IMF เชื่อมั่นไทยมีโอกาส หลุดกับดัก ‘รายได้ปานกลาง’ หากใช้ประโยชน์กลุ่มเศรษฐกิจในภูมิภาค และการเร่งนำเทคโนโลยี AI มาใช้

ในการกล่าวเปิดงานสัมมนา Asia in 2050 Conference ด้าน Kristalina Georgieva ผู้อำนวยการ IMF ได้แสดงทัศนะที่น่าสนใจเกี่ยวกับก้าวย่างของประเทศไทยและภูมิภาคเอเชีย ท่ามกลางกระแสการเปลี่ยนแปลงของโลกที่เต็มไปด้วยแรงกระแทกซ้ำแล้วซ้ำเล่า โดยมีประเด็นสำคัญที่สะท้อนถึงบทบาทของไทย ดังนี้

1. ไทยในฐานะเจ้าบ้านและศูนย์กลางความร่วมมือ

Georgieva เริ่มต้นด้วยการชื่นชมความพร้อมของประเทศไทย โดยเฉพาะการต้อนรับที่น่าประทับใจ ซึ่งเธอใช้โอกาสนี้ในการเตรียมความพร้อมสำหรับการประชุมประจำปีของ IMF และธนาคารโลกที่จะจัดขึ้นในกรุงเทพฯ ช่วงเดือนตุลาคม โดยมองว่าไทยเป็นสถานที่ยุทธศาสตร์สำคัญในการดึงสมาชิก 191 ประเทศมาหารือเรื่องเสถียรภาพเศรษฐกิจโลก

2. การปรับตัวต่อ ความไม่แน่นอนคือความปกติใหม่

เธอย้ำว่าโลกไม่ได้กำลังเปลี่ยนจากจุด A ไปจุด B แบบเรียบง่าย แต่กำลังอยู่ในภาวะไหลบ่าและแปรปรวน สำหรับไทยและเอเชีย สิ่งที่เผชิญคือความท้าทายด้านความมั่นคงทางพลังงาน และความผันผวนของตลาดทุนจากปมขัดแย้งทางภูมิรัฐศาสตร์

คำแนะนำ: เธอเน้นย้ำว่าไทยต้องมีความคล่องตัว โดยไม่ต้องไปกังวลกับปัจจัยภายนอกที่ควบคุมไม่ได้ แต่ให้โฟกัสที่สิ่งที่อยู่ในมือเราเพื่อทำให้เศรษฐกิจของตนเองมีความแข็งแกร่งที่สุด

3. ชื่นชมกลไกการปรับโครงสร้างหนี้ของไทย

ในมิติของการเพิ่มขีดความสามารถทางการแข่งขัน Georgieva ได้ยกตัวอย่าง ประเทศไทย ร่วมกับเกาหลีใต้ มาเลเซีย และอินโดนีเซีย ว่าเป็นกลุ่มประเทศที่มีกลไกการปรับโครงสร้างหนี้นอกศาลที่โดดเด่น ซึ่งช่วยให้ธุรกิจที่กำลังลำบากสามารถกลับมาตั้งตัวและเดินหน้าต่อได้เร็วขึ้น ซึ่งเป็นหนึ่งในฟันเฟืองสำคัญของการสร้าง Productivity ในยุคใหม่

4. บทบาทผู้นำด้านการชำระเงินดิจิทัล

นี่คือจุดที่ไทยได้รับคำชมอย่างชัดเจน Georgieva มองว่า ASEAN (รวมถึงไทย) ประสบความสำเร็จอย่างสูงในการสร้างระบบการชำระเงินข้ามพรมแดนผ่านมือถือที่ทันสมัยและเชื่อมโยงกันมากที่สุดแห่งหนึ่งของโลก

IMF ตั้งใจจะชูบทบาทนำของเอเชียในเรื่องการชำระเงินดิจิทัล เพื่อเป็นสัญญาณบอกคนนับล้านว่า จะไม่มีใครถูกทิ้งไว้ข้างหลังในระบบเศรษฐกิจดิจิทัล

5. ความท้าทายที่ต้องเร่งมือ สังคมสูงวัยและ AI

แม้ไทยจะมีพื้นฐานที่ดี แต่เธอก็เตือนถึงความท้าทายที่รออยู่ในปี 2050 คือ AI จะเข้ามาเขย่าตลาดแรงงาน โดยเฉพาะงานระดับเริ่มต้น (Entry-level) ของคนรุ่นใหม่ และเอเชียกำลังแก่ตัวลงเร็วกว่าภูมิภาคอื่น โดยในปี 2050 จำนวนผู้สูงอายุ (65+) จะเพิ่มขึ้นเป็นสองเท่า ไทยเองก็จัดอยู่ในกลุ่มที่กำลังก้าวเข้าสู่สังคมสูงวัยอย่างรวดเร็ว ซึ่งต้องเร่งสร้างแรงงานที่ปรับตัวเก่ง

Georgieva เชื่อมั่นว่าภายในปี 2050 ประเทศในเอเชีย รวมถึงไทย มีศักยภาพที่จะก้าวข้ามกับดักรายได้ปานกลาง และขยับขึ้นไปอยู่ในกลุ่มเศรษฐกิจขั้นสูงได้ หากสามารถใช้ประโยชน์จากการรวมกลุ่มทางเศรษฐกิจในภูมิภาค และการเร่งนำเทคโนโลยี AI มาใช้อย่างเหมาะสม

เธอกล่าวปิดท้ายไว้อย่างน่าสนใจว่า "Don't lament, just act." เลิกเสียใจกับสิ่งที่คุมไม่ได้ แล้วลงมือทำในสิ่งที่เราคุมได้ให้ดีที่สุด นี่คือข้อความสั้นๆ แต่ทรงพลังที่ MD ของ IMF ฝากไว้ให้ผู้นำและนักธุรกิจในไทย

ลงทะเบียนเข้าสู่ระบบ เพื่ออ่านบทความฟรีไม่จำกัด

No comment

RELATED ARTICLE

Responsive image

เมื่อ Salesforce เปลี่ยนโลกธุรกิจไทยให้ขับเคลื่อนด้วยกองทัพ AI Agent ที่สื่อสารภาษาไทย และทำงานได้จริง สรุปงาน Agentforce World Tour Bangkok

โจทย์ใหญ่ที่ Salesforce ประเทศไทย นำโดย คุณอภิสิทธิ์ พลัค กรรมการผู้จัดการคนใหม่ ประกาศกลางงานใหญ่ Agentforce World Tour Bangkok ในปี 2026 ว่าถึงเวลาแล้วที่ธุรกิจไทยต้องก้าวข้ามยุค...

Responsive image

MIT ปรับกฎเหล็กหนุน Startup รับกระแส AI อาจารย์-นศ. ลาไปทำธุรกิจได้แบบไร้ความเสี่ยง

เจาะลึกแผนปฏิรูปครั้งใหญ่ของ MIT แก้กฎการลางานและดรอปเรียน เปิดทางอาจารย์และนักศึกษาปั้น Startup รับเทรนด์ AI บูม ล้มแล้วกลับมาเรียนต่อได้ทันที พร้อมทุนหนุนเกือบ 3 ล้านบาท...

Responsive image

SCB 10X ลงทุนใน Gradient Fund V เปิดทางเข้าถึงสตาร์ทอัพ AI ระยะเริ่มต้นทั่วโลก

SCB 10X บริษัทด้านการลงทุนในเทคโนโลยีเปลี่ยนโลก (Disruptive Technology) ภายใต้กลุ่มเอสซีบีเอกซ์ ประกาศลงทุนใน Gradient Fund V กองทุนล่าสุดจาก Gradient บริษัท Venture Capital ระยะเร...