วิจัยจากผู้เชี่ยวชาญรางวัลโนเบล ชี้เงินซื้อความสุขได้จริง

เงินซื้อความสุขได้จริง ! ยืนยันจากงานวิจัยที่ผู้จัดทำได้รับรางวัลโนเบล 

แต่จะต้องมีเงินมากแค่ไหนถึงจะมีความสุข ในบทความนี้ Techsauce ชวนมาส่องผลสำรวจ “มีเงินเท่าไหร่ถึงจะเติมเต็มความสุขให้ชีวิต” จาก The Harris Poll บริษัทวิจัยและวิเคราะห์ความรู้สึกและพฤติกรรมในสหรัฐฯ 

ต้องมีเงินแค่ไหนถึงจะมีความสุข ?

The Harris Poll ได้สำรวจชาวอเมริกันประมาณ 2,000 คน ที่มีอายุตั้งแต่ 18 ปีขึ้นไป ด้วยคำถาม “ความสุขทางการเงินที่แท้จริงของคุณคืออะไร ?” คำตอบส่วนมากไม่ใช่แค่การไม่มีหนี้สิน หรือการมีเงินพอใช้ 

แต่ผู้ตอบแบบสอบถามกว่า 59% เผยว่า  ความสุขทางการเงิน คือ การมีเงินมากพอที่จะซื้อความสุขให้ตัวเองได้ จำนวนเงินโดยเฉลี่ยที่ผู้คนส่วนมากบอกก็คือ มีเงิน 1.2 ล้านดอลลาร์หรือประมาณ 42 ล้านบาทอยู่ในบัญชีธนาคาร

อาจฟังดูตลกที่เงินจะใช้ซื้อทุกอย่างแม้กระทั่งความสุขได้ แต่เรื่องนี้มีผลการวิจัยมารองรับว่า การมีเงินช่วยให้คุณมีความสุขขึ้นได้จริง โดยงานวิจัยนี้ศึกษาโดย Daniel Kahneman นักจิตวิทยาผู้เชี่ยวชาญด้านจิตวิทยาและเศรษฐศาสตร์พฤติกรรม ซึ่งเขาได้รับรางวัลโนเบลในสาขาเศรษฐศาสตร์

Kahneman พบว่า การมีเงินมากขึ้น เป็นปัจจัยที่ทำให้คนเรามีความสุขมากขึ้นได้ และจำนวนเงินที่มากพอจะซื้อความสุขได้ในปี 2023 ก็อยู่ราว ๆ 500,000 ดอลลาร์ต่อปี หรือประมาณ 17 ล้านบาทต่อปี 

แต่สำหรับเรื่องนี้ก็มีข้อยกเว้น โดย Matthew Killingsworth ผู้ร่วมวิจัยเสริมว่า การที่คนรวยบางกลุ่มมีเงินมากแต่ยังไร้สุข นั่นอาจมีปัจจัยอื่น ๆ เข้ามาเกี่ยวข้อง อย่างเช่นการมีชีวิตตกต่ำ หรือทำงานหนักและแบกรับความกดดันสูง ปัจจัยเหล่าอาจเป็นตัวขับเคลื่อนให้พวกเขาไม่มีความสุขได้แม้อยู่บนกองเงินกองทอง แต่อย่างไรก็ตามในฐานะคนธรรมดาทั่วไป Killingsworth ชี้ว่าเงินก็สามารถช่วยเพิ่มความสุขในชีวิตได้เช่นเดียวกัน 

ซึ่งเห็นได้ชัดว่าในปัจจุบัน ผู้คนต้องเผชิญกับภาวะทางเศรษฐกิจ เช่น อัตราเงินเฟ้อ อัตราดอกเบี้ยสูง และอื่น ๆ อีกมากมายที่มีส่วนทำให้เกิดความรู้สึกไม่มั่นคงทางการเงินและอาจนำไปสู่ความเครียดจนไม่มีความสุขได้ แต่ถ้าหากในชีวิตมีเงินมากเพียงพอที่จะใช้จ่ายในแต่ละวันได้อย่างสบาย ๆ ก็สามารถทำให้คุณรู้สึกมีความสุขทางการเงินได้แล้ว 

นอกจากนี้ผลสำรวจของ The Harris Poll ก็ได้จำแนกจำนวนเงิน/ปี ที่คนแต่ละ Gen มองว่ามากพอที่จะทำให้พวกเขามีความสุขได้ ดังนี้

  • Gen Z: 128,000 ดอลลาร์/ปี หรือประมาณ 4.5 ล้านบาท
  • Millennials: 525,000 ดอลลาร์/ปี หรือประมาณ 18 ล้านบาท
  • Gen X: 130,000 ดอลลาร์/ปี หรือประมาณ 4.5 ล้านบาท
  • Boomer: 124,000 ดอลลาร์/ปี หรือประมาณ 4.3 ล้านบาท

และนี่ก็คือหนึ่งในข้อพิสูจน์ว่าเงินสามารถซื้อความสุขได้จริง ๆ แล้วคุณล่ะมองว่าในประเทศไทยต้องมีเงินมากแค่ไหน ถึงจะใช้ซื้อความสุขในชีวิตได้ ?

อ้างอิง: entrepreneur

ลงทะเบียนเข้าสู่ระบบ เพื่ออ่านบทความฟรีไม่จำกัด

No comment

RELATED ARTICLE

Responsive image

CATL เปิดตัวแบตเตอรี่ EV รุ่นใหม่ ชาร์จเต็มเร็วใน 6 นาทีครึ่ง ไวแทบจะเท่าการแวะเติมน้ำมัน

เทคโนโลยีแบตเตอรี่รถยนต์ไฟฟ้า (EV) ก้าวไปอีกขั้นแล้ว ตอนนี้เรากำลังเข้าใกล้จุดที่การชาร์จไฟรถอีวีจะใช้เวลาพอๆ กับการแวะเติมน้ำมันที่ปั๊ม ล่าสุดบริษัทยักษ์ใหญ่ด้านแบตเตอรี่จากจีนอย่...

Responsive image

Microsoft เปิดโครงการ 'สมัครใจลาออก' ครั้งแรก คัดพนักงานออก 7% ทั่วสหรัฐฯ

Microsoft เสนอโครงการ Buyout พนักงาน 7% ผ่านกฎเลข 70 (อายุ+อายุงาน) พร้อมเผยเบื้องหลังคลื่นผู้บริหารระดับสูงแห่ลาออกทิ้งเก้าอี้ ท่ามกลางศึก AI ที่กดดันหนัก...

Responsive image

รู้จักทฤษฎี Boiling Frog ภาวะที่ AI ต้มสมองจนเปื่อย ยิ่งใช้บ่อย สมองยิ่งสูญเสียทักษะการคิด

การมี AI มาช่วยทำงานดูเหมือนจะเป็นเรื่องดีที่ช่วยให้ชีวิตง่ายขึ้น แต่ผลการศึกษาล่าสุดเตือนว่า การให้ AI คิดแทนเราบ่อยๆ กำลังส่งผลเสียร้ายแรงต่อสมองและนิสัยการทำงาน...