Microsoft เข้าซื้อ GitHub ด้วยหุ้น 7,500 ล้านเหรียญสหรัฐฯ พร้อมเปลี่ยน CEO ใหม่เรียบร้อย | Techsauce

Microsoft เข้าซื้อ GitHub ด้วยหุ้น 7,500 ล้านเหรียญสหรัฐฯ พร้อมเปลี่ยน CEO ใหม่เรียบร้อย

ปิดดีลเรียบร้อยโรงเรียน Microsoft ... เมื่อบริษัทยักษ์ใหญ่ด้านไอทีอย่าง Microsoft เข้าซื้อกิจการ GitHub ด้วยหุ้นมูลค่า 7,500 ล้านเหรียญสหรัฐฯ พร้อมกันนี้ก็ได้ Nat Friedman ผู้ก่อตั้ง Xamarin มานั่งเป็น CEO คนใหม่ของ GitHub พร้อมพาไปดูความเคลื่อนไหวของบริการคู่แข่งอย่าง GitLab และ Bitbucket ที่ชวนให้ย้ายบริการของตนเองแบบจัดเต็ม

Photo: othree, Flickr

หลังจากก่อนหน้านี้ Techsauce ได้รายงานข่าวว่า "ลือ Microsoft เตรียมเข้าซื้อ GitHub แพลตฟอร์มเก็บโค้ดสำหรับนักพัฒนาโปรแกรม" ล่าสุด Microsoft ออกแถลงการณ์การเข้าซื้อ GitHub สตาร์ทอัพผู้ให้บริการพื้นที่เก็บความเปลี่ยนของซอร์สโค้ด (Version Control) อย่างเป็นทางการด้วยหุ้นจำนวน 7,500 ล้านเหรียญสหรัฐฯ เป็นที่เรียบร้อยแล้ว ซึ่งกระบวนการซื้อขายกิจการจะเสร็จสิ้นจริงๆ ภายในสิ้นปีนี้

ส่วนผู้ที่จะมานั่งเป็น CEO คนใหม่ของ GitHub จะเป็น Nat Friedman ผู้ก่อตั้ง (Founder) Xamarin และหลังจาก Microsoft เข้าซื้อ Xamarin ปัจจุบันเขาดำรงตำแหน่งเป็น Vice President Developer Services ของ Microsoft ส่วน CEO คนเดิมอย่าง Chris Wanstrath จะมาเป็นผู้ร่วมงานทางด้านเทคนิคของ Microsoft ต่อไป

Satya Nadella ซึ่งเป็น CEO ของ Microsoft ระบุว่าบริษัทให้ความสำคัญกับนักพัฒนาเป็นอันดับแรก และการได้ทีมงานของ GitHub มาร่วมงานด้วย เป็นการยืนยันจุดมุ่งหมายของ Microsoft ต่ออิสรภาพของนักพัฒนา ความเปิดกว้างของนักพัฒนา และนวัตกรรมของนักพัฒนา

"เราตระหนักดีถึงความรับผิดชอบต่อชุมชนนักพัฒนานับจากนี้ไป และเราจะทำทุกอย่างอย่างดีที่สุดเพื่อส่งเสริมนักพัฒนาในการสร้างนวัตกรรม เพื่อแก้ปัญหาที่ท้าทายของโลกใบนี้" CEO ของ Microsoft กล่าว

ส่วนแถลงการณ์ของ Nat Friedman บน GitHub กล่าวว่าไม่ต้องการความไว้วางใจจากทุกคน แต่จะเข้ามาทำให้ GitHub เป็นแพลตฟอร์มที่พิเศษและดีขึ้นสำหรับทุกคน โดยย้ำในสองประเด็นว่า "GitHub จะทำงานอย่างอิสระในฐานะชุมชน, แพลตฟอร์ม และธุรกิจ" และ "GitHub จะรักษาปรัชญาผลิตภัณฑ์ (Product Philosophy) ไว้"

"เรารัก GitHub เนื่องจากความใส่ใจและความรอบคอบในทุกแง่มุมเพื่อประสบการณ์ของนักพัฒนาซอฟต์แวร์ ผมเข้าใจและเคารพในสิ่งนี้ และรู้ดีว่าเราจะยังคงสร้างเครื่องมือที่มีรสนิยมและมีชีวิตชีวาที่นักพัฒนาซอฟต์แวร์ชื่นชอบต่อไป" CEO คนใหม่ของ GitHub กล่าว

GitHub เป็นสตาร์ทอัพผู้ให้บริการแพลตฟอร์มเก็บความเปลี่ยนแปลงของซอร์สโค้ดหรือเรียกสั้นๆ ว่า Version Control สำหรับพัฒนาโปรแกรม (Software Developer) ข้อมูลจากแถลงการณ์ระบุว่า GitHub มีผู้ใช้งานประมาณ 28 ล้านราย และยังมีการส่งโค้ดขึ้นบนระบบมากกว่า 80 ล้านครั้ง มีโค้ดจากบริษัทไอทียักษ์ใหญ่อย่าง Google (บริษัทลูกของ Alphabet) และ Microsoft ขึ้นมาบน GitHub อยู่ในนี้ด้วย

โดย Microsoft ก็เป็นผู้ส่งโค้ดขึ้นบนระบบของ GitHub 2 ล้านครั้ง ซึ่งถือว่ามากที่สุดในโลกอีกด้วย อันเป็นผลมาจาก Microsoft เองเริ่มสนับสนุนการพัฒนาโปรแกรมแบบ Open Source มากขึ้น โดย CEO Microsoft อย่าง Satya Nadella เริ่มให้บริษัทแยกออกจากระบบปฎิบัติการ Windows แล้วหันมาสนับสนุนการพัฒนาภายในระบบปฎิบัติการ Linux มากขึ้น

อ้างอิงข้อมูลจาก TechCrunch, Microsoft (1), (2) และ GitHub (1), (2)

คู่แข่งว่าไง?

ผู้ให้บริการพื้นที่เก็บความเปลี่ยนของซอร์สโค้ดอีกราย GitLab โพสบนเว็บไซต์ตัวเอง ก่อนหน้านี้ก็โพสแสดงความยินดีต่อ GitHub ล่วงหน้า พร้อมกับเปลี่ยนหน้าแรกมาแสดงกราฟจาก Forrester Wave Leader 2017 ที่แสดงให้เห็นว่าตนเองเป็นผู้นำในตลาด "Continuous Integration Tools" อีกด้วย

และต่อมาเพยแพร่โพสที่ชื่อว่า #movingtogitlab บนเว็บไซต์ โดยระบุว่ามีผู้ใช้สร้างและย้าย Project บน GitLab มากกว่าปกติ 3-4 เท่า พร้อมออกโปรโมชันชวนให้ย้ายมาใช้ GitLab แพ็คเกจสูงสุดอีกด้วย

ส่วน Bitbucket ผู้ให้บริการพื้นที่เก็บความเปลี่ยนของซอร์สโค้ดอีกรายเช่นกัน ก็แสดงภาพชวนย้ายจาก GitHub มา Bitbucket อย่างชัดเจน พร้อมแนะนำวิธีการย้ายโค้ดภายใน 6 ขั้นตอน พร้อมขึ้นกราฟเปรียบเทียบว่าการย้ายจาก GitHub Business มาเป็น Bitbucket Premium จะประหยัดเงินได้สูงสุดถึง 4 เท่าอีกด้วย

นอกจากนี้ยังมีการเปรียบเทียบฟีเจอร์ระหว่าง GitHub Business ก Bitbucket Premium เป็นตารางให้เห็นอย่างชัดเจนอีกด้วย

ลงทะเบียนเข้าสู่ระบบ เพื่ออ่านบทความฟรีไม่จำกัด

No comment

RELATED ARTICLE

Responsive image

TMA เผยสิงคโปร์ครองแชมป์ประเทศที่มีขีดความสามารถที่สุดในโลกโดย IMD ไทยขยับขึ้นมาอันดับที่ 25

สมาคมการจัดการธุรกิจแห่งประเทศไทย (TMA) เผยสิงคโปร์ครองแชมป์ขีดความสามารถในการแข่งขันสูงสุดในโลก จัดอันดับโดย World Competitiveness Center ของ IMD ประจำปี 2567 ไทยอยู่ที่ 25 และคว้...

Responsive image

ประเทศไทยในยุค AI Economy ไม่ได้ขาดงาน แต่ขาดคนที่มีทักษะ AI

ประเทศไทยในยุค AI Economy ถึงเวลาที่ต้องปรับตัวเพื่อให้ธุรกิจอยู่รอด ด้วยการนำประโยชน์ของ AI มาใช้กับธุรกิจให้ได้มากที่สุด...

Responsive image

Netflix มุ่งลงทุนซีรี่ย์เพิ่มในไทย ‘สมรสเท่าเทียม’ สร้างโอกาสนำเสนอเนื้อหาหลากหลาย

Netflix สตรีมมิ่งภาพยนตร์ที่ใหญ่ที่สุดในโลก ประกาศเดินหน้าสร้างหนัง ซีรี่ส์ และรายการท้องถิ่นมากขึ้นในเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ แรงหนุนจากสมรสเท่าเทียม...