีพอร์ตเชื่อมต่อครบทุกตัว

ตัวเครื่องใช้ชิป Snapdragon X2 ที่นอกจากจะเร็วแล้ว ยังประหยัดพลังงานเป็นพิเศษ จนทำให้แบตเตอรี่ใช้ได้ยาว 28 ชั่วโมง แถมตัวเครื่องยังบางลง 15% จากรุ่นก่อนหน้า และได้รับการออกแบบให้บางเบาที่สุดเท่าที่เคมีมาในซีรีส์นี้

ทำไม NPU ถึงสำคัญ ? HP บอกว่าถ้าจะให้ AI ขนาด 2 หมื่นล้านพารามิเตอร์รันในเครื่องได้ ไม่ใช่แค่ CPU หรือ GPU ที่ต้องแรง แต่ NPU ต้องแรงพอด้วย ไม่อย่างนั้นเครื่องก็ทำได้แค่ส่งงานขึ้นคลาวด์เหมือนเดิม

ถ้าเปรียบให้เห็นภาพ NPU ก็เหมือนสมองส่วนที่ถูกสร้างมาเพื่อทำงาน AI โดยเฉพาะ ยิ่ง TOPS สูง ยิ่งรันโมเดลใหญ่ได้เร็ว ซึ่งพลังการประมวลผลระดับ 85 TOPS นั้นเป็นตัวเลขที่ทำให้การประมวลผล AI แบบ Local-first เป็นไปได้จริงนั่นเอง

ProBook 4 G2 แล็ปท็อป AI สำหรับธุรกิจขนาดเล็ก

ที่น่าสนใจที่สุดคือ HP นำประสบการณ์ AI ที่เคยมีแค่ในรุ่นเรือธง ลงมาสู่สาย ProBook 4 สำหรับธุรกิจขนาดเล็กและขนาดกลาง มี 4 ฟอร์มแฟกเตอร์ให้เลือก ตั้งแต่ clamshell ขนาด 13.3", 14", 16" ไปจนถึง convertible 13.3" น้ำหนักเริ่มต้นที่ 1.27 กก. แบตเตอรี่ 56 Wh ทุกรุ่น 

รองรับชิปทั้ง Intel Core 200/300 และ AMD Ryzen AI 400 พร้อมเทคโนโลยี HP Nesting ที่แค่เสียบปากกาสไตลัส 30 วินาทีก็ชาร์จพร้อมใช้ จอตัวท็อปเป็น 2.5K 120Hz ครอบคลุม 100% AdobeRGB/DCI-P3 และมี 5G เป็นออปชันสำหรับใช้คู่กับ HP Go

HP Go เมื่อ 5G ไม่ผูกกับเครือข่ายไหน

ปัญหาที่ทุกคนเคยเจอ คือเชื่อมต่อ Wi-Fi ในโรงแรม ร้านกาแฟ หรือสนามบิน แล้วเน็ตช้าจนทำงานไม่ได้ โน้ตบุ๊กที่มี 5G ในตัวแก้ปัญหานี้ได้ แต่ติดอยู่ที่ต้องผูกกับเครือข่ายเดียว ถ้าเครือข่ายนั้นสัญญาณไม่ดีในบางพื้นที่ก็จบ

HP Go จึงออกแบบมาเพื่อแก้ Pain Point ตรงนี้โดยเฉพาะ โดยเป็นระบบ 5G ที่สลับเครือข่ายอัตโนมัติ HP จัดการเบื้องหลังทั้งหมด ผู้ใช้ไม่ต้องรู้ว่ากำลังใช้เครือข่ายไหนอยู่ แค่รู้ว่าเน็ตเร็วตลอด

HP Go เปิดตัวครั้งแรกปลายปีที่แล้วในสหรัฐฯ เฉพาะ EliteBook 6 วันนี้ HP ประกาศขยายไปยัง ProBook 4, EliteBook 6, EliteBook 8, EliteBook X และ ProBook Plus พร้อมเปิดให้บริการใน 24 ประเทศทั่วยุโรปภายในฤดูร้อนนี้

HP TPM Guard ช่องโหว่ที่รู้กันมานานแต่ไม่เคยมีใครแก้ แต่ HP แก้ให้แล้ว

อีกหนึ่งการเปิดตัวของใหม่ที่น่าสนใจมากไม่แพ้ AI คือ HP TPM Guard

แล้วทำไม HP ถึงต้องเปิดตัวสิ่งนี้ ก่อนอื่นต้องเข้าใจปัญหาเกี่ยวกับ TPM (Trusted Platform Module) กันสักนิด

TPM คือชิปที่ใช้เก็บกุญแจเข้ารหัสและข้อมูลสำคัญในเครื่อง เปรียบเหมือนหัวใจของระบบความปลอดภัยในเกือบทุกอุปกรณ์ขององค์กร แต่ปัญหาคือ TPM มีจุดอ่อนที่คนในวงการรู้กันมานาน นั่นคือ การดักจับข้อมูลบนบัสที่เชื่อมต่อระหว่าง TPM กับ CPU ซึ่งทำได้ด้วยอุปกรณ์ที่หาซื้อได้ตามออนไลน์ และใช้เวลาไม่ถึงนาที

ลองคิดดูว่า อุปกรณ์ราคาไม่เท่าไหร่ สามารถดึงกุญแจเข้ารหัสออกจากโน้ตบุ๊กราคาหลายหมื่นบาทได้ภายในไม่กี่วินาที

HP เลยพัฒนาสิ่งที่เรียกว่า HP TPM Guard ขึ้นมา โดยเป็นระบบป้องกันระดับฮาร์ดแวร์ตัวแรกของโลกที่ออกแบบมาปิดช่องโหว่นี้โดยตรง สร้างการเชื่อมต่อแบบเข้ารหัสระหว่าง TPM กับ CPU โดยตรง ทำให้แม้จะดักจับสัญญาณได้ก็อ่านไม่ออก แถมยังทำงานได้กับ Windows ทุกเวอร์ชัน และฝังอยู่ในเมนบอร์ดตั้งแต่โรงงาน ไม่ต้องพึ่งซอฟต์แวร์แพตช์แต่อย่างใด

เครื่องพิมพ์ที่ฉลาดขึ้น ปลอดภัยขึ้น และเชื่อมต่อกับ AI ได้

ในอดีตเครื่องพิมพ์อาจไม่ค่อยถูกพูดถึงในเรื่องความปลอดภัยมากสักเท่าไหร่ แต่ HP บอกว่าจริงจังกับเรื่องนี้มาก โดยมีการเปิดตัว HP LaserJet Pro 4000/4100 และ LaserJet Enterprise 5000/6000 รุ่นใหม่ ที่ฝังการเข้ารหัสแบบต้านทานควอนตัมเข้าไปในเฟิร์มแวร์ 

LaserJet Pro 4000 series เครื่องพิมพ์สำหรับ SMB ที่ต้านทานควอนตัมได้

HP LaserJet Pro 4000 เป็นเครื่องพิมพ์สำหรับธุรกิจขนาดเล็กเครื่องแรกของโลกที่มีการเข้ารหัสแบบต้านทานควอนตัมในตัว มาพร้อมชุดซอฟต์แวร์สำหรับธุรกิจขนาดเล็กที่ไม่มีฝ่าย IT

นอกจากนี้ ยังมาพร้อมกับ AI Scan to Email, AI Precise Print และระบบจัดการเครื่องพิมพ์อัตโนมัติ ประมวลผลเอกสารเร็วขึ้น 50% ด้วย AI และลดขนาดตัวเครื่องลง 1 ใน 3 จากรุ่นก่อน

เรื่องการต้านทานควอนตัมอาจฟังดูไกลตัว แต่ในวงการรักษาความปลอดภัยมีแนวคิดที่เรียกว่า 'เก็บไว้ก่อน ถอดทีหลัง' ความหมายคือ ผู้ไม่หวังดีเก็บข้อมูลที่ถูกเข้ารหัสไว้ก่อน แล้วรอวันที่มีคอมพิวเตอร์ควอนตัมมาถอดรหัสนั้น 

โดยมีผู้เชี่ยวชาญคาดการณ์ว่า มีโอกาสถึง 34% ที่การโจมตีด้วยคอมพิวเตอร์ควอนตัมจะเกิดขึ้นจริงภายในปี 2034 ซึ่งเป็นตัวเลขที่ HP ใช้ย้ำความสำคัญของการใส่ระบบต้านทานควอนตัมมาในเครื่องพิมพ์นั่นเอง

LaserJet Enterprise 5000/6000 series  เครื่องพิมพ์ที่มี Copilot ในตัว

สำหรับองค์กรขนาดใหญ่ LaserJet Enterprise 5000/6000 พิมพ์ได้ 57 หน้าต่อนาที สแกนได้ 200 หน้าต่อนาที และเป็นเครื่องพิมพ์ตัวแรกที่ฝัง Microsoft Copilot 365 เข้าไปในตัวเครื่องโดยตรง หมายความว่าสั่งงาน AI ได้จากหน้าจอเครื่องพิมพ์เลย ไม่ต้องกลับไปที่คอมพิวเตอร์

และเครื่องพิมพ์ Enterprise series เหล่านี้รัน AI Model ขนาดเล็กแบบ Edge Computing ทำให้จัดการเอกสารได้อัจฉริยะขึ้น ทั้งจัดรูปแบบ สแกนเป็นไฟล์ที่ค้นหาได้ทันที และปกป้องข้อมูลด้วยระบบลบข้อมูลส่วนบุคคลอัตโนมัติ

ZGX เวิร์กสเตชัน AI ที่รันโมเดลล้านล้านพารามิเตอร์

ถ้า AI PC สำหรับคนทำงานทั่วไป เวิร์กสเตชันคือสำหรับคนที่ต้องการพลัง AI ระดับหนัก โดยงานครั้งนี้ HP เปิดตัว 3 รุ่นที่ครอบคลุมทุกระดับความต้องการ

ZGX Nano ซูเปอร์คอมพิวเตอร์ AI ในฝ่ามือ

ZGX Nano เครื่องคอมพิวเตอร์ระดับองค์กรที่ขนาดเล็กจนวางบนฝ่ามือได้ แต่สามารถรัน NVIDIA NeMo Cloud ได้ หมายความว่าองค์กรสามารถพัฒนาและรัน AI Agent ได้อย่างปลอดภัยในพื้นที่ของตัวเอง แถมรองรับ Context Window ขนาดหลายล้าน Token และมี Latency ต่ำที่สุดในคลาส

ZGX Fury รันโมเดลล้านล้านพารามิเตอร์ได้

สำหรับงานหนักจริง ๆ ZGX Fury เป็นเครื่องที่ทำ Local Inference ได้โดยไม่ต้องส่งอะไรขึ้นคลาวด์เลย รันโมเดลขนาด หนึ่งล้านล้านพารามิเตอร์ได้ จะวางจำหน่ายปลายปี 2026

WXP แพลตฟอร์มที่ทำให้ฝ่ายไอทีรู้ว่าใครมีปัญหา ก่อนที่ใครจะโทรมาบอก

ถ้าผลิตภัณฑ์ข้างต้นคืออาวุธแล้ว Workforce Experience Platform (WXP) เปรียบเหมือน ศูนย์บัญชาการที่ดึงทุกอย่างเข้าหากัน สิ่งที่ HP เพิ่มเข้ามาในรอบนี้ครอบคลุมหลายด้าน ไม่ว่าจะเป็น

  • AI Remediation แก้ปัญหาเครื่องอัตโนมัติก่อนที่ผู้ใช้จะรู้ตัวว่ามีปัญหา 
  • Carbon Footprint Tracking ติดตามการปล่อยคาร์บอนของอุปกรณ์ทั้งองค์กร 
  • Wolf Protect & Trace API เปิดให้บริษัทอื่นเชื่อมต่อข้อมูลความปลอดภัยของ HP เข้ากับระบบของตัวเองได้ 
  • Poly+ Analyze วิเคราะห์ข้อมูลการใช้เครื่องมือประชุมเพื่อหาจุดที่ไม่มีประสิทธิภาพ

HyperX OMEN MAX 45L เมื่อ GPU ยุคใหม่ดันขีดจำกัดของเคสเก่า

ฝั่งเกมมิ่งที่เปิดตัวออกมาใหม่รอบนี้ HP ไม่ได้เน้นแค่ยัดสเปกสูง ๆ เข้าไป แต่ยังได้แก้ปัญหาพื้นฐานที่ GPU รุ่นใหม่อย่าง OMEN MAX 45L สร้างขึ้นด้วย

สเปกของ OMEN MAX 45L มาพร้อม NVIDIA GeForce RTX 5090, Intel Core Ultra 7 270K Plus, RAM DDR5 สูงสุด 128 GB และพาวเวอร์ซัพพลาย 1,200 วัตต์

ตัวเลขสุดท้ายของ OMEN MAX 45L มีความน่าสนใจมาก เพราะทำงานร่วมกับพาวเวอร์ซัพพลายระดับ 1,200 วัตต์ แปลว่าการ์ดจอตัวนี้ต้องดึงไฟมาใช้มหาศาล และนั่นหมายความว่าความร้อนที่เกิดขึ้นก็มหาศาลตามไปด้วย เหมือนเรื่อง Data Center ที่ชิปยิ่งแรง ความร้อนยิ่งเป็นปัญหาใหญ่ เรื่องเดียวกันเกิดขึ้นในเคสเกมมิ่งเช่นกัน

HP แก้ปัญหานี้ด้วยการใช้ Cryo Chamber รุ่นที่สอง ซึ่งเป็นระบบระบายความร้อนที่ออกแบบมาเฉพาะสำหรับ GPU ยุค 5000 series คู่กับ OMEN 35L ที่เป็นตัวเลือกสำหรับคนที่ไม่ต้องการสเปกสูงสุดแต่ยังต้องการประสิทธิภาพระดับเดสก์ท็อปเกมมิ่ง

แต่ที่น่าสนใจกว่าฮาร์ดแวร์คือ OMEN AI ระบบปรับแต่งเกมอัตโนมัติที่ขยายไปรองรับ Minecraft, Roblox และ Marvel Rivals แล้ว HP อ้างว่า FPS เพิ่มขึ้นได้ถึง 50% โดยที่ผู้เล่นไม่ต้องเข้าไปปรับอะไรเอง

OMEN AI กำลังบอกว่าการปรับแต่งประสิทธิภาพไม่ควรต้องเป็นเรื่องที่เกมเมอร์ต้องนั่งทำเอง AI ควรจัดการให้ตาม Hardware ที่มีและเกมที่กำลังเล่นอยู่

HP กำลังทำอะไรกันแน่ ?

ถ้าดูแค่ไลน์อัพสินค้า HP Imagine 2026 ดูเหมือนงานเปิดตัวปกติ โน้ตบุ๊กใหม่ เครื่องพิมพ์ใหม่ เคสเกมมิ่งใหม่ แต่ถ้าดูสิ่งที่ HP พยายามวางไว้ จะเห็นว่าพวกเขากำลังสร้าง AI Ecosystem  ขึ้นมาใหม่ที่ต่างจาก AI ของคนอิ่น ๆ 

เพราะ AI Ecosystem ของ HP เป็นแบบครบวงจรที่ทำงานบนเครื่อง ตั้งแต่ฮาร์ดแวร์ (EliteBook, OMEN, LaserJet, เวิร์กสเตชัน HP Z8 Fury G6i) ซอฟต์แวร์ (HP IQ, OMEN AI, WXP) ไปจนถึงชั้นความปลอดภัย (TPM Guard, Wolf Security, การเข้ารหัสต้านทานควอนตัม)

สิ่งที่น่าสนใจคือ HP เลือกที่จะไม่แข่งกับผู้ให้บริการ AI บนคลาวด์ แต่เลือกเป็นโครงสร้างพื้นฐาน AI ระดับอุปกรณ์แทน ในขณะที่บริษัทด้าน AI กำลังดึงทุกอย่างขึ้นคลาวด์ HP กำลังบอกว่า 'ข้อมูลสำคัญที่สุดควรอยู่ในเครื่องของคุณ ไม่ใช่บนเซิร์ฟเวอร์ของเรา'

HP ยังแสดงให้เห็นว่า AI ไม่ได้อยู่แค่ในพีซี โดยโชว์ตัวอย่างการนำ AI ไปใช้ในสถานการณ์จริง เช่น ร้านค้าปลีกที่ใช้กล้องในร้านจดจำลูกค้าและแนะนำสินค้าให้พนักงานขายแบบ Real-time โรงพยาบาลที่ใช้ AI ฟังบทสนทนาและบันทึกอาการผู้ป่วยให้แพทย์อัตโนมัติ หรือจุดตรวจสนามบินที่ใช้ AI ประเมินความเสี่ยงเป็นรายบุคคลแทนระบบจัดกลุ่มแบบเดิม

ฝั่งกีฬา HP ก็ได้ลูกค้าระดับโลกอย่าง Ferrari ที่ใช้เวิร์กสเตชัน AI PC และเครื่องมือประชุมของ HP ประมวลผลข้อมูลหลายล้าน Data Point แบบ Real-time ระหว่างการแข่ง และ Real Madrid ที่ใช้ Ecosystem ของ HP ทั้งหมดในการทำงานร่วมกันทั่วโลก

ข้อมูลอ้างอิง : งาน HP Imaging 2026 

ลงทะเบียนเข้าสู่ระบบ เพื่ออ่านบทความฟรีไม่จำกัด

No comment

RELATED ARTICLE

Responsive image

Grab กางแผนปี 2569 ชู “Winning with Purpose Together” รุกทั้งตลาดแมส-พรีเมียม พร้อมเร่งนวัตกรรม-ขยายตลาดใหม่ ท่ามกลางเศรษฐกิจผันผวน

เจาะทิศทางธุรกิจ Grab ในปี 2569 ตั้งแต่การขยายฐานผู้ใช้ การออกฟีเจอร์ใหม่ ไปจนถึงการสร้างสมดุลระหว่างความคุ้มค่าและบริการพรีเมียม พร้อมบทบาทในการขับเคลื่อนเศรษฐกิจดิจิทัลและโอกาสให...

Responsive image

Amity ปิดดีล Series D 100 ล้านดอลลาร์ฯ ขึ้นแท่นระดมทุน GenAI สูงสุดในอาเซียน ปักธงเตรียมเข้า IPO ปี 2570

Amity บริษัทเทคคอมพานีสัญชาติไทย ประกาศความสำเร็จในการระดมทุนรอบ Series D มูลค่า 100 ล้านดอลลาร์สหรัฐ ถือเป็นดีลด้าน Generative AI ที่มีมูลค่าสูงที่สุดในเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ในปัจ...

Responsive image

OpenAI ประกาศปิดตัว แพลตฟอร์ม 'Sora' หันโฟกัสใช้การจำลองวิดีโอเพื่อสอนทักษะให้หุ่นยนต์

ข่าวใหญ่ที่สั่นสะเทือนวงการเทคโนโลยีและสื่อบันเทิงทั่วโลกเพิ่งเกิดขึ้น เมื่อ OpenAI ประกาศเตรียมปิดตัว ‘Sora’ สุดยอดเทคโนโลยี AI สร้างวิดีโอสุดล้ำที่เพิ่งเปิดตัวไปเมื่อปี 2024 ที่ผ...