บทสนทนาบนเวที Cisco AI Summit 2026 ระหว่าง Jensen Huang ซีอีโอของ NVIDIA และ Chuck Robbins ซีอีโอของ Cisco เริ่มต้นอย่างเป็นกันเอง เต็มไปด้วยอารมณ์ขัน แก้วไวน์ และการหยอกล้อกันตลอดเวที แต่ภายใต้บรรยากาศสบาย ๆ นั้น คือกรอบความคิดที่จริงจังอย่างยิ่งต่ออนาคตของระบบ Computing และทิศทางของโลกธุรกิจในทศวรรษถัดไป
Jensen Huang ชี้ชัดตั้งแต่ต้นว่าสิ่งที่กำลังเกิดขึ้นไม่ใช่คลื่นเทคโนโลยีลูกใหม่ แต่คือการปฏิวัติระบบ Computing เป็นครั้งแรกในรอบกว่า 60 ปี นี่ไม่ใช่แค่การทำให้คอมพิวเตอร์เร็วขึ้นหรือฉลาดขึ้นเล็กน้อย หากแต่เป็นการเปลี่ยน 'หลักการพื้นฐาน' ของการสื่อสารระหว่างมนุษย์กับเครื่องจักรอย่างสิ้นเชิง

ตลอดหลายทศวรรษที่ผ่านมา คอมพิวเตอร์ทำงานภายใต้กรอบของ Explicit Programming มนุษย์ต้องเขียนโค้ด อธิบายขั้นตอน และกำหนดตรรกะทุกอย่างอย่างชัดเจน เครื่องจักรทำหน้าที่เป็นผู้รับคำสั่งที่เคร่งครัดและไม่ตีความเกินกว่าที่ถูกกำหนดไว้
แต่ AI กำลังพาเราออกจากโลกนั้น สู่สิ่งที่ Jensen Huang เรียกว่า Implicit Programming แทนที่จะบอกเครื่องว่า “ต้องทำอย่างไร” มนุษย์เพียงบอกว่า “ต้องการอะไร” ระบบจะไปแยกปัญหา วางแผน เลือกใช้เครื่องมือ ค้นคว้าข้อมูล และหาคำตอบด้วยตัวเอง
การเปลี่ยนผ่านนี้ไม่ใช่เพียงเรื่องของความสะดวกหรือประสิทธิภาพ แต่คือการเปลี่ยนบทบาทของคอมพิวเตอร์ จาก ผู้รับคำสั่ง มาเป็น ผู้ร่วมคิดและผู้ลงมือทำ ซึ่งมีผลกระทบโดยตรงต่อโครงสร้างองค์กร วิธีทำงาน และรูปแบบการแข่งขันทางธุรกิจ
นี่คือเหตุผลที่ Jensen Huang มองว่า AI ในช่วงแรกอย่างแชตบอต แม้จะน่าตื่นเต้นและสร้างความประทับใจ แต่ยังไม่ใช่ AI ที่ใช้งานได้จริงในระดับองค์กร เพราะมันยังขาดองค์ประกอบสำคัญของความฉลาด ได้แก่ การเข้าใจบริบท การคิดกับปัญหาที่ไม่เคยเจอมาก่อน และการวางแผนแก้ปัญหาอย่างเป็นระบบ
จากจุดนี้เองที่แนวคิด Agentic AI สร้างผลลัพธ์อย่างเป็นรูปธรรม AI ไม่ควรเป็นเพียงระบบตอบคำถามหรือสร้างข้อความ แต่ต้องสามารถ ใช้เครื่องมือ ค้นคว้า ดึงข้อมูลที่ยึดโยงกับข้อเท็จจริง มีความจำ และลงมือทำงานเป็นลำดับขั้นได้ สิ่งเหล่านี้คือ 'เงื่อนไขขั้นต่ำ' ของ AI ที่จะเข้าไปเป็นส่วนหนึ่งของกระบวนการทำงานจริงในองค์กร
ในบริบทเดียวกัน Jensen Huang ยังแตะประเด็นที่กำลังสร้างความกังวลในอุตสาหกรรมเทคโนโลยี นั่นคือความเชื่อที่ว่า AI จะกลายเป็นภัยต่อธุรกิจซอฟต์แวร์ ซึ่งเขามองว่า เป็นความคิดที่ไม่สมเหตุสมผลอย่างยิ่ง เพราะ AI ไม่ได้ถูกสร้างมาเพื่อแทนที่ซอฟต์แวร์ แต่ถูกออกแบบมาเพื่อใช้ซอฟต์แวร์ให้มีประสิทธิภาพมากขึ้น
หากวันหนึ่งเรามี AI ที่ฉลาดเทียบเท่ามนุษย์ มันจะไม่ประดิษฐ์เครื่องมือใหม่ทุกครั้งที่ต้องทำงาน แต่จะเลือกใช้เครื่องมือที่มีอยู่แล้ว ในโลกดิจิทัลก็เช่นเดียวกัน AI จะไม่เขียนระบบ ERP, CAD หรือซอฟต์แวร์องค์กรใหม่ทั้งหมด แต่จะใช้ซอฟต์แวร์เหล่านั้นเป็นเครื่องมือ เพราะซอฟต์แวร์ถูกออกแบบมาเพื่อจัดการกับกฎ ตรรกะ และข้อเท็จจริงที่ต้องแม่นยำ
เมื่อ AI กลายเป็นกระบวนการสร้างความฉลาดอย่างต่อเนื่อง Jensen Huang จึงเสนอแนวคิด AI Factory ซึ่งแตกต่างจาก Data Center แบบเดิมโดยสิ้นเชิง AI Factory ไม่ได้มีหน้าที่เพียงประมวลผลข้อมูล แต่ถูกออกแบบมาเพื่อ ผลิต Intelligence ในระดับอุตสาหกรรม โดยต้องอาศัยการประมวลผล เครือข่าย ระบบจัดเก็บข้อมูล และความปลอดภัยที่ถูกออกแบบใหม่ทั้งหมด
นี่คือจุดที่ NVIDIA และ Cisco เห็นตรงกันว่า หากโครงสร้างพื้นฐานยังคงยึดติดกับกรอบคิดยุคเดิม AI จะไม่มีวันขยับจากขั้นทดลอง ไปสู่การใช้งานระดับองค์กรได้อย่างแท้จริง
เมื่อ Chuck Robbins ถามถึงก้าวแรกที่องค์กรควรทำ Jensen Huang ให้คำตอบที่สวนทางกับสัญชาตญาณของผู้บริหารจำนวนมาก เขาเตือนว่า อย่าเริ่มต้นด้วยคำถามเรื่อง ROI เพราะเทคโนโลยีที่เปลี่ยนโลกทุกยุค ไม่เคยสามารถพิสูจน์คุณค่าได้ผ่าน Spreadsheet ตั้งแต่วันแรก
สิ่งที่ควรทำคือเปิดพื้นที่ให้ทดลอง ปล่อยให้คนในองค์กรลองผิดลองถูกอย่างปลอดภัย นวัตกรรมไม่เคยเกิดในสภาพแวดล้อมที่ทุกอย่างต้องถูกควบคุมอย่างเข้มงวด อย่างไรก็ตาม การเปิดให้ทดลองไม่ได้หมายถึงการไร้ทิศทาง ผู้นำต้องรู้ชัดว่างานใดคือแกนหลัก ขององค์กร และต้องนำ AI ไปทุ่มกับจุดนั้นอย่างจริงจัง เพราะนั่นคือพื้นที่ที่ AI สามารถสร้างความได้เปรียบเชิงการแข่งขันได้จริง
ถ้าคุณต้องการเห็น ROI ชัดเจนตั้งแต่วันแรก
มีโอกาสสูงว่าคุณกำลังเริ่มผิดทาง
กรอบคิดที่อยู่เบื้องหลังทั้งหมดนี้คือแนวคิดเรื่อง 'ความอุดมสมบูรณ์' Jensen Huang อธิบายว่า AI กำลังทำให้ความฉลาดกลายเป็นทรัพยากรที่หาได้ง่ายและมีต้นทุนต่ำกว่าที่เคยเป็นมาอย่างมาก เมื่อการคิด วิเคราะห์ และทดลองไม่ใช่เรื่องแพงหรือใช้เวลานานอีกต่อไป องค์กรจึงไม่ควรถามแค่ว่า “ทำได้ไหม” แต่ควรถามว่า “ถ้าเราไม่ถูกจำกัดด้วยเวลา ต้นทุน หรือกำลังคน เราควรออกแบบงานและกระบวนการนี้ใหม่อย่างไร”
ในมุมของ Chuck Robbins โครงสร้างพื้นฐานหรือเทคโนโลยีเพียงอย่างเดียวไม่เพียงพอ หากองค์กรไม่ลงมือนำ AI ไปใช้จริงในงานประจำวัน เพราะในการแข่งขันจริง คนจะไม่ได้เสียเปรียบเพราะ AI เข้ามาแทนที่ แต่จะเสียเปรียบเพราะคู่แข่งใช้ AI ได้ดีกว่าและเร็วกว่า
อีกหนึ่งประเด็นสำคัญที่ Jensen Huang เน้นย้ำคือ องค์กรไม่ควรมอง AI เป็นเพียงเครื่องมือช่วยงาน แต่ควรมี AI อยู่ในวงจรการทำงานและการตัดสินใจ เพื่อให้ระบบเรียนรู้จากประสบการณ์ของพนักงานอย่างต่อเนื่อง และทำให้องค์กรฉลาดขึ้นเรื่อย ๆ ไม่ใช่เริ่มใหม่ทุกวัน
ช่วงท้ายของบทสนทนา Jensen Huang ชี้ว่า 'คำถาม' คือทรัพย์สินทางปัญญาที่มีค่าที่สุดขององค์กร มากกว่าคำตอบที่สามารถหาได้ทั่วไป เพราะคำถามสะท้อนทิศทาง ความสำคัญ และวิธีคิดของผู้บริหาร โดยในบางกรณีควรถูกเก็บและปกป้องไว้ภายในองค์กรเอง
แม้เวทีจะจบลงด้วยบรรยากาศผ่อนคลาย แต่สารที่ Jensen ทิ้งไว้ชัดเจนว่า AI ไม่ได้เป็นเพียงเครื่องมือใหม่ หากคือการเปลี่ยนวิธีคิดขององค์กร ตั้งแต่การออกแบบงาน การตัดสินใจ ไปจนถึงความสามารถในการแข่งขันในโลกยุคถัดไป
ลงทะเบียนเข้าสู่ระบบ เพื่ออ่านบทความฟรีไม่จำกัด