เกาหลีใต้เปิดตัววีซ่าใหม่สำหรับ Digital Nomad เที่ยวไป ทำงานไป อยู่ได้สูงสุด 2 ปี

เกาหลีใต้ประกาศเปิดตัววีซ่า Digital Nomad สำหรับชาวต่างชาติที่ทำงานแบบ Remote Work อำนวยความสะดวกการทำงานแบบ ‘Workcation’ ให้อาศัยในประเทศเกาหลีได้เป็นระยะเวลาสองปี ต่างจากเดิมด้วยวีซ่าท่องเที่ยวที่มีระยะเวลาสูงสุดเพียงสามเดือนเท่านั้น

Digital Nomad เป็นการทำงานที่มีอิสระสูง สามารถทำงานได้ทุกที่ในโลก ไม่ต้องเข้าออฟฟิศ เป็นการทำงานที่สามารถท่องเที่ยวไปพร้อม ๆ กันได้ เป็นอีกหนึ่งเทรนด์การทำงานยุคใหม่ที่เรียกว่า Workcation ที่มาจากคำว่า work+vacation

เกาหลีใต้เปิดตัววีซ่าใหม่สำหรับ Digital Nomad

เกาหลีใต้เล็งเห็นแนวโน้มการทำงานในรูปแบบนี้ที่น่าจะได้รับความนิยมมากขึ้นและจะสามารถช่วยกระตุ้นเศรษฐกิจได้ จึงเปิดตัววีซ่าใหม่สำหรับ Digital Nomad ทั่วโลกเพื่อให้การทำงานและการท่องเที่ยวของชาวต่างชาติในเกาหลีใต้ราบรื่นมากยิ่งขึ้น กระทรวงยุติธรรมของเกาหลีใต้กล่าว

ปัจจุบันชาวต่างชาติจะต้องขอวีซ่าท่องเที่ยวซึ่งจะสามารถอยู่ได้ไม่เกินเพียงสามเดือนหรือ 90 วัน เพื่อ Workcation ในเกาหลีใต้ ดังนั้นวีซ่าใหม่นี้จะช่วยอำนวยความสะดวกให้ชาวต่างชาติสามารถทำงานแบบ Remote Work ในประเทศเกาหลีใต้ได้ระยะยาวสูงถึงสองปี โดยเริ่มต้นที่หนึ่งปี เมื่อครบกำหนดแล้วสามารถยื่นขอขยายเวลาเพิ่มอีกหนึ่งปีได้ 

“เราหวังว่าวีซ่า Digital Nomad จะช่วยให้ชาวต่างชาติที่มีรายได้สูงสามารถอยู่ในภูมิภาคต่าง ๆ ของเกาหลี และทำให้เศรษฐกิจในท้องถิ่นมีชีวิตชีวามากยิ่งขึ้น และหวังว่าวีซ่านี้จะเป็นโอกาสให้แสดงออกวัฒนธรรมของเรา” กระทรวงยุติธรรมของเกาหลีกล่าว

Digital Nomad แบบไหนที่เข้าเกณฑ์? ต้องเตรียมตัวอย่างไรบ้าง?

ในส่วนของเกณฑ์การขอวีซ่านี้ Digital Nomad ที่สนใจจะต้องส่งเอกสารไปยังสถานทูตเกาหลีในประเทศของตน โดยต้องพิสูจน์รายรับต้องมีมากกว่า 84.96 ล้านวอนต่อปี หรือราว 2.2 ล้านบาท ซึ่งมากเป็นสองเท่าของรายได้ต่อหัวของชาวเกาหลีใต้ที่อยู่ที่ราว 42.48 ล้านวอน หรือ 1.1 ล้านบาท

ผู้สมัครจะต้องส่งเอกสารสถานะการจ้างงาน ประวัติอาชญากรรมและประกันสุขภาพของเอกชน นอกจากนี้จะต้องทำงานในสาขาที่ยื่นมาแล้วอย่างน้อยหนึ่งปีและต้องมีอายุตั้งแต่ 18 ปีขึ้นไป และที่น่าสนใจคือผู้ที่ได้รับวีซ่านี้สามารถนำคู่สมรสและบุตรที่มีอายุตํ่ากว่า 18 ปี ติดตามมาด้วยกันได้

วีซ่านี้ประกาศใช้งานตั้งแต่วันที่ 1 มกราคม 2024 ในปัจจุบันอยู่ในช่วงนำร่องใช้งานและจะทำการขยายผลเป็นมาตรการถาวรต่อไปในอนาคต

อ้างอิง: forbes, visaguide, digitorystyle

ลงทะเบียนเข้าสู่ระบบ เพื่ออ่านบทความฟรีไม่จำกัด

No comment

RELATED ARTICLE

Responsive image

สัมภาษณ์พิเศษ AWS Thailand: มุมมองต่ออนาคตองค์กรไทยในยุค AI-First และเหตุผลที่ Frontier Agent อาจเป็น Game Changer

สัมภาษณ์พิเศษ คุณวัตสัน ถิรภัทรพงศ์ Country Manager AWS Thailand ว่าด้วย Agentic AI, Frontier Agent และยุคที่ AI ไม่ได้แค่ตอบคำถาม แต่ทำงานแทนได้จริง พร้อมมุมมองต่ออนาคต Developer ...

Responsive image

ญี่ปุ่นอยู่กับภัยพิบัติอย่างไร? บทเรียนจากญี่ปุ่นถึงไทย ในวันที่ภัยพิบัติไม่ใช่เรื่องไกลตัว I Based On EP.12

น้ำท่วมใหญ่และแผ่นดินไหวที่ผ่านมา คือสัญญาณเตือนที่ชัดเจนที่สุดว่า ‘ภัยพิบัติ’ ไม่ใช่เรื่องไกลตัวสำหรับคนไทยอีกต่อไป และในวันที่น้ำมาเร็วเกินคาด ไฟดับ สัญญาณสื่อสารล่ม และโรงพยา...

Responsive image

เส้นทางของ Claude 5 ปีจากจดหมายลาออก สู่บริษัทมูลค่า 3.8 แสนล้านดอลลาร์ที่กำลังเขย่าทุกอุตสาหกรรมบนโลก

เส้นทางของ Claude จากงานวิจัย Scaling Laws สู่ AI Agent ระดับองค์กร มูลค่า 3.8 แสนล้านดอลลาร์ ครอง Enterprise Code 42% และสร้างรายได้ 2.5 พันล้านดอลลาร์ต่อปี...