มร. เหริน เจิ้งเฟย ผู้ก่อตั้งและประธานเจ้าหน้าที่บริหาร ของ Huawei ได้ให้สัมภาษณ์กับสื่อมวลชนต่างประเทศที่เมืองเซิ่นเจิ้น โดยมีประเด็นใจความสำคัญที่ตัดตอนมาจากการถอดความภาษาอังกฤษ ดังต่อไปนี้

ประเด็นเรื่องความมั่นคงปลอดภัยในเครือข่ายของลูกค้า Huawei

“กว่า 30 ปีที่ผ่านมา ผลิตภัณฑ์ของเรามีการใช้งานในกว่า 170 ประเทศทั่วโลก รองรับผู้ใช้งานกว่า 3 พันล้านรายทั่วโลก เรายังคงมีสถิติด้านความปลอดภัยที่ยอดเยี่ยม Huawei เป็นองค์กรธุรกิจที่เป็นอิสระ เมื่อพูดถึงเรื่องความปลอดภัยทางไซเบอร์และการปกป้องข้อมูลส่วนบุคคล เรายืนหยัดที่จะอยู่เคียงข้างลูกค้าของเรา โดยจะไม่ทำสิ่งที่เป็นภัยต่อประเทศหรือประชาชนคนใด นอกจากนี้ กระทรวงการต่างประเทศของจีนยังได้ชี้แจงอย่างเป็นทางการว่า ไม่มีข้อกฎหมายใดของจีนที่บังคับให้บริษัทต้องสร้างช่องโหว่สำคัญในซอฟต์แวร์ Huawei และผมเองโดยส่วนตัวก็ไม่เคยได้รับคำขอใดๆ จากรัฐบาลเพื่อให้ส่งมอบข้อมูลโดยมิชอบ”

การพัฒนาเทคโนโลยี 5G

“สำหรับ 5G ปัจจุบัน เราได้ลงนามในสัญญาการใช้งานเชิงพาณิชย์แล้วกว่า 30 ฉบับ และได้ส่งมอบสถานีฐาน 5G ไปแล้ว 25,000 สถานี เรามีสิทธิบัตร 5G ทั้งสิ้น 2,570 ฉบับ ผมเชื่อว่า ตราบใดที่เรายังคงพัฒนาผลิตภัณฑ์ที่น่าสนใจ ก็ย่อมมีลูกค้าที่ต้องการซื้อผลิตภัณฑ์ของเรา”

ในโลกนี้ มีบริษัทที่พัฒนาอุปกรณ์โครงข่าย 5G อยู่หลายแห่ง แต่มีเพียงไม่กี่แห่งที่ได้นำเทคโนโลยีคลื่นไมโครเวฟมาใช้งาน ซึ่งหัวเว่ยก็เป็นบริษัทเพียงแห่งเดียวในโลกที่สามารถนำสถานีฐาน 5G มาใช้กับเทคโนโลยีไมโครเวฟที่มีความล้ำหน้ามากที่สุด ด้วยศักยภาพดังกล่าว สถานีฐาน 5G ของ Huawei จึงไม่จำเป็นต้องมีการเชื่อมต่อโครงข่ายไฟเบอร์ แต่สามารถใช้คลื่นไมโครเวฟระดับซุปเปอร์ฟาสต์เพื่อสนับสนุนการเชื่อมต่อแบนด์วิธแบบอัลตร้า-ไวด์ (ultra-wide bandwidth backhaul) ซึ่งเป็นโซลูชั่นที่น่าสนใจและสร้างคุณค่าทางเศรษฐกิจได้อย่างมหาศาล เทคโนโลยีนี้ได้ผลดีที่สุดในพื้นที่ทุรกันดารที่มีประชากรบางเบา

ความสัมพันธ์กับลูกค้า

“การยึดลูกค้าเป็นศูนย์กลางเป็นคุณค่าหลักในการดำเนินธุรกิจที่ Huawei ให้ความสำคัญเป็นอย่างมากนับตั้งแต่ก่อตั้งบริษัท เราจะไม่ทำอะไรก็ตามที่เป็นภัยคุกคามต่อผลประโยชน์ของลูกค้า การดำเนินงานของแอปเปิ้ลเป็นตัวอย่างที่เรานำมาใช้เพื่อปรับปรุงการปกป้องข้อมูลส่วนบุคคล และเราก็จะเรียนรู้จากแอปเปิ้ล เราขอปิดกิจการของ Huawei เสียดีกว่าหากต้องทำสิ่งที่สร้างความเสียหายต่อผลประโยชน์ของลูกค้าเพื่อให้ได้มาซึ่งประโยชน์ส่วนตน

งบประมาณด้านการวิจัยและพัฒนาของ Huawei

“การลงทุนด้านการวิจัยและพัฒนาในแต่ละปีของเรานั้นคิดเป็นมูลค่าราว 1.5 - 2 หมื่นล้านดอลลาร์สหรัฐฯ ในช่วงห้าปีข้างหน้าเราจะลงทุนในด้านการวิจัยและพัฒนามากกว่า 1 แสนล้านดอลลาร์สหรัฐฯ อย่างไรก็ตาม บริษัทมหาชนอาจจะไม่มีการปฏิบัติในลักษณะนี้ เนื่องจากบริษัทเหล่านี้เน้นไปที่การทำเอกสารให้ดูดี สำหรับ Huawei นั้น สิ่งสำคัญยิ่งกว่าก็คือโครงสร้างอุตสาหกรรมในอนาคต ระบบการตัดสินใจของเราแตกต่างไปจากบริษัทมหาชนอื่นๆ ตรงที่เน้นความเรียบง่ายไม่มีอะไรยุ่งยากซับซ้อน โดยเราก็ยังคงมุ่งมั่นทุ่มเทเพื่อสร้างสรรค์สังคมที่ขับเคลื่อนด้วยข้อมูลให้เป็นจริง”

“มูลค่าการลงทุนด้านการวิจัยและการพัฒนาโดยเฉลี่ยของเรานั้นอยู่ที่ 1.5-2 หมื่นล้านดอลลาร์สหรัฐฯ ทำให้หัวเว่ยติดอันดับ 5 บริษัทในบรรดาอุตสาหกรรมต่างๆ ที่มีการลงทุนด้านการวิจัยและพัฒนามากที่สุดในโลก เราได้รับอนุมัติสิทธิบัตรรวมทั้งหมด 87,805 ฉบับ สำหรับในสหรัฐอเมริกา เราได้จดทะเบียนสิทธิบัตรด้านเทคโนโลยีหลักรวม 11,152 ฉบับ และเป็นสมาชิกขององค์กรผู้กำหนดมาตรฐานกว่า 360 แห่งซึ่งเราได้นำเสนอโครงการต่างๆ กว่า 54,000 โครงการ”

ความเป็นเจ้าของในบริษัท Huawei

"เรามีพนักงานเป็นผู้ถือหุ้นทั้งสิ้น 96,768 คน และได้ดำเนินการโหวตเลือกผู้แทนพนักงานที่เป็นผู้ถือหุ้นจากทั่วโลกเสร็จสิ้นลงเมื่อวันที่ 12 มกราคม และเมื่อไม่กี่วันมานี้ ผู้ส่งสารของเราจากสำนักงานทั่วโลกได้นำผลโหวตส่งมาที่เซิ่นเจิ้น และในขณะนี้อยู่ในขั้นตอนการคำนวณและรับรองความถูกต้องของผลโหวตบนแพลตฟอร์มอิเล็กทรอนิก ซึ่งจะได้ผู้แทนพนักงานที่เป็นผู้ถือหุ้นทั้งสิ้น 115 คน โดยคณะกรรมการผู้แทนพนักงานซึ่งประกอบด้วยพนักงานทั้ง 115 คนนี้ จะเป็นผู้มีอำนาจสูงสุดในการตัดสินใจของ Huawei โดยมีพนักงานที่เป็นผู้ถือหุ้นทั้ง 96,768 คนเป็นเจ้าของบริษัทร่วมกัน

“จำนวนหุ้นทั้งหมดของหัวเว่ยที่ผมถืออยู่นั้นคิดเป็น 1.14% ส่วนสตีฟ จ็อบส์ก็ถือหุ้นในแอปเปิ้ลคิดเป็น 0.58% ซึ่งก็มีความเป็นไปได้ที่ในอนาคตหุ้นของผมจะลดลงได้อีก นั่นคือสิ่งที่ผมควรเรียนรู้จาก Steve Jobs"

หลักธรรมาภิบาลของ Huawei

คณะกรรมการของ Huawei ได้รับการคัดเลือกโดยพิจารณาจากหลักจริยธรรมเป็นหลัก คณะกรรมการนี้มีหน้าที่รับผิดชอบคือ หว่านเมล็ดพันธุ์และสร้างความเจริญงอกงามให้แก่ผืนดิน พวกเขาเหล่านี้มีบทบาทหลักในการนำพาบริษัทให้ก้าวไปข้างหน้า ความอาวุโสจึงไม่ใช่สิ่งสำคัญที่ต้องพิจารณาในการเลือกคณะกรรมการบริษัท แต่เป็นความซื่อสัตย์ต่างหากที่เป็นคุณสมบัติพื้นฐานในการเลือกสมาชิกคณะกรรมการผู้กำกับดูแล

ปัจจุบัน เรามีประธานเจ้าหน้าที่บริหารหมุนเวียนตามวาระสามคน ซึ่งแต่ละคนจะดำรงตำแหน่งอยู่ในวาระคนละ 6 เดือน ในช่วงหกเดือนที่ดำรงตำแหน่งนั้น ประธานแต่ละคนจะเป็นผู้นำสูงสุดของ Huawei แต่ก็จะต้องอยู่ภายใต้กฎของบริษัทด้วยเช่นกัน กฎที่ว่านี้ก็คือ หลักธรรมาภิบาลของเรานั่นเอง โดยที่อำนาจของประธานเจ้าหน้าที่หมุนเวียนตามวาระและรักษาการประธานต้องอยู่ภายใต้กลไกการตัดสินใจร่วมกันของบริษัท

สำหรับคณะกรรรมการบริหารประกอบด้วยผู้บริหารจำนวนเจ็ดคน ซึ่งจะมีหน้าที่ลงมติและต้องได้รับคะแนนเสียงส่วนใหญ่ก่อนที่จะมีการนำเสนอการดำเนินการใดๆ ก็ตามเข้าสู่ที่ประชุมใหญ่ของคณะกรรมการบริหาร และในการประชุมใหญ่ของคณะกรรรมการฯ เราก็ต้องยึดตามหลักเสียงส่วนใหญ่ด้วยเช่นกัน ดังนั้น จึงไม่มีการดำเนินการใดที่ถือเป็นมติจนกว่าจะผ่านการลงคะแนนเสียงหรือการตัดสินใจจากที่ประชุมใหญ่

ความสัมพันธ์กับสหรัฐอเมริกา

“ข้อความที่ผมอยากจะบอกแก่สหรัฐฯ ก็คือ การร่วมมือและแบ่งปันความสำเร็จร่วมกัน ในโลกแห่งเทคโนโลยีอันทันสมัย ย่อมเป็นไปไม่ได้ที่บริษัทใดบริษัทหนึ่ง หรือประเทศใดประเทศหนึ่งจะสามารถทำทุกสิ่งทุกอย่างได้โดยลำพังเพียงคนเดียว”

ในยุคแห่งอุตสาหกรรม ประเทศเพียงประเทศเดียวอาจมีขีดความสามารถที่จำเป็นในการผลิตเครื่องทอผ้า รถไฟ หรือเรือได้อย่างเสร็จสรรพ แต่ปัจจุบันเราอยู่ในโลกแห่งข้อมูลข่าวสาร และในสังคมที่ขับเคลื่อนด้วยข้อมูล ความเป็นอิสระจากกันจึงเป็นเรื่องสำคัญอย่างยิ่งยวด ความเป็นอิสระนี้เองที่ผลักดันให้สังคมมนุษย์เราก้าวหน้าอย่างรวดเร็ว สังคมแห่งข้อมูลข่าวสารที่เราจะได้เห็นนั้นจะมีขนาดกว้างใหญ่ไพศาล และสำหรับโอกาสของการเป็นตลาดเดียวนั้น ก็ไม่อาจยั่งยืนหรือได้รับการสนับสนุนจากบริษัทใดบริษัทหนึ่งเพียงแห่งเดียว แต่ต้องอาศัยความพยายามจากบริษัทนับพันหรือนับหมื่นแห่งในการทำงานร่วมกัน”

“สำหรับประธานาธิบดี  Donald John Trump ในฐานะคนคนหนึ่ง ผมก็ยังเชื่อว่าเขาเป็นประธานาธิบดีที่ยอดเยี่ยม ในแง่ที่ว่าเขากล้าที่จะหั่นมาตรการภาษี ผมคิดว่ามันมีส่วนช่วยให้การพัฒนาอุตสาหกรรมต่าง ๆ ในสหรัฐฯ เติบโตก้าวหน้าไปได้”

“เมื่อเกิดเหตุการณ์ครั้งใหญ่ที่ไม่มีใครคาดคิดมาก่อน ที่จู่ ๆ บริษัทอเมริกันก็ตัดสินใจไม่ซื้อโทรศัพท์ Huawei ส่วนคนจีนบางส่วนก็พูดว่า เราก็ควรทำเช่นเดียวกับ iPhone ของ Apple ในจีนบ้าง ผมเห็นว่า รัฐบาลจีนไม่ควรใช้มาตรการเดียวกันนี้เพื่อตอบโต้บริษัท Apple ในจีน เพราะไม่ว่าจะผลประโยชน์ของประเทศชาติหรือนโยบายด้านการปฏิรูปเศรษฐกิจ รวมถึงการเปิดประเทศย่อมไม่ควรต้องมาอุทิศเพื่อประโยชน์ของ Huawei แต่เพียงฝ่ายเดียว แม้ในภาวะถดถอยที่เรากำลังเผชิญอยู่ในประเทศตะวันตก เราก็จะยังคงสนับสนุนประเทศจีนให้เปิดกว้างมากขึ้น ผมคิดว่า จีนจะสามารถรุ่งโรจน์ได้มากกว่าที่เป็นอยู่ก็ต่อเมื่อมีการเปิดประเทศมากขึ้น และก้าวไปข้างหน้าตามแผนปฏิรูปประเทศ”

 

RELATED ARTICLE

Responsive image

ร่วมค้นหาคำตอบทางธุรกิจในงานสัมมนาออนไลน์ Go Cloud, Go Global จาก HUAWEI CLOUD

งานสัมมนาออนไลน์ “Go Cloud, Go Global” จะจัดขึ้นช่วงบ่ายวันที่ 10 มิ.ย. โดย HUAWEI CLOUD ที่จะมาแบ่งปันประสบการณ์ฝ่าฟันสนามธุรกิจในเอเชีย เจาะลึกการใช้เทคโนโลยีมาเปลี่ยนยอดวิวเป็นร...

Responsive image

depa ผนึก Huawei เปิดศูนย์ Thailand 5G EIC พร้อมเผยแผนการลงทุนมูลค่า 475 ล้านบาทเพื่อพัฒนา 5G

depa ผนึก Huawei จัดพิธีเปิดศูนย์ Thailand 5G Ecosystem Innovation Center (5G EIC) เพื่อผลักดันการพัฒนานวัตกรรมเทคโนโลยี 5G ผสานความร่วมมือของทั้งระบบนิเวศ...

Responsive image

หัวเว่ยเผย ความท้าทายด้านข้อมูลส่วนบุคคลและแนวทางรับมือในการใช้งานเทคโนโลยี IoT

งาน GSMA Mobile 360 Series จัดขึ้นที่กรุงเฮก ประเทศเนเธอร์แลนด์ ภายใต้แนวคิด “Security for 5G” (ความปลอดภัยสำหรับโครงข่าย 5G) โดยมีผู้เชี่ยวชาญและผู้นำด้านความปลอดภัยทางไซเบอร์และก...