เปิดตัวชิป Meta ทำความรู้จัก MTIA ขุมพลัง AI รุ่นใหม่ที่แรงกว่า GPU ทั่วไป

นาทีนี้ถ้าถามว่าใครกระเป๋าหนักที่สุดในสมรภูมิ AI คงหนีไม่พ้น Mark Zuckerberg ที่เพิ่งประกาศทุ่มเงินมหาศาลซื้อการ์ดจอจาก Nvidia และ AMD ไปหมาด ๆ แต่ทว่า... เขาก็ไม่ได้อยากฝากชีวิตไว้กับคนอื่นตลอดไป 

ล่าสุด Meta จึงประกาศเดินหน้าโปรเจกต์ยักษ์ พัฒนาชิป AI ของตัวเองในตระกูล MTIA (Meta Training and Inference Accelerator) ถึง 4 รุ่นรวด โดยระบุว่า ชิปในตระกูล MTIA จะประกอบด้วย MTIA 300, 400, 450 และ 500 โดยมีเป้าหมายหลักเพื่อกระจายแหล่งที่มาของฮาร์ดแวร์ ลดการพึ่งพาผู้ผลิตภายนอก และควบคุมต้นทุนท่ามกลางการแข่งขันด้าน AI ที่ทวีความรุนแรงและมีค่าใช้จ่ายสูง เพื่อเตรียมรับมือกับสงคราม Generative AI ที่กำลังเดือด

เปิดไลน์อัปตระกูล MTIA

  • MTIA 300 (The Early Bird) เริ่มใช้งานแล้วตอนนี้ เน้นงานเบื้องหลังที่เราคุ้นเคยอย่างการจัดอันดับเนื้อหา และการแนะนำโฆษณาให้ตรงใจผู้ใช้บน Facebook และ Instagram
  • MTIA 400 (Iris) พี่คนรองที่ผ่านการทดสอบในแล็บเรียบร้อยแล้ว และกำลังจะถูกส่งไปประจำการใน Data Center เร็วๆ นี้
  • MTIA 450 & 500 (Arke & Astrid) สองคู่หูสุดโหดที่ถูกวางตัวให้เป็นตัวหลักในปี 2027 โดยเฉพาะรุ่น 500 ที่ออกแบบมาเพื่อรับงานโหดอย่าง Generative AI Inference (การประมวลผลเพื่อสร้างรูปภาพ วิดีโอ หรือข้อความ) โดยเฉพาะ

ชิปเหล่านี้คือ ASIC (Application-Specific Integrated Circuit) ซึ่งต่างจาก GPU ทั่วไปตรงที่มันถูกตัดฟีเจอร์ที่ไม่จำเป็นออก และเน้นเฉพาะงานที่ Meta ต้องการจริง ๆ ทำให้กินไฟน้อยกว่าแต่แรงกว่าในงานเฉพาะทาง

เบื้องหลังความสำเร็จนี้ไม่ได้โรยด้วยกลีบกุหลาบ มีรายงานว่า Mark Zuckerberg เริ่มหมดความอดทนกับความล่าช้าในการพัฒนาชิปภายในองค์กร ถึงขั้นเคยพยายามยื่นซื้อสตาร์ทอัพดาวรุ่งอย่าง FuriosaAI จากเกาหลีใต้ด้วยเงิน 800 ล้านดอลลาร์ (แต่โดนปฏิเสธ)

สุดท้าย Meta เลยใช้วิธี Acquire-hire ด้วยการเข้าซื้อสตาร์ทอัพ Rivos Inc. พร้อมกวาดต้อนวิศวกรฝีมือดีกว่า 400 ชีวิตมาช่วยปั้นโปรเจกต์ MTIA จนสามารถเดินหน้าพัฒนาชิปหลายรุ่นได้พร้อมกันในเวลาเดียว

แล้ว Meta ยังใช้ชิป Nvidia และ AMD อยู่ไหม

แม้จะเปิดตัวชิปเองรัวๆ แต่ Meta ก็รู้ดีว่าการจะโค่นเจ้าตลาดนั้นไม่ใช่เรื่องง่าย กลยุทธ์ที่พวกเขาเลือกใช้คือ Dual Strategy หมายความว่า Meta จะยังคงเป็นลูกค้ารายใหญ่ของ Nvidia และ AMD โดยเพิ่งปิดดีลหมื่นล้านดอลลาร์สหรัฐฯ เพื่อจองกำลังการผลิต GPU มหาศาล

แต่ในขณะเดียวกัน Meta ก็จะพัฒนาชิปเฉพาะทางเองเพื่อลดต้นทุนในระยะยาว เพราะเมื่อระบบสเกลระดับพันล้านคน การประหยัดต้นทุนต่อหน่วยเพียงเล็กน้อยหมายถึงกำไรมหาศาล

ก้าวต่อไปของ Meta คือการเร่งติดตั้งชิปเหล่านี้ใน Data Center ทั่วโลก (ซึ่ง 26 จาก 30 แห่งอยู่ในสหรัฐฯ) โดยมีอุปสรรคสำคัญที่ต้องจับตาคือ การขาดแคลนหน่วยความจำ HBM (High-bandwidth Memory) ที่เป็นหัวใจของชิป AI ซึ่ง Meta ยอมรับว่ากังวล แต่ก็ได้เตรียมการสำรองซัพพลายไว้แล้ว

หนึ่งในสิ่งที่เห็นได้ชัดมาก คือ บริษัทเทคโนโลยียุคใหม่จะไม่ยอมพึ่งพาใครคนใดคนหนึ่งเพียงอย่างเดียว การที่ Meta หันมาคุมตั้งแต่ต้นน้ำยันปลายน้ำจะทำให้พวกเขามีต้นทุนที่ต่ำลงและขยับตัวได้เร็วกว่าคู่แข่งในระยะยาว

อ้างอิง: bloomberg, cnbc

ลงทะเบียนเข้าสู่ระบบ เพื่ออ่านบทความฟรีไม่จำกัด

No comment

RELATED ARTICLE

Responsive image

3 เรื่องที่ประเทศไทยต้อง Focus สร้างคน–นวัตกรรม–ปฏิรูประบบราชการ เพื่อยกระดับขีดความสามารถประเทศ

นายอนุทิน ชาญวีรกูล นายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงมหาดไทย กล่าวปาฐกถาพิเศษในหัวข้อ “ฝ่าวิกฤติ รับมือระเบียบโลกใหม่” ในงาน The INTANIA Forum...

Responsive image

BOI รื้อเกณฑ์ Data Center ชู 4 มิติดันไทยสู่ฮับ AI ยั่งยืน คุมเข้มใช้พลังงาน ทรัพยากรน้ำ พร้อมตอบโจทย์ชาติ และการจ้างงานไทย

บีโอไอขานรับระเบียบใหม่คุมดาต้าเซ็นเตอร์ตามมติ ครม. เดินหน้ายกเครื่องเกณฑ์คัดกรองโครงการด้วย 4 มิติ พร้อมเปิดข้อมูล 42 โครงการ ลงทุนรวม 7.5 แสนล้านบาท ครอบคลุมประโยชน์ต่อประเทศ พลั...

Responsive image

Demis Hassabis ขึ้นคุม หัวเรือ AI ของ Alphabet แล้ว หลัง Jeff Dean พนักงานระดับตำนานลาออกไปตั้ง Startup ของตัวเอง

สั่นสะเทือนวงการไอที Google ปรับทัพ AI ครั้งใหญ่ Demis Hassabis สละเก้าอี้คุม DeepMind ด้าน Jeff Dean ตำนานพนักงานคนที่ 30 ประกาศลาออกตั้งบริษัทใหม่...