
ตลอดปี 2025 แรงงานญี่ปุ่นต้องเผชิญกับความย้อนแย้งที่เจ็บปวด ค่าจ้างขึ้นทุกปี แต่กำลังซื้อกลับหดลงทุกเดือน เพราะเงินเฟ้อกินส่วนต่างไปจนหมดสิ้น แต่ตัวเลขล่าสุดจากกระทรวงแรงงานญี่ปุ่น อาจกำลังบอกว่า จุดเปลี่ยนได้มาถึงแล้ว
Real Wages หรือค่าจ้างที่ปรับเงินเฟ้อแล้ว เพิ่มขึ้น 1.4% ในเดือนมกราคม 2026 เมื่อเทียบกับปีก่อน ทะลุเป้าที่นักเศรษฐศาสตร์คาดไว้ที่ 0.9% และนับเป็นการเป็นบวกครั้งแรกในรอบ 13 เดือน หลังติดลบยาวนานตลอดปีที่แล้ว
สิ่งที่น่าสนใจคือ ไม่ใช่แค่ตัวเลขเดียวที่ดีขึ้น แต่ทุกองค์ประกอบพุ่งขึ้นพร้อมกัน
เหตุผลที่ Real Wages กลับมาเป็นบวกได้ในครั้งนี้ ส่วนหนึ่งมาจากดัชนีเงินเฟ้อที่ลดลงมาอยู่ที่ 1.7% ต่ำสุดนับตั้งแต่เดือนมีนาคม 2022 ซึ่งหมายความว่าค่าจ้างที่เพิ่มขึ้นรอบนี้เหลือให้กำลังซื้อจริงๆ เป็นครั้งแรกในรอบปี
ผลงานของนายกรัฐมนตรี Sanae Takaichi มีส่วนสำคัญในภาพนี้ มาตรการอุดหนุนค่าสาธารณูปโภคช่วยลดภาระค่าครองชีพครัวเรือนได้จริง ขณะที่ราคาอาหารชะลอตัวเมื่อเทียบกับฐานที่สูงผิดปกติในปีก่อน
แต่นักเศรษฐศาสตร์เตือนว่าผลเหล่านี้มีอายุจำกัด Yuichi Kodama หัวหน้านักเศรษฐศาสตร์จาก Meiji Yasuda Research Institute กล่าวตรงๆ ว่า "ค่าจ้างที่เพิ่มขึ้นเพราะราคาลดลงจากนโยบาย ไม่ใช่หลักประกันว่าแนวโน้มนี้จะต่อเนื่อง โดยเฉพาะเมื่อราคาน้ำมันโลกกำลังพุ่งขึ้นชัดเจนในช่วงนี้"
สำหรับธนาคารกลางญี่ปุ่น (BOJ) ข้อมูลชุดนี้คือสิ่งที่รอคอยมานาน เพราะกลยุทธ์ทั้งหมดของ BOJ ขึ้นอยู่กับการสร้าง "วงจรดี" ที่ค่าจ้างสูงขึ้น → คนใช้จ่ายมากขึ้น → เงินเฟ้อเดินหน้าอย่างมีสุขภาพดี → ค่าจ้างขึ้นต่อ วนซ้ำแบบนั้นไปเรื่อยๆ
Taro Kimura นักเศรษฐศาสตร์จาก Bloomberg Economics มองว่าตัวเลขนี้ "เสริมความเชื่อมั่นของ BOJ ว่า Wage-Price Cycle กำลังแข็งแกร่งขึ้น และเป็นสัญญาณแรกๆ ว่าการเจรจาค่าจ้างปีนี้จะให้ผลดีต่อเนื่อง" ด้านผู้ว่าการ Kazuo Ueda ย้ำว่า BOJ ยังคงทยอยลดระดับนโยบายผ่อนคลายอยู่ และต้องการให้ค่าจ้างเพิ่มขึ้น "ในอัตราที่เหมาะสม"
แม้ตัวเลขจะดี แต่ BOJ มีแนวโน้มจะ คงดอกเบี้ยในการประชุม 18-19 มีนาคม เนื่องจากความขัดแย้งระหว่างสหรัฐฯ-อิสราเอลกับอิหร่านยังสร้างความไม่แน่นอนต่อเศรษฐกิจโลก แต่ตลาด Overnight Swaps สะท้อนว่าเทรดเดอร์มองว่ามีโอกาสถึง 61% ที่จะขึ้นดอกเบี้ยภายในเดือนเมษายน
อดีตสมาชิกคณะกรรมการ BOJ Seiji Adachi อธิบายว่า "การขึ้นในมีนาคมอิงแค่การคาดการณ์ แต่เดือนเมษายน BOJ จะมีข้อมูลเพียงพอในการยืนยัน" ส่วน Mizuho Financial Group คาดการณ์ไปไกลกว่า โดยมองว่า BOJ อาจขึ้นดอกเบี้ยได้ถึง 3 ครั้งในปี 2026
หัวใจสำคัญของทั้งหมดนี้คือ "Shunto" การเจรจาค่าจ้างฤดูใบไม้ผลิที่กำลังจะสรุปผลปลายเดือนนี้ สหพันธ์แรงงาน Rengo ประกาศว่าสมาชิกขอขึ้นค่าจ้างเฉลี่ย 5.94% ใกล้เคียงกับที่ขอในปีก่อนที่ 6.09% ซึ่งปิดดีลได้จริงที่ 5.25% สูงสุดในรอบ 34 ปี นักเศรษฐศาสตร์ส่วนใหญ่คาดว่าปีนี้จะได้เฉลี่ยที่ 5%
แรงหนุนสำคัญคือ ภาวะขาดแคลนแรงงาน ที่บริษัทส่วนใหญ่รายงานว่าขาดพนักงานประจำต่อเนื่องเป็นปีที่ 4 ติดต่อกัน ตามรายงานของ Teikoku Databank เมื่อนายจ้างต้องแย่งชิงแรงงาน พวกเขาไม่มีทางเลือกมากนักนอกจากจ่ายมากขึ้น
บริษัทญี่ปุ่นตอบรับทิศทางนี้อย่างคึกคัก กำไรบริษัทเพิ่มขึ้นจากปีก่อน 5 ไตรมาสติดต่อกัน ตามข้อมูลกระทรวงการคลัง ทำให้มีพื้นที่ทางการเงินพอที่จะขึ้นค่าจ้างโดยไม่กระทบกำไรมากนัก
Yuichi Kodama สรุปว่า "ฉันคาดว่าแรงงานจะได้รับการขึ้นค่าจ้างรวมราว 5% และกลุ่มนอกภาคการผลิตน่าจะเป็นตัวขับเคลื่อนหลักของโมเมนตัมที่จะยั่งยืนในระยะยาว"
ตัวเลขมกราคมเพียงตัวเดียวไม่อาจยืนยันว่าญี่ปุ่นพ้นวิกฤตค่าครองชีพแล้ว แต่มันส่งสัญญาณให้ BOJ ภาครัฐ และภาคเอกชนเดินหน้าต่อในทิศทางเดิมได้อย่างมั่นใจมากขึ้น และผลเจรจา Shunto ปลายเดือนนี้จะเป็นบทพิสูจน์ที่แท้จริง
ที่มา: Bloomberg, Reuters, Kyodo News
ลงทะเบียนเข้าสู่ระบบ เพื่ออ่านบทความฟรีไม่จำกัด