เป้าหมาย Net Zero ขององค์กร ที่ไม่ใช่ใครก็ทำได้ ! | Techsauce

เป้าหมาย Net Zero ขององค์กร ที่ไม่ใช่ใครก็ทำได้ !

การปล่อยก๊าซเรือนกระจกสุทธิเป็นศูนย์ หรือที่เรียกว่า Net Zero คือ การไม่ปล่อยก๊าซเรือนกระจกสู่ชั้นบรรยากาศเพิ่ม หรือในอีกมุมหนึ่งคือ การยับยั้งไม่ให้อุณหภูมิโลกสูงกว่า 2 องศาเซลเซียส และถ้าเป็นไปได้จะต้องควบคุมไม่ให้เกินสูงขึ้นเกิน 1.5 องศาเซลเซียส เพื่อหลีกเลี่ยงผลกระทบที่รุนแรงจากการเปลี่ยนแปลงทางสภาพภูมิอากาศ ซึ่งเรียกว่า “ภาวะโลกร้อน” นั่นเอง

Net Zeroในบทความนี้ Techsauce จะพาไปทำความเข้าใจถึงบริบทของ Net Zero กันให้มากขึ้นว่าคืออะไร มีความสำคัญอย่างไร และทำไมหลาย ๆ ประเทศจึงให้ความสนใจ พร้อมกับฉายภาพองค์กรที่จะก้าวสู่ Net Zero ได้นั้นต้องมีทิศทางอย่างไร และที่ผ่านมามีองค์กรใดบ้างที่ให้ความสำคัญกับเจ้า “เลขศูนย์” นี้เพื่อทำให้เป้าหมายต่าง ๆ ไม่สูญเปล่า

"แน่นอนว่าในช่วงนี้เรามักจะได้ยินคำว่า “Net Zero” กันอยู่บ่อย ๆ และดังที่กล่าวมาข้างต้นนี้ทำให้ Net Zero กลายเป็นประเด็นใหญ่ที่กำลังได้รับความสนใจจากทั่วโลก"

โดย Google ประเทศไทย ได้มีการเผยผลการค้นหายอดนิยมประจำปี 2022 หรือ Year in Search โดยในปีนี้พบว่าผู้คนยังใส่ใจสิ่งแวดล้อม โดยค้นหา Net-Zero เพิ่มขึ้น 330% และ 39% ของคนไทยเพราะจ่ายเพื่อสนับสนุน

ขณะที่ในปี 2015 ภายใต้ข้อตกลงปารีส ตามกรอบอนุสัญญาสหประชาชาติว่าด้วยการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศ (United Nations Framework Convention on Climate Change - UNFCCC) สมาชิกองค์การสหประชาชาติทั้ง 197 ประเทศ ต่างให้คำมั่นที่จะบรรลุข้อตกลงเพื่อแก้ปัญหาการเปลี่ยนแปลงของสภาพภูมิอากาศด้วยการลดการปล่อยก๊าซเรือนกระจก ซึ่งคำมั่นสัญญาดังกล่าวได้รับการเน้นย้ำอีกครั้งในการประชุม Conference of the Parties ครั้งที่ 26 หรือ COP26 ที่เมืองกลาสโกว์ สหราชอาณาจักร ในปีที่ผ่านมา

ยุติหายนะ ‘ภาวะโลกร้อน’

โดยมีการกำหนดให้ทุกประเทศต้องนำเสนอเป้าหมายและความก้าวหน้าของการดำเนินงานภายในประเทศเพื่อแก้ไขปัญหาการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศเป็นระยะ ทั้งนี้ข้อตกลงดังกล่าวมีผลดีในการสร้างกลไกให้เกิดการดำเนินงานเพื่อแก้ไขปัญหาการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศ โดยเฉพาะจากประเทศที่ปล่อยก๊าซเรือนกระจกรายใหญ่  และ เพื่อให้บรรลุเป้าหมายนี้ นานาประเทศต้องลดการปล่อยก๊าซเรือนกระจก โดยเฉพาะก๊าซคาร์บอนไดออกไซด์ให้ได้เกือบครึ่งหนึ่งภายในปี 2028 และให้เหลือศูนย์ (Net Zero) ภายในปี 2050

ทำให้ที่ผ่านมาหลากหลายประเทศ รวมถึง ภาคธุรกิจขนาดใหญ่ ส่งสัญญาณและเริ่มปรับตัวเพื่อบรรลุเป้าหมายลดก๊าซเรือนกระจกไปสู่ธุรกิจยั่งยืนและเป็นมิตรกับสิ่งแวดล้อมให้ได้มากที่สุดเท่าที่จะทำได้ 

ขณะเดียวกันคณะกรรมการขององค์การสหประชาชาติด้านการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศโลก หรือ IPCC (Intergovernmental Panel on Climate Change) ก็ได้มีการกำหนดให้ปี 2050 เป็นปีที่จะปล่อยก๊าซเรือนกระจกสุทธิเป็นศูนย์ โดยจะลดลงก่อน 45% ระหว่างปี 2010-2030 เพื่อที่จะป้องกันไม่ให้ภูมิอากาศมีอุณหภูมิสูงขึ้น 1.5 องศาเซลเซียสด้วยเช่นกัน

Net Zero'

เมื่อ Net Zero กลายเป็นกฎหมาย

ทั้งนี้ประเทศ เมือง และองค์กรต่างๆ จำนวนมากได้ให้คำมั่นว่าจะบรรลุเป้าหมายสุทธิเป็นศูนย์ภายในปี 2050 ซึ่งก็เช่นเดียวกันกับ สหภาพยุโรปที่ได้มีการตั้งเป้าหมายที่จะเป็นทวีปแรกของโลกที่มีเป้าหมายการปล่อยก๊าซเรือนกระจกสุทธิเป็นศูนย์ ด้วยเหตุนี้จึงทำให้การเมืองและข้อบังคับทางด้านพลังงานมีความเข้มงวดขึ้น โดยถือเป็นภูมิภาคแรกที่กำหนดให้เป้าหมายสุทธิเป็นศูนย์กลายเป็น “กฎหมาย”

เป้าหมาย Net Zero ขององค์กร ที่ไม่ใช่แค่ใครก็ทำได้

ที่ผ่านมาได้มีการพัฒนา Net-Zero Industry Tracker เครื่องมือติดตามการลดการปล่อยก๊าซเรือนกระจกจากภาคอุตสาหกรรม โดย World Economic Forum ได้เผยแพร่รายงานเกี่ยวกับ Net-Zero Industry Tracker ซึ่งเป็นแพลตฟอร์มในการติดตามการปล่อยก๊าซเรือนกระจก (Green House Gas: GHG) ของอุตสาหกรรมเพื่อสนับสนุนให้เกิดอุตสาหกรรมคาร์บอนต่ำภายในสิ้นทศวรรษนี้ 

โดยโครงการริเริ่มการติดตามการปล่อยก๊าซเรือนกระจกจากภาคอุตสาหกรรมเป็นความร่วมมือระหว่าง World Economic Forum กับบริษัท Accenture และการสนับสนุนจากผู้เชี่ยวชาญกว่า 40 องค์กร เพื่อสร้างกรอบการดำเนินงานในการติดตามและสนับสนุนความคืบหน้าของอุตสาหกรรมในการนำไปสู่เป้าหมายการปล่อยก๊าซเรือนกระจกสุทธิเป็นศูนย์ (net-zero emissions) ภายในปี 2050 

เนื่องจากภาคอุตสาหกรรมมีสัดส่วนเกือบ 40% ของการใช้พลังงานทั่วโลกและมากกว่า 30% ซึ่งการเปลี่ยนแปลงของภาคอุตสาหกรรมเหล่านี้มีความสำคัญต่อการบรรลุเป้าหมาย net-zero emissions ในปี 2050  เป็นอย่างมาก

เมื่อหันกลับมามองในระดับองค์กร ด้านคุณภาพของเป้าหมายสุทธิเป็นศูนย์จะแตกต่างกันออกไป ในขณะที่บางบริษัทตั้งเป้าหมายที่ทะเยอทะยานเพื่อต้องการลดการปล่อยก๊าซเรือนกระจกแบบเจาะลึก แต่บางบริษัท ก็ได้มีการกำหนดเป้าหมายการลดการปล่อยมลพิษในระดับปานกลาง ทั้งนี้บางแห่งยังขาดการวางแผนการเปลี่ยนแปลงอย่างละเอียดในเรื่องของคุณภาพและโครงสร้างของเป้าหมาย ทำให้ผู้มีส่วนได้ส่วนเสียเปรียบเทียบเป้าหมายสุทธิที่เป็นศูนย์ของบริษัทและผลที่ตามมาได้ยากขึ้น

Big Company ลุย Net Zero หนทางสู่การลดโลกร้อน

หากมองดูใกล้ตัวจะสังเกตได้ว่าหลายแบรนด์เริ่มที่จะปรับตัวเพื่อตอบรับกับโจทย์ใหญ่นี้มากขึ้น เห็นได้จาก NIKE ที่ใช้วัสดุรีไซเคิลเป็นส่วนประกอบของผลิตภัณฑ์, Starbucks ที่หยุดใช้แก้วพลาสติก และเปลี่ยนมาใช้หลอดกระดาษ

และแบรนด์อิเล็กทรอนิกส์อย่าง Samsung ที่ให้มูลค่ากับเรื่องสิ่งแวดล้อม โดยไม่ให้ Adapter และหูฟัง เพื่อลดจำนวนขยะอิเล็กทรอนิกส์ หรือแม้กระทั่ง Apple ที่เคลมว่าการที่ไม่แถมหัวชาร์จและหูฟังมาให้ในกล่อง iPhone ตั้งแต่ปี 2020 เป็นต้นมา สามารถลดปริมาณการปล่อยก๊าซคาร์บอนลงไปได้มากถึง 2 ล้านตันต่อปี เทียบเท่ากับการนำรถออกจากท้องถนนไปได้ถึง 500,000 คันเลยทีเดียว

รวมทั้ง Microsoft อีกหนึ่งองค์กรที่ออกมาประกาศว่าจะลดการปล่อย CO2 ให้เป็นศูนย์ให้ได้ รวมทั้งจะเปลี่ยนไปใช้แหล่งพลังงานหมุนเวียนทั้งหมด โดยจะปล่อยคาร์บอนเป็นศูนย์ ภายในปี 2050 ซึ่งการดำเนินการสำคัญ คือการเพิ่มค่าธรรมเนียมคาร์บอนในองค์กรของตัวเอง

หรือแม้กระทั่ง Amazon ยักษ์ใหญ่ด้านค้าปลีกที่ได้มีการวางแผนลงทุน 1 พันล้านยูโร (3.6 หมื่นล้านบาท) เป็นระยะเวลา 5 ปี เพื่อเพิ่มหน่วยขนส่งสินค้าในยุโรป โดยมุ่งเน้นไปที่ยานยนต์ไฟฟ้า (Electric Vehicles: EVs) เพื่อการขนส่งสินค้า รวมทั้งยังมีการ เพิ่ม E- Bike และพนักงานเดินเท้าส่งของ ด้วยเช่นกัน เพื่อเป้าหมายที่จะปล่อยคาร์บอนเป็นศูนย์ (Net Zero) ภายในปี 2040 

ขณะเดียวกันในปี 2020 ที่ผ่านมา Amazon และบริษัทพันธมิตร ได้มีการระดมทุน 2 พันล้าน US ดอลล่าร์ ที่เรียกว่า “Climate Pledge Fund” เพื่อพัฒนาเทคโนโลยีและบริการที่เกี่ยวข้องกับการลดการปล่อยคาร์บอนโดยเฉพาะ ซึ่งจะช่วยให้ Amazon บรรลุเป้าหมายได้ เพราะด้วยภาคการขนส่ง ถือเป็นภาคส่วนสำคัญที่มีการปล่อยคาร์บอน Amazon จึงขอโหนกระแสตามเทรนด์รักษ์โลกด้วยเช่นกัน

ส่วนทางฝั่งผู้ประกอบการไทยอย่าง IRPC ก็ได้มีการตั้งเป้าหมายสู่องค์กร Net Zero Emission ในปี 2603 โดยตั้งเป้าสร้างความเป็นกลางทางคาร์บอน ภายในปี 2593 และลดการปล่อยก๊าซคาร์บอนไดออกไซด์ลง 20% ภายในปี 2573 จากปี 2561 ด้วย 3 กลยุทธ์ คือ การปรับกระบวนการผลิต มุ่งธุรกิจพลังงานสะอาด และสนับสนุนสตาร์ทอัพ โดยการขับเคลื่อนการแสวงหาธุรกิจใหม่โดยใช้เทคโนโลยีและนวัตกรรม (New S-Curve) เกี่ยวกับการลดก๊าซคาร์บอนไดออกไซด์

อีกหนึ่งรายที่ดูเหมือนกับว่าจะเน้นในเรื่องของ Net-Zero ไม่แพ้กันอย่าง เครือเจริญโภคภัณฑ์ที่ประกาศความมุ่งมั่นว่าจะเป็นองค์กรที่เป็นกลางทางคาร์บอน (Carbon Neutral) ภายในปี 2030 และจะมุ่งสู่การปล่อยก๊าซเรือนกระจกสุทธิเป็นศูนย์ (Net Zero Emissions) ภายในปี 2050 ทั้งยังเข้าร่วมในโครงการ Race to Zero ที่ UN Global Compact ริเริ่มขึ้น 

ทั้งหมดทั้งมวลนี้แสดงให้เห็นว่าเป้าหมายการปล่อยก๊าซเรือนกระจกสุทธิเป็นศูนย์ขององค์กร ถือเป็นเครื่องมือสำคัญที่จะส่งสัญญาณว่าภาคเอกชนมีอำนาจในการขับเคลื่อนความก้าวหน้าในการแข่งขันกับการเปลี่ยนแปลงทางสภาพภูมิอากาศมากเพียงใด จึงไม่แปลกที่การให้คำมั่นสัญญาว่าจะบรรลุเป้าหมายสุทธิเป็นศูนย์ กลายเป็นแนวโน้มที่กำลังเติบโต และถือเป็นบทบาทสำคัญถึงการแสดงความรับผิดชอบที่มีต่อโลกใบนี้

อ้างอิง Ecohz , Weforum ,Global Compact, Dailymail

RELATED ARTICLE

Responsive image

AIS ร่วมมือพาร์ทเนอร์ข้ามอุตสาหกรรม สร้างเศรษฐกิจแบบร่วมกัน พร้อมก้าวข้ามทุกขีดจำกัด

AIS ปักหมุดแผนการดำเนินงานปี 2023 มุ่งสร้างการเติบโตให้กับเศรษฐกิจแบบร่วมกัน หรือ ECOSYSTEM ECONOMY ผสานความร่วมมือข้ามอุตสาหกรรมร่วมผู้ประกอบการ พร้อมสร้างศักยภาพของคนไทย ผ่านนวัต...

Responsive image

เปิดตัว ‘ขายหัวเราะ ฉบับ AI’ สร้างสรรค์โดยปัญญาประดิษฐ์ ชวนสำรวจอารมณ์ขันของ AI และบทบาทใหม่ของทีมขายหัวเราะ

เปิดตัว ‘ขายหัวเราะ ฉบับ AI’ สร้างสรรค์โดยปัญญาประดิษฐ์ ชวนสำรวจอารมณ์ขันของ AI และบทบาทใหม่ของทีมขายหัวเราะ...

Responsive image

AnyMind Group ประกาศเสร็จสิ้นการเข้าจดทะเบียนใหม่ ในตลาดหลักทรัพย์โตเกียว

AnyMind Group ประกาศเสร็จสิ้นการเข้าจดทะเบียนใหม่ ในตลาดหลักทรัพย์โตเกียว (Tokyo Stock Exchange Growth Market) ภายใต้หมายเลขสัญลักษณ์ [5027]...