MIT ปล่อยนวัตกรรม “กาวชีวภาพติดเนื้อเยื่อด้วยแสง” แทนการเย็บแผล เตรียมพลิกวงการศัลยกรรม

วงการแพทย์อาจกำลังเข้าสู่ยุคใหม่ เมื่อ Tissium สตาร์ทอัพจากงานวิจัยของ MIT เปิดตัวโซลูชันซ่อมแซมเนื้อเยื่อแบบไร้การเย็บ โดยใช้โพลีเมอร์ชีวภาพ ที่ยืดหยุ่น เข้ากับเนื้อเยื่อได้ดี และยึดติดกับผิวที่เปียกได้ภายใน 30 วินาทีเมื่อกระตุ้นด้วยแสงสีน้ำเงิน

แนวคิด ‘กาวชีวภาพ’ มาจากไหน ?

ปัจจุบัน ศัลยแพทย์มีทางเลือกจำกัดอยู่ที่การเย็บแผล, ใช้ลวดเย็บ, ตาข่าย หรือกาวทางการแพทย์ที่บางครั้งยึดติดไม่แน่นและอาจถูกปฏิเสธโดยร่างกาย ซึ่งทั้งหมดนี้สามารถสร้างบาดแผลเพิ่มหรือทำให้เนื้อเยื่อบอบช้ำได้ 

MIT กับสตาร์ทอัพ Tissium จึงได้คิดค้น “กาวชีวภาพติดด้วยแสง” สำหรับซ่อมแซมเนื้อเยื่อในร่างกาย กาวนี้พิเศษตรงที่

  • ติดได้แม้เนื้อเยื่อเปียก แค่ฉายแสงสีน้ำเงิน 30 วินาที
  • ไม่ต้องเย็บ ไม่ต้องใช้ลวดเย็บ ลดความบอบช้ำของเนื้อเยื่อ
  • สลายตัวเองได้ หลังเนื้อเยื่อเชื่อมกันแล้ว

จุดเริ่มต้นกาวชีวภาพ

  1. เริ่มในแล็บ MIT โดยมี Jeff Karp กับศาสตราจารย์ Robert Langer พัฒนาโพลีเมอร์ที่ยืดหยุ่นได้ ย่อยสลายเองได้ และแข็งตัวเมื่อโดนแสง ใช้ได้ในงานแพทย์หลายแบบ
  2. ปี 2008 Maria Pereira เข้ามาร่วมทีม ปรับความหนาและคุณสมบัติของโพลีเมอร์ให้ “ไม่ชอบน้ำ” ทำให้มันติดกับเนื้อเยื่อเปียกได้ดี
  3. การทดลองแรก ๆ ปิดรูหัวใจของหนูและหมูได้สำเร็จ ไม่มีเลือดออกหรือภาวะแทรกซ้อน
  4. ปี 2012 Christophe Bancel พบทีมผู้พัฒนา พูดคุยกับศัลยแพทย์หลายสาขา จนเห็นโอกาสใช้เทคโนโลยีนี้แก้ปัญหาที่เจอมานาน จึงร่วมกับ MIT Technology Licensing Office จดสิทธิบัตร และก่อตั้งบริษัท Tissium ในปี 2013
  5. ออกแบบให้ใช้จริงในห้องผ่าตัด ซึ่งก็ไม่ได้มีแค่โพลีเมอร์ แต่เพิ่มอุปกรณ์เสริม เช่น โครงยึดเส้นประสาทที่พิมพ์ด้วย 3D ให้ศัลยแพทย์ใช้งานสะดวก
  6. ทดลองกับผู้ป่วย 12 คนที่เส้นประสาทนิ้วบาดเจ็บ ทุกคนฟื้นตัวเต็มที่ และไม่มีอาการเจ็บแม้ผ่านไป 12 เดือน

Maria Pereira ผู้ร่วมก่อตั้ง Tissium และอดีตนักศึกษาปริญญาเอกในโครงการ MIT Portugal Program ระบุว่า “เราต้องการให้เทคโนโลยีนี้กลายเป็นมาตรฐานใหม่ของการยึดเนื้อเยื่อ ศัลยแพทย์ใช้การเย็บ ลวดเย็บ หรือหมุดมายาวนานหลายศตวรรษ และทั้งหมดนั้นค่อนข้างรุกราน เรากำลังพยายามช่วยให้การซ่อมแซมเนื้อเยื่อเป็นเรื่องที่บอบช้ำน้อยลง”

FDA อนุมัติแล้ว ให้ใช้ในสหรัฐฯ และ Tissium กำลังต่อยอดไปซ่อมไส้เลื่อน ปิดรอยรั่วหัวใจ และอวัยวะอื่น ๆ

ในเดือนมิถุนายนที่ผ่านมา Tissium ได้รับ De Novo marketing authorization จากองค์การอาหารและยาสหรัฐฯ (FDA) สำหรับโซลูชันซ่อมแซมเส้นประสาทส่วนปลายแบบไร้การเย็บ ซึ่งถือเป็นการอนุมัติผลิตภัณฑ์แรกของบริษัท โดยผ่านการทดลองที่แสดงให้เห็นว่าผู้ป่วยสามารถงอและเหยียดนิ้วที่บาดเจ็บได้เต็มที่โดยไม่รู้สึกเจ็บปวด ผลลัพธ์นี้เหนือกว่ามาตรฐานปัจจุบัน ซึ่งงานวิจัยพบว่าการเย็บซ่อมเส้นประสาทให้การฟื้นตัวในระดับสูงเพียง 54% ของผู้ป่วย

โพลีเมอร์ของ Tissium ถูกออกแบบให้ทำงานได้กับเนื้อเยื่อหลายประเภท ตั้งแต่เส้นประสาท หลอดเลือด ไปจนถึงผนังช่องท้อง และยังสามารถตั้งโปรแกรมเพื่อปรับคุณสมบัติ เช่น อัตราการสลายตัวและความแข็งแรงทางกล เพื่อให้เหมาะกับการใช้งานเฉพาะด้าน

อนาคตของการซ่อมแซมเนื้อเยื่อแบบไร้การเย็บ

ปัจจุบัน Tissium มีโครงการพัฒนาอีก 6 ผลิตภัณฑ์ รวมถึงการซ่อมไส้เลื่อนและงานด้านหัวใจ พร้อมต่อยอดเทคโนโลยีโพลีเมอร์ร่วมกับการพิมพ์ 3D เพื่อสร้างอุปกรณ์ฝังในรุ่นใหม่ 

Jeff Karp เสริมว่า “นี่คือความฝันสูงสุดของนักวิจัย ที่ผลงานไม่ได้หยุดแค่ตีพิมพ์ แต่กลายเป็นการรักษาที่เปลี่ยนมาตรฐานการดูแลและคุณภาพชีวิตผู้ป่วยได้จริง” 

อ้างอิง: newatlas, news.mit.edu

ลงทะเบียนเข้าสู่ระบบ เพื่ออ่านบทความฟรีไม่จำกัด

No comment

RELATED ARTICLE

Responsive image

Anthropic เผยผลสำรวจใหญ่สุดในประวัติศาสตร์ ถามคน 8 หมื่นทั่วโลก คุณคาดหวังหรือกลัวอะไรใน AI?

เจาะลึกผลสำรวจ AI ครั้งใหญ่ที่สุดในโลกจาก Anthropic สรุปเสียงสะท้อนคน 8 หมื่นคนทั่วโลก กับ 9 มิติความหวังและ 3 ฝันร้ายที่คนกังวลที่สุดเกี่ยวกับปัญญาประดิษฐ์...

Responsive image

Okara เปิดตัว “AI CMO” ให้ AI คุมทีมการตลาดทั้งระบบในราคา $99/เดือน ดันทีมเล็กสเกลได้เทียบชั้นองค์กรใหญ่

แพลตฟอร์มใหม่จาก Okara ใช้ AI agents ทำงานแทนทีมการตลาด ตั้งแต่การวิเคราะห์ SEO การสร้างคอนเทนต์ ไปจนถึงการเพิ่มการมองเห็นบน AI search ช่วยธุรกิจขนาดเล็กเริ่มทำ Growth ได้ทันที...

Responsive image

OpenAI เล็งสร้าง Superapp มัดรวม ChatGPT, Codex และ Atlas ให้เราคุย เขียนโค้ด ท่องเว็ปได้ในแอปเดียว

OpenAI กำลังวางแผนที่จะรวมแอปพลิเคชัน ChatGPT, Codex (แพลตฟอร์มเขียนโค้ด) และ Atlas (เว็บบราว์เซอร์) เข้าไว้ใน Desktop Superapp ตัวเดียว เพื่อลดความยุ่งยากและซับซ้อนของผลิตภัณฑ์ มู...