ใครว่าเด็กใช้ AI ทำแต่เรื่องไร้สาระ
บทความนี้อยากชวนมาฟังเรื่องราวของ Li Yue สาวน้อยวัย 12 ปี จากประเทศจีน จากมณฑลเจียงซี ประเทศจีน ที่เปลี่ยนเงินอั่งเปา ให้กลายเป็นอาณาจักรธุรกิจส่วนตัว แถมยังดึงพลังของเทคโนโลยี AI มาช่วยบริหารจัดการด้านบัญชีด้วย

ย้อนกลับไปในช่วงตรุษจีนที่ผ่านมา หลี่ได้รับเงินแต๊ะเอียรวมกว่า 44,000 หยวน (ราว 200,000 บาท) แทนที่จะนำไปฝากธนาคารเพื่อรับดอกเบี้ยอันน้อยนิดที่เธอวิเคราะห์แล้วว่า ‘สู้เงินเฟ้อไม่ได้’ เธอกลับเลือกที่จะมองหาสินทรัพย์ที่สร้างมูลค่าได้จริง และนั่นคือจุดเริ่มต้นของการเซ้งกิจการร้านเครื่องเขียนใกล้บ้าน
สิ่งที่ทำให้เคสของหลี่น่าทึ่ง ไม่ใช่แค่การซื้อร้าน แต่คือการวางระบบ เธอรู้ดีว่าการจดบันทึกด้วยมือนั้นล้าสมัยและตรวจสอบยาก เธอจึงศึกษาและนำเครื่องมือ AI มาช่วยในการทำบัญชี และสร้างสมุดบัญชีดิจิทัล เพื่อแทร็กรายรับ-รายจ่ายแบบเรียลไทม์
การใช้ AI เข้ามาช่วยทำให้เด็กหญิงวัย 12 ปี สามารถวิเคราะห์ได้ว่าสินค้าตัวไหนคือภาระและสินค้าตัวไหนคือกำไร จนนำไปสู่การตัดสินใจที่เด็ดขาดในเวลาต่อมา
ความพีคของเรื่องนี้อยู่ที่การบริหารจัดการคนของ Li Yue ตัดสินใจ จ้างแม่ตัวเอง ด้วยเงินเดือน 3,000 หยวน (ประมาณ 15,000 บาท) เพื่อให้ช่วยดูแลหน้าร้านในช่วงที่เธอต้องไปโรงเรียน โดยที่ตัวเธอเองยังคงถือบังเหียนในการวางกลยุทธ์และเจรจากับซัพพลายเออร์
ครั้งหนึ่งเมื่อยอดขายตกต่ำ Li Yue โชว์กึ๋นระดับเซียนด้วยการสั่งหั่นราคาสินค้าเพื่อระบายสต็อก เธออธิบายหลักการ Sunk Cost Fallacy ให้แม่ฟังว่า “ถ้าเรามัวแต่เสียดายเงินที่จ่ายไปแล้ว สินค้าก็จะค้างสต็อก และเราจะไม่มีกระแสเงินสดมาหมุนเวียน” เธอเลือกขายของชิ้นเล็กในราคา 1 หยวนเพื่อดึง Traffic และลดราคาสินค้าพรีเมียม 50% จนร้านกลับมาคืนทุนได้อย่างน่าทึ่ง
ความฉลาดของหลี่เยว่ยังไม่หยุดแค่นั้น เมื่อเธอวิเคราะห์ Data จากการบริหารจริงและพบว่าร้านเครื่องเขียนต้องใช้เวลาในการดูแลสต็อกที่จุกจิกเกินไปจนเริ่มกระทบการเรียน เธอจึงตัดสินใจ Pivot หรือเปลี่ยนทิศทางธุรกิจทันที
เธอเบนเข็มจากการขายปากกาดินสอ มาสู่ธุรกิจ F&B (Food and Beverage) โดยการลงทุนซื้อเครื่องทำไส้กรอก เครื่องคั้นน้ำส้ม และเครื่องดื่มเย็น ๆ มาวางขายแทน เพราะจัดการง่ายกว่าและมีรอบการขายที่เร็วกว่า ที่น่าชื่นชมที่สุดคือเธอยังยึดหลักนักธุรกิจที่มีจรรยาบรรณ โดยการชิมและตรวจสอบคุณภาพสินค้าทุกอย่างด้วยตัวเอง เพื่อให้มั่นใจว่าสิ่งที่ขายนั้นดีต่อสุขภาพและอร่อยจริง ๆ
อ้างอิง: scmp, economictimes
ลงทะเบียนเข้าสู่ระบบ เพื่ออ่านบทความฟรีไม่จำกัด