
ซื้อรถใหม่แต่เข้าศูนย์ซ่อมไม่จบ ซื้อมือถือมาแล้วพังตั้งแต่สัปดาห์แรก หรือเครื่องใช้ไฟฟ้าที่ต้องส่งซ่อมซ้ำหลายรอบโดยไม่รู้ว่าจะได้คืนเมื่อไหร่ ที่ผ่านมาภาระการพิสูจน์ว่า 'สินค้ามีปัญหามาตั้งแต่ต้น' ตกอยู่กับผู้บริโภคเสมอ แต่กฎหมายฉบับใหม่ที่เพิ่งผ่านคณะรัฐมนตรีกำลังจะกลับด้านสมการนี้ทั้งหมด
วันที่ 16 มิถุนายน 2569 นางสาวศุภมาส อิศรภักดี รัฐมนตรีประจำสำนักนายกรัฐมนตรี ในฐานะกำกับดูแลสำนักงานคณะกรรมการคุ้มครองผู้บริโภค (สคบ.) เปิดเผยว่า ที่ประชุมคณะรัฐมนตรีมีมติเห็นชอบร่างพระราชบัญญัติความรับผิดเพื่อความชำรุดบกพร่องของสินค้า พ.ศ. …. หรือที่รู้จักกันในชื่อกฎหมาย Lemon Law ตามที่ สคบ. เสนอ เพื่อส่งให้รัฐสภาพิจารณาต่อไป นับเป็นกฎหมายที่ผู้บริโภคไทยรอคอยมานานกว่า 10 ปี
ปมที่ผู้บริโภคเจ็บปวดมาตลอดคือ เมื่อซื้อสินค้าแล้วพบปัญหา ตัวเองต้องเป็นฝ่ายพิสูจน์ให้ได้ว่าสินค้าบกพร่องมาตั้งแต่แรก ขณะที่การรับประกันก็เป็นไปตามเงื่อนไขที่ผู้ขายกำหนดเอง หลายกรณีต้องนำสินค้าเข้าซ่อมซ้ำแล้วซ้ำเล่าโดยไม่มีกำหนดเวลาชัดเจน และถ้าอยากใช้สิทธิอื่นนอกจากการซ่อม ก็ต้องไปสู้กันในชั้นศาล เสียทั้งเวลาและค่าใช้จ่ายก้อนโต
กฎหมายฉบับนี้กลับหลักการเดิมเสียใหม่ จากที่ผู้บริโภคต้องพิสูจน์เอง เปลี่ยนมาเป็นผู้ขายที่ต้องรับภาระพิสูจน์ข้อเท็จจริง โดยให้สันนิษฐานไว้ก่อนว่าสินค้าชำรุดมาตั้งแต่วันส่งมอบ เว้นแต่ผู้ขายจะพิสูจน์ได้ว่าความเสียหายไม่ได้เกิดจากความรับผิดชอบของตน
นางสาวศุภมาส อธิบายว่ากรอบเวลาการสันนิษฐานแบ่งตามประเภทสินค้า สินค้าทั่วไปหากพบความชำรุดภายใน 6 เดือนนับจากวันส่งมอบ ให้ถือว่าบกพร่องมาตั้งแต่ต้น ส่วนรถยนต์ขยายระยะเวลาเป็น 1 ปี
เมื่อสินค้ามีปัญหา ผู้บริโภคจะมีสิทธิเลือกการเยียวยา 4 รูปแบบ ได้แก่ การซ่อมแซม การเปลี่ยนสินค้า การลดราคา หรือการเลิกสัญญา โดยขึ้นอยู่กับลักษณะและความรุนแรงของปัญหาที่เกิดขึ้น
ที่สำคัญคือกฎหมายกำหนดกรอบเวลาซ่อมแซมไว้ชัดเจน สินค้าทั่วไปและรถจักรยานยนต์ต้องซ่อมให้เสร็จภายใน 60 วัน ส่วนรถยนต์ต้องเสร็จภายใน 90 วัน นับจากวันที่รับสินค้าเข้าซ่อม หากผู้ขายทำไม่ทันตามกำหนด ผู้บริโภคมีสิทธิขอลดราคา บอกเลิกสัญญา หรือเรียกค่าเสียหายตามกฎหมายได้ทันที
ในกรณีที่พบข้อบกพร่องที่เป็นสาระสำคัญ ผู้บริโภคขอเปลี่ยนสินค้าได้ทันที โดยสินค้าทั่วไปใช้สิทธิได้ภายใน 7 วัน ส่วนเครื่องใช้ไฟฟ้าและอุปกรณ์อิเล็กทรอนิกส์ใช้สิทธิได้ภายใน 14 วัน นับจากวันที่ได้รับสินค้า
สำหรับรถยนต์ที่มีข้อบกพร่องกระทบต่อความปลอดภัยและแก้ไขไม่ได้ ผู้ขายต้องเปลี่ยนรถคันใหม่ชนิดเดียวกันให้ผู้ซื้อ ซึ่งเป็นจุดที่หลายประเทศใช้เป็นมาตรฐานคุ้มครองผู้บริโภคในตลาดยานยนต์
ร่างกฎหมายผ่านการตรวจพิจารณาของสำนักงานคณะกรรมการกฤษฎีกา และผ่านกระบวนการรับฟังความคิดเห็นจากภาคประชาชน ภาคธุรกิจ และหน่วยงานที่เกี่ยวข้องตามมาตรา 77 ของรัฐธรรมนูญเรียบร้อยแล้ว
ขอบเขตการบังคับใช้ครอบคลุมการซื้อขายระหว่างผู้ประกอบธุรกิจกับผู้บริโภค รวมถึงการซื้อขายระหว่างผู้ประกอบธุรกิจด้วยกันเอง ตลอดจนสัญญาเช่าซื้อ สัญญาซื้อขายที่มีผู้ให้สินเชื่อ และสัญญาแลกเปลี่ยน แต่ไม่รวมสินค้าใช้แล้ว สัตว์มีชีวิต และการซื้อขายระหว่างผู้บริโภคด้วยกันเอง
นางสาวศุภมาส ยังได้มอบหมายให้นายประเดิมชัย บุญช่วยเหลือ ที่ปรึกษารัฐมนตรีประจำสำนักนายกรัฐมนตรี และนางสาวพัชรินทร์ ซำศิริพงษ์ เลขานุการรัฐมนตรีประจำสำนักนายกรัฐมนตรี ติดตามความคืบหน้า โดยมีนายรณรงค์ พูลพิพัฒน์ เลขาธิการ สคบ. เป็นผู้รับผิดชอบเสนอร่างกฎหมายฉบับนี้
คุณศุภมาส มองว่ากฎหมายฉบับนี้ไม่ได้คุ้มครองแค่ผู้บริโภคเท่านั้น แต่ยังเปลี่ยนแรงจูงใจของฝั่งผู้ประกอบการด้วย 'กฎหมายฉบับนี้จะช่วยสร้างมาตรฐานใหม่ในการคุ้มครองผู้บริโภคไทย ลดข้อพิพาทระหว่างผู้ซื้อและผู้ขาย เพิ่มแรงจูงใจให้ผู้ประกอบธุรกิจพัฒนาคุณภาพสินค้า และส่งเสริมการแข่งขันด้านคุณภาพและนวัตกรรม ซึ่งเป็นผลดีต่อระบบเศรษฐกิจโดยรวม'
คุณศุภมาส ทิ้งท้ายถึงสิ่งที่จะเปลี่ยนไปสำหรับคนซื้อของว่า 'ต่อไปนี้ หากซื้อรถยนต์ โทรศัพท์มือถือ หรือเครื่องใช้ไฟฟ้าแล้วพบว่าสินค้ามีปัญหา ผู้บริโภคจะไม่ต้องทนซ่อมซ้ำซากหรือรับภาระพิสูจน์ด้วยตนเองอีกต่อไป เพราะกฎหมายจะกำหนดสิทธิและหน้าที่ของทุกฝ่ายไว้อย่างชัดเจน'
ขั้นต่อไปร่างกฎหมายจะเข้าสู่การพิจารณาของรัฐสภา ระหว่างนี้ผู้บริโภคที่ได้รับความเดือดร้อนจากสินค้าและบริการยังร้องเรียนได้ที่สายด่วน สคบ. 1166 แอปพลิเคชัน OCPB Connect เว็บไซต์ OCPB.go.th และศูนย์ดำรงธรรมทั่วประเทศ
ที่มา: ทำเนียบรัฐบาล
ลงทะเบียนเข้าสู่ระบบ เพื่ออ่านบทความฟรีไม่จำกัด