Meta ตั้งทีมวิศวกร AI ‘Applied AI Engineering’ ดึงมือดีจาก Reality Labs เข้ามาคุมทีม เพื่อเร่งแข่งสู่ยุค Superintelligence

Meta กำลังเร่งเครื่องสู่ยุคปัญญาประดิษฐ์ขั้นสูงอย่างจริงจัง ด้วยการประกาศตั้งหน่วยงานวิศวกรรม AI ใหม่ที่จะทำหน้าที่เป็น "Data Engine" ให้กับทีมพัฒนาโมเดล ขณะเดียวกันก็เซ็นสัญญาอนุญาตใช้สิทธิ์เนื้อหามูลค่าสูงถึง 50 ล้านดอลลาร์ต่อปี กับ News Corp เพื่อนำข้อมูลจากสื่อชั้นนำมาฝึกโมเดล AI ทั้งสองเคลื่อนไหวนี้เกิดขึ้นในเวลาไล่เลี่ยกัน และสะท้อนให้เห็นถึงความเร่งด่วนของ Meta ที่ต้องการตามให้ทันหรือแซงหน้าคู่แข่งในสนาม AI ที่ร้อนแรงที่สุดในโลกขณะนี้

Applied AI Engineering Organization คืออะไร

หน่วยงานใหม่นี้มีชื่อเป็นทางการว่า Applied AI Engineering Organization โดยจะทำงานร่วมกับ Meta Superintelligence Labs (MSL) ซึ่งเป็นองค์กรหลักที่ดูแลการพัฒนาโมเดล AI ระดับแนวหน้าของ Meta บทบาทสำคัญของหน่วยงานนี้คือการสร้าง ระบบขับเคลื่อนข้อมูล ที่ช่วยให้โมเดล AI ของ Meta "ฉลาดขึ้นเร็วขึ้น" ผ่านการป้อนข้อมูลจากโลกจริง, ผลตอบรับ และการประเมินผลอย่างต่อเนื่อง

โดยแบ่งออกเป็น 2 ทีมหลัก ได้แก่

  • ทีมออกแบบอินเทอร์เฟซและเครื่องมือภายใน รับผิดชอบออกแบบและพัฒนาเครื่องมือที่ทีมนักวิจัยใช้งานภายใน
  • ทีมปฏิบัติการ สร้างชุดข้อมูล และประเมินผล ทำหน้าที่ดูแลกระบวนการรันงาน, สร้างชุดข้อมูลสังเคราะห์ และประเมินประสิทธิภาพโมเดลในทุกรอบการพัฒนา

โครงสร้างองค์กรแบบแบนราบ สัดส่วน 1 ผู้จัดการต่อพนักงาน 50 คน

สิ่งที่น่าสนใจไม่แพ้กันคือ โครงสร้างองค์กรแบบแบนราบสุดขีด ที่ Meta นำมาใช้กับหน่วยงานนี้ โดยกำหนดสัดส่วนผู้จัดการต่อพนักงานไว้สูงถึง 1:50 ซึ่งถือว่าผิดปกติมากเมื่อเทียบกับมาตรฐานอุตสาหกรรมทั่วไป แนวคิดเบื้องหลังคือการลดชั้นการบริหารให้น้อยที่สุด เพื่อให้ทีมสามารถตัดสินใจและเคลื่อนที่ได้รวดเร็ว ซึ่งเหมาะสมกับสภาพแวดล้อมที่การแข่งขันด้าน AI เปลี่ยนแปลงทุกสัปดาห์

หน่วยงานนี้จะนำโดย Maher Saba รองประธานจาก Reality Labs ซึ่งรายงานตรงต่อ Andrew Bosworth หรือ Boz ที่ดำรงตำแหน่งประธานเจ้าหน้าที่ฝ่ายเทคโนโลยีของ Meta

ทำไม Meta ถึงต้องการสิ่งนี้ตอนนี้

Maher Saba ระบุในบันทึกภายในว่า

"การสร้างโมเดลที่ยอดเยี่ยมไม่ได้ต้องการแค่นักวิจัยและทรัพยากรการประมวลผลเท่านั้น แต่ต้องมีข้อมูลจากโลกจริง, ผลตอบรับ และการประเมินผล สิ่งเหล่านี้คือวงจรขับเคลื่อนที่เปลี่ยนโมเดลที่ดีให้กลายเป็นโมเดลชั้นนำ ช่วงหลังเราเห็นพัฒนาการที่น่าประทับใจจากการเรียนรู้เชิงเสริมแรงและการฝึกขั้นหลัง และเราเชื่อว่านี่คือโอกาสที่จะเร่งเครื่องและแซงหน้าคู่แข่งได้ หากเราลงทุนในพื้นที่นี้อย่างเต็มที่"

คำกล่าวนี้สะท้อนถึงแนวคิดที่ว่า ในยุคที่สถาปัตยกรรมโมเดลเริ่มลู่เข้าหากันมากขึ้น สิ่งที่จะตัดสินว่าใครชนะคือ คุณภาพและปริมาณของข้อมูลฝึก ไม่ใช่แค่ขนาดโมเดลอีกต่อไป

Meta Superintelligence Labs: โครงสร้างใหญ่ที่หน่วยงานใหม่นี้รายงานด้วย

Meta Superintelligence Labs (MSL) ถูกก่อตั้งขึ้นในช่วงฤดูร้อนปี 2025 โดย Mark Zuckerberg เพื่อเป็นศูนย์กลางรวม AI ทุกด้านของบริษัท ทั้งการพัฒนาโมเดล Llama, การวิจัย AI ขั้นพื้นฐาน และโมเดลรุ่นถัดไป MSL นำโดย Alexandr Wang อดีตซีอีโอของ Scale AI ที่ Zuckerberg ดึงตัวมาด้วยแพ็กเกจค่าตอบแทนที่รายงานว่าอยู่ในระดับหลักร้อยล้านดอลลาร์

Applied AI Engineering Organization ใหม่นี้จะทำงานเป็นคู่หูกับ MSL โดย MSL ดูแลการวิจัยและพัฒนาโมเดล ในขณะที่ทีมของ Saba จะเป็นฝั่งที่ป้อนข้อมูล, ทดสอบ และสร้างเครื่องมือ ทั้งสองทีมออกแบบมาให้ส่งเสริมกัน

ทุ่ม $50M/ปี ซื้อเนื้อหาจาก News Corp ฝึกโมเดล AI

ควบคู่กับการปรับโครงสร้างภายใน Meta ยังเซ็นสัญญา อนุญาตใช้สิทธิ์เนื้อหาเพื่อ AI กับ News Corp บริษัทแม่ของ The Wall Street Journal, New York Post และสื่ออื่น ๆ ทั้งในสหรัฐฯ และสหราชอาณาจักร ดีลนี้มีอายุ อย่างน้อย 3 ปี และ Meta จะจ่ายค่าลิขสิทธิ์สูงถึง 50 ล้านดอลลาร์ต่อปี เพื่อนำเนื้อหาไปใช้สองทาง คือ

  • ฝึกโมเดล AI โดยใช้คลังข้อมูลและบทความเก็บถาวรของ News Corp
  • อัปเดตข้อมูลแบบทันเวลา เพื่อให้ผู้ใช้ Meta AI ได้รับข้อมูลปัจจุบันเกี่ยวกับเหตุการณ์โลก

ดีลนี้ยังสะท้อนให้เห็นว่าบริษัทเทคโนโลยีรายใหญ่กำลังให้ความสำคัญกับ ข้อมูลคุณภาพสูงจากสื่อจริง มากขึ้นเรื่อย ๆ เนื่องจากข้อมูลสาธารณะบนอินเทอร์เน็ตเริ่มมีสัดส่วนเนื้อหาที่สร้างโดย AI มากขึ้น ซึ่งอาจส่งผลเสียต่อคุณภาพโมเดลในระยะยาว

ปรับโครงสร้างมาแล้ว 5 ครั้ง Reality Labs สูญพนักงานกว่า 1,000 คน

การเคลื่อนไหวครั้งนี้เป็นส่วนหนึ่งของกระบวนการปรับโครงสร้างทีม AI ที่ Meta ทำมาอย่างต่อเนื่องตลอดปี 2025 โดยมีการปรับโครงสร้างถึง 4 ครั้งในเวลา 6 เดือน ก่อนที่จะลงตัวกับรูปแบบปัจจุบัน ในเดือนมกราคม 2026 Meta ยังประกาศลดพนักงาน Reality Labs กว่า 1,000 คน หรือประมาณ 10% เพื่อโฟกัสทรัพยากรไปที่ AI และอุปกรณ์สวมใส่อัจฉริยะอย่าง Ray-Ban Smart Glasses แทนที่โครงการโลกเสมือนจริงที่ขาดทุนต่อเนื่อ

ประธานเจ้าหน้าที่ฝ่ายเทคโนโลยี Andrew Bosworth ระบุในบันทึกภายในว่าเป้าหมายคือการทำให้ Reality Labs เป็น "องค์กรที่กระชับและแบนราบขึ้น" เพื่อให้สามารถแข่งขันได้ในระยะยาว

Meta กำลังแข่งกับเวลา และกำลังเดิมพันอย่างหนัก

ทั้งหมดนี้เกิดขึ้นในบริบทที่ Meta วางแผนลงทุนด้านโครงสร้างพื้นฐานเป็นประวัติการณ์ในปี 2026 โดยเป็นหนึ่งในกลุ่มบริษัทเทคโนโลยีรายใหญ่ที่คาดว่าจะใช้จ่ายรวมกันมากกว่า 5 แสนล้านดอลลาร์ ในด้านศูนย์ข้อมูล, ชิปประมวลผล และโครงสร้างพื้นฐาน AI สัญญาณที่ส่งออกมาชัดเจนมาก นั่นคือ Meta ไม่ได้แค่ต้องการ "อยู่ในเกม" แต่กำลังพยายาม สร้างวงจรขับเคลื่อน ที่จะทำให้โมเดล AI ของตัวเองฉลาดขึ้นเร็วกว่าคู่แข่งอย่าง OpenAI และ Google อย่างต่อเนื่องและยั่งยืน

ที่มา: Business Insider, The Wall Street Journal, AInvest, Built In, The New York Times, Engadget, Open Tools AI

ลงทะเบียนเข้าสู่ระบบ เพื่ออ่านบทความฟรีไม่จำกัด

No comment

RELATED ARTICLE

Responsive image

ไทยแถลงความคืบหน้า พร้อมเปิดบ้านต้อนรับ 15,000 ผู้นำการเงินโลก ในฐานะเจ้าภาพจัดงาน IMF-World Bank Annual Meetings 2026

ประเทศไทยแถลงความคืบหน้า พร้อมเป็นเจ้าภาพ IMF–World Bank Annual Meetings 2026 ที่กรุงเทพฯ ต้อนรับผู้นำเศรษฐกิจโลกกว่า 15,000 คนจาก 191 ประเทศ ถกทิศทางเศรษฐกิจโลกท่ามกลางความผันผวน...

Responsive image

เปลี่ยนมือถือเป็น ‘เรดาร์เตือนภัย’ ตรวจจับสิ่งรอบตัวได้แม้ไม่เชื่อมเน็ต พลิกโฉมเครือข่ายไร้สายสู่อนาคต

ปกติแล้วค้างคาวจะใช้คลื่นเสียงสะท้อนเพื่อนำทางและจับตำแหน่งสิ่งต่างๆ ในที่มืด ล่าสุดมีเทคโนโลยีใหม่ที่ชื่อว่า ISAC (Integrated Sensing and Communication) ที่นำไอเดียคล้ายๆ กันนี้มา...

Responsive image

'สารัชต์ รัตนาภรณ์' นั่งตำแหน่ง CEO ธนาคารไทยพาณิชย์คนใหม่ เตรียมเข้ารับตำแหน่ง 1 พฤษภาคม 2569

คณะกรรมการบริษัท เอสซีบี เอกซ์ จำกัด (มหาชน) และ คณะกรรมการธนาคารไทยพาณิชย์ จำกัด (มหาชน) มีมติแต่งตั้ง ‘คุณสารัชต์ รัตนาภรณ์’ เป็นประธานเจ้าหน้าที่บริหารคนใหม่ของธนาคารไทยพาณิชย์ ...