การหางานในปี 2026 ท้าทายขึ้นอย่างเห็นได้ชัด เนื่องจากโครงสร้างตลาดแรงงานเปลี่ยนแปลงอย่างรวดเร็ว โดยมี AI เป็นปัจจัยหลักที่เข้ามากำหนดทั้งประเภทงาน ทักษะที่เป็นที่ต้องการ และรูปแบบการทำงาน
เพื่อช่วยให้คนทำงานเห็นทิศทาง LinkedIn เผยรายงาน Jobs on the Rise 2026 ซึ่งรวบรวม 25 ตำแหน่งงานที่เติบโตเร็วที่สุดในสหรัฐฯ จากข้อมูลการจ้างงานจริงในช่วง 3 ปีที่ผ่านมา โดยรายงานนี้ชี้ชัดว่า แม้การแข่งขันจะสูงขึ้น แต่ยังมี 'ช่องว่างให้เติบโต' สำหรับผู้ที่อ่านตลาดออกและปรับตัวได้ตรงจุด

จากรายชื่อทั้งหมด งานด้าน AI ครอง 4 ใน 5 อันดับแรก โดย AI Engineer ขึ้นอันดับหนึ่ง ตามมาด้วย AI Consultant & Strategist, Data Annotator และ AI/ML Researcher
ประเด็นสำคัญคือ งาน AI ที่เติบโตไม่ได้จำกัดอยู่เพียงการเขียนโค้ดหรือวิจัยขั้นสูงเท่านั้น ตำแหน่งอย่าง AI Consultant & Strategist สะท้อนความต้องการบุคลากรที่สามารถนำ AI ไปผสานกับธุรกิจได้จริง ตั้งแต่การวางกลยุทธ์ ปรับกระบวนการทำงาน ไปจนถึงทำให้ทีมใช้งานได้อย่างมีประสิทธิภาพ
แม้ AI จะโดดเด่น แต่ใน 25 อันดับยังมีงานที่ต้องพึ่งพามนุษย์โดยตรงจำนวนมาก เช่น New Home Sales Specialists ที่ติดอันดับต้น ๆ รวมถึงงานขาย อสังหาริมทรัพย์ โครงสร้างพื้นฐาน และสายสุขภาพอย่าง Healthcare Reimbursement Specialists และ Psychiatric Nurse Practitioners
สิ่งนี้สะท้อนว่า ตลาดแรงงานไม่ได้เดินไปในทิศทางเดียว แม้โลกจะใช้เทคโนโลยีมากขึ้นแต่งานที่เกี่ยวข้องกับชีวิตประจำวันของผู้คนยังมีความต้องการต่อเนื่อง และยิ่งทวีความสำคัญขึ้นเมื่อระบบโดยรวมซับซ้อนมากขึ้น
ตำแหน่งสายที่ปรึกษาปรากฏในอันดับต้น ๆ หลายตำแหน่ง เช่น Strategic Advisors & Independent Consultants, Venture Partners และ Business Development Executives
แนวโน้มนี้ชี้ว่าองค์กรกำลังเผชิญการตัดสินใจที่ซับซ้อนมากขึ้น ท่ามกลางความไม่แน่นอนทั้งเรื่องเทคโนโลยี ตลาด และการแข่งขัน คนที่มีประสบการณ์และวิสัยทัศน์ในเชิงกลยุทธ์ สามารถมองภาพรวม คิดเป็นระบบ วิเคราะห์คาดการณ์ และนำองค์กรฝ่าความไม่แน่นอนได้จึงเป็นที่ต้องการมากขึ้น
ในช่วง 20 ปีที่ผ่านมาจากรายงานแรงงานและการศึกษาในสหรัฐฯ อาชีพอย่าง Software Engineer และงานสาย Data เช่น Data Analyst มักถูกมองว่าเป็นเส้นทางที่มั่นคงและรายได้สูง แต่ในปีนี้กลับไม่ปรากฏในอันดับ ขณะที่ตำแหน่งที่เฉพาะทางกว่าอย่าง AI Engineer ขึ้นมาแทน สะท้อนว่างานเทคที่ไม่อยู่ในบริบทของ AI โดยตรง อาจเห็นโอกาสที่ลดลงอย่างชัดเจน คนที่กำลังพิจารณาเปลี่ยนสายจึงควรประเมินทิศทางและบริบทใหม่อย่างรอบคอบ
อีกแนวโน้มสำคัญคือ คนจำนวนมากเริ่มมองหาทางเลือกนอกเหนือจากงานประจำ LinkedIn พบว่า 46% ของผู้หางานหันไปสนใจงานฟรีแลนซ์ งานสัญญาจ้าง หรือบทบาทที่ปรึกษา
ในกลุ่มคนรุ่นใหม่ โดยเฉพาะ Gen Z เกือบ 1 ใน 5 ของผู้ที่หางานไม่ได้ในปี 2025 เลือกเริ่มธุรกิจเองหรือทำงานอิสระ ส่งผลให้ตำแหน่ง Founder ติดใน 25 อันดับ และจำนวนผู้ใช้ที่ใส่คำว่า ‘Founder’ ในโปรไฟล์ LinkedIn เพิ่มขึ้นกว่า 60% ภายในปีเดียว และเกือบสามเท่านับตั้งแต่ปี 2022
ส่วนหนึ่งเป็นผลมาจากการที่ AI ช่วยให้การเริ่มธุรกิจง่ายขึ้น และการทำงานคนเดียวหรือทีมเล็กมีประสิทธิภาพสูงขึ้น ซึ่งสำหรับคนกลุ่มนี้ เส้นทางนี้อาจให้ทั้งรายได้และอิสระมากกว่างานประจำ โดยเฉพาะในช่วงที่หลายองค์กรผลักดันให้กลับมาทำงานที่ออฟฟิศ
LinkedIn ระบุว่า 56% ของแรงงานในสหรัฐฯ วางแผนจะหางานใหม่ในปี 2026 แต่ ราว 76% ยังรู้สึกไม่พร้อม
สาเหตุหลักคือ ความไม่มั่นใจว่าทักษะที่มีสอดคล้องกับตลาดหรือไม่ การแข่งขันที่รุนแรง และความกังวลว่าเทคโนโลยี โดยเฉพาะ AI จะทำให้ทักษะเดิมล้าสมัยเร็วขึ้น ข้อมูลเชิงโครงสร้างยิ่งตอกย้ำภาพนี้ เมื่อจำนวนผู้สมัครต่อหนึ่งตำแหน่งเพิ่มขึ้นมากกว่าสองเท่านับตั้งแต่ปี 2022 และการจ้างงานโดยรวมยังต่ำกว่าระดับก่อนโควิดราว 23%
ในสถานการณ์เช่นนี้ การเปลี่ยนสายงานไปสู่ตำแหน่งที่เป็นที่ต้องการอาจช่วยเพิ่มโอกาสได้ โดยผู้เชี่ยวชาญของ LinkedIn ชี้ว่า การเปลี่ยนสายงานที่ได้ผล ไม่ใช่การเริ่มจากศูนย์ แต่คือการแปลงทักษะเดิมไปใช้ในบริบทใหม่ โดยให้สำรวจทักษะที่มีอยู่ แล้วมองหาวิธีเชื่อมโยงเข้ากับอาชีพที่กำลังเติบโต การคิดแบบนี้ช่วยลดความเสี่ยง และเพิ่มโอกาสในการขยับไปสู่งานที่ตลาดต้องการ
ทั้ง 25 ตำแหน่งสะท้อนภาพเดียวกันว่า ตลาดแรงงานไม่ได้มองหาคนตามตำแหน่งตายตัวอีกต่อไป แต่กำลังมองหาบทบาทที่ช่วยแก้ปัญหาได้จริง ไม่ว่าจะอยู่ในรูปแบบพนักงานประจำ ที่ปรึกษา ฟรีแลนซ์ หรือผู้ก่อตั้งธุรกิจ
ในโลกที่ AI สร้างงานใหม่อย่างต่อเนื่อง คนที่ได้เปรียบไม่จำเป็นต้องเก่งที่สุดในสายเทค แต่คือคนที่เข้าใจความต้องการของตลาด รู้จักต่อยอดทักษะของตนเอง และพร้อมปรับบทบาทให้สอดรับกับความเปลี่ยนแปลง การปรับตัวได้เร็วและตรงจุดจึงเป็นปัจจัยสำคัญที่สุดของการอยู่รอดและเติบโตในปี 2026
อ้างอิง: Business Insider, LinkedIn
ลงทะเบียนเข้าสู่ระบบ เพื่ออ่านบทความฟรีไม่จำกัด