Lenovo ประกาศเงินทุนสนับสนุน Startup กว่า 500 ล้านเหรียญสหรัฐฯ

Photo: China Diary

มาอีกรายกับ Corporate Funding คราวนี้คือบริษัทจีนยักษ์ใหญ่อย่าง Lenovo ที่มาพร้อมเงินทุนกว่า 500 ล้านเหรียญสหรัฐฯ สำหรับ Startup

ถ้ามาย้อนดูประวัติแล้ว Lenovo ไม่ใช่มือใหม่ในตลาดนี้ เพราะก่อนหน้านี้มีกองทุนระดับ 100 ล้านเหรียญสหรัฐฯ ในปี 2010 ที่ลงในบริษัทอย่าง Face++ บริษัทอิสราเอลด้าน Facial Recognition, iDreamsky ในจีน, Nok Nok Labs ผู้เชี่ยวชาญด้าน Biometrics จากสหรัฐฯ
ในเงินทุนรอบที่ 2 นี้จะเน้นไปที่ธุรกิจด้าน Cloud Computing, Big Data, Artificial Intelligence (AI), Robots และด้านอื่นๆ ในสายอินเทอร์เน็ต นอกจากนี้ Lenovo ยังมี Incubator Program และการแตกสายธุรกิจที่เป็นอิสระกับบริษัทแม่ โดยเปิดให้มีการระดมทุนจากนักลงทุนภายนอกได้ด้วยอย่าง SHAREit บริการ file-sharing, Lenovo Cloud, Lenovo Connect
ในช่วงที่ธุรกิจสายพีซีและสมาร์ทโฟนมีการแข่งขันกันสูง ในช่วงปลายปีที่ผ่านมา Lenovo ต้องปลดพนักงานออกกว่า 3,200 คน ประสบสภาวะรายได้หด แม้จะยังครองตลาดอันดับหนึ่งในการขายพีซีอยู่ก็ตาม แต่สายผลิตสมาร์ทโฟนหลุดจาก Top 5 ของโลก

การปรับตัวค้นหาพันธมิตรด้าน Tech Startup มีให้เห็นหลายรายในกลุ่มไอทียักษ์ใหญ่ ไม่ว่าจะเป็น IBM, Microsoft, Oracle, Dell และ Cisco แต่จุดที่น่าสนใจมากขึ้นของ Lenovo คือการเปิดบริษัทลูกให้เป็นอิสระ และรับการลงทุนจากนักลงทุนภายนอกด้วย

ที่มา: Techcrunch

ลงทะเบียนเข้าสู่ระบบ เพื่ออ่านบทความฟรีไม่จำกัด

No comment

RELATED ARTICLE

Responsive image

Human of Tomorrow’ ในมุมคุณศุภจี อนาคตไทยต้องสร้างพร้อมกันทั้งคน ธุรกิจ และประเทศ (มุม Storytelling)

การพูดถึง ‘มนุษย์แห่งอนาคต’ มักพาเราไปสู่คำถามเรื่องทักษะ AI หรืออาชีพที่จะเปลี่ยนไป ทว่าคุณศุภจี สุธรรมพันธุ์ รองนายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงพาณิชย์ วางภาพนี้ไว้กว้างกว่าน...

Responsive image

Google เปิดตัว Gemini 3.8 Live AI ที่พูดไปคิดไปได้แบบมนุษย์ รองรับการแปลสดถึง 97 ภาษาทั่วโลก

Google เปิดตัว Gemini 3.8 Live และ 3.8 Live Extended Thinking โมเดลเสียงที่คิดไปคุยไปพร้อมกัน รองรับ 97 ภาษา สลับได้เองกลางบทสนทนา เรียกใช้เครื่องมือเบื้องหลังโดยไม่ทำให้บทสนทนาสะด...

Responsive image

Meta เปิดตัว Meta One พร้อม 50+ ฟีเจอร์บน Instagram, Facebook และ WhatsApp จ่ายเพิ่มแล้วได้อะไร ?

Instagram, Facebook และ WhatsApp เป็นแพลตฟอร์มที่ผู้ใช้คุ้นกับการใช้งานฟรี ขณะที่แบรนด์และครีเอเตอร์จ่ายเงินซื้อโฆษณาเพื่อเข้าถึงคนมากขึ้นมาโดยตลอด แต่ Meta กำลังเพิ่มทางเลือกใหม่ด...