สำนักงานนวัตกรรมแห่งชาติ (NIA) เปิดตัวโครงการ "Software Dee Season 3"

กระทรวงวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยี โดยสำนักงานนวัตกรรมแห่งชาติ (องค์การมหาชน) หรือ สนช. จัดการแถลงข่าวเปิดตัวโครงการ “Software Dee Season 3” เพื่อเร่งสร้างผู้ประกอบการนวัตกรรมรายใหม่และเสริมสร้างขีดความสามารถพัฒนานวัตกรรมของผู้ประกอบการในอุตสาหกรรมซอฟต์แวร์ เพื่อรองรับการขยายตัวทางเศรษฐกิจสู่ตลาดโลก

IMG_0788- ดร. พันธุ์อาจ ชัยรัตน์ ผู้อำนวยการ สนช. กล่าวว่า “สมาร์ท โซลูชั่น (Smart Solution) เป็นแนวทางการสร้างธุรกิจนวัตกรรมเพื่อให้เกิดมูลค่าเพิ่มจากการนำเทคโนโลยีสารสนเทศและการสื่อสารไปใช้ให้เกิดประโยชน์ตามเป้าหมายของการเปลี่ยนแปลงระบบเศรษฐกิจไทยไปสู่เศรษฐกิจดิจิตอล เพื่อการแก้ไขปัญหาและเพิ่มศักยภาพการผลิต ตลอดจนสร้างสรรค์รูปแบบธุรกิจใหม่เพื่อสร้างความได้เปรียบในการแข่งขันของประเทศ และเสริมสร้างความเข็มแข็งให้กับภาคเอกชน ตลอดจนเกิดเป็นชุมชนของกลุ่มผู้ประกอบการยุคใหม่ (Tech Startup) เพื่อรองรับการขยายตลาดไปสู่ตลาด AEC ได้อย่างมั่นคง”

ที่ผ่านมา สนช. ให้ความสำคัญกับการพัฒนานวัตกรรมในอุตสาหกรรมซอฟต์แวร์อย่างต่อเนื่อง โดยในระยะที่ 1 (ปี 2555-2556) สนช. ได้ร่วมกับสมาคมอุตสาหกรรมซอฟต์แวร์ไทย (ATSI) พัฒนา “โครงการซอฟต์แวร์ดี...มีนวัตกรรม” โดยเป็นเงินทุนโครงการละไม่เกิน 200,000 บาท ต่อมาระยะที่ 2 (ปี 2557-2558) ได้มีการต่อยอดสู่ “โครงการซอฟต์แวร์ดี...สมาร์ทโซลูชั่น” โดยเป็นเงินลงทุนโครงการละไม่เกิน 300,000 บาท เพื่อผลักดันให้เกิดการลงทุนในธุรกิจนวัตกรรมด้านสมาร์ท โซลูชั่น จำนวน 21 โครงการวงเงินสนับสนุนรวม 5.5 ล้านบาท เกิดมูลค่าการลงทุนไม่ต่ำกว่า 213 ล้านบาท ดังนั้น เพื่อสร้างความต่อเนื่องในการเพิ่มโอกาสการเติบโตของอุตสาหกรรมซอฟต์แวร์ไทยให้มีการพัฒนานวัตกรรมในวงกว้างรองรับการขยายตัวทางเศรษฐกิจจากการเข้าร่วมเป็นส่วนหนึ่งของประชาคมเศรษฐกิจอาเซียนตลอดจนสามารถขยายตัวสู่ตลาดโลกได้อย่างมั่นคง สนช. จึงได้ร่วมมือกับพันธมิตรกลุ่มอุตสาหกรรมซอฟต์แวร์ดำเนิน “โครงการซอฟต์แวร์ดี...สมาร์ทโซลูชั่น” ระยะที่ 3  ขึ้น

แนวทางการดำเนิน “โครงการซอฟต์แวร์ดี...สมาร์ทโซลูชั่น” ระยะที่ 3 นี้ สนช. จะประสานความร่วมมือกับหน่วยงานภาครัฐและภาคเอกชน ในการแสวงหาโอกาสและพัฒนาผู้ประกอบการซอฟต์แวร์ที่มีศักยภาพ เพื่อพัฒนาโครงการนวัตกรรม “ซอฟต์แวร์ดี...สมาร์ทโซลูชั่น” จำนวน 25 โครงการ สำหรับอุตสาหกรรมเป้าหมาย 5 สาขา ได้แก่ ซอฟต์แวร์สำหรับการท่องเที่ยวและบริการซอฟต์แวร์สำหรับการเงิน ซอฟต์แวร์สำหรับค้าปลีกและอีคอมเมอร์ส ซอฟต์แวร์สำหรับการตลาดดิจิทัล และซอฟต์แวร์สนับสนุนบริษัทขนาดกลางและขนาดย่อม ภายใต้วงเงินไม่เกินโครงการละ 500,000 บาท จำนวน 20 โครงการ และโครงการละไม่เกิน 2,000,000 บาท จำนวน 5 โครงการ นอกจากนี้ ยังจะมีการจัดอบรมเชิงปฎิบัติการให้ความรู้ด้านการพัฒนานวัตกรรมซอฟต์แวร์แนวโน้มตลาดอาเซียน กระบวนการพัฒนาซอฟต์แวร์แบบลีน การเงินและการลงทุนในอุตสาหกรรมซอฟต์แวร์ ตลอดจนการพัฒนารูปแบบธุรกิจนวัตกรรมที่สามารถเติมโตสู่ตลาดโลกได้ ให้กับผู้ประกอบการในคลัสเตอร์อุตสาหกรรมซอฟต์แวร์ไทย

สำหรับแนวทางการส่งเสริมและสนับสนุนกลุ่มผู้ประกอบการยุคใหม่ สนช. มองว่าในปัจจุบันสามารถแบ่งผู้ประกอบการเป็น 3 กลุ่ม คือ ผู้ประกอบการทั่วไป (SMEs) ผู้ประกอบการที่มีศักยภาพและความพร้อม (Smart SMEs) และกลุ่มผู้ประกอบการใหม่ (Start up SMEs) โดย สนช. จะทำหน้าที่เป็นแกนกลางในการประสานความร่วมมือกับหน่วยงานทั้งภาครัฐและเอกชนในส่วนที่ไม่ซ้ำซ้อนกับหน่วยงานอื่น เพื่อส่งเสริมและสนับสนุนกลุ่มผู้ประกอบการโดยเฉพาะในกลุ่มผู้ประกอบการยุคใหม่ ให้สามารถเริ่มต้นทำธุรกิจได้ทั้งด้านเงินทุน วิชาการ และพื้นที่ โดยเฉพาะการให้วามช่วยเหลือและสนับสนุนในระยะแรกของการก้าวสู่ธุรกิจจริง ผ่านกลไกของ สนช. และหน่วยงานพันธมิตรทั้งภาครัฐ เอกขน และมหาวิทยาลัย ในด้านความช่วยเหลือพิเศษอื่นๆ เช่น ความเชี่ยวชาญเฉพาะทาง การจัดการทรัพย์สินทางปัญญา เป็นต้น

ลงทะเบียนเข้าสู่ระบบ เพื่ออ่านบทความฟรีไม่จำกัด

No comment

RELATED ARTICLE

Responsive image

Human of Tomorrow’ ในมุมคุณศุภจี อนาคตไทยต้องสร้างพร้อมกันทั้งคน ธุรกิจ และประเทศ (มุม Storytelling)

การพูดถึง ‘มนุษย์แห่งอนาคต’ มักพาเราไปสู่คำถามเรื่องทักษะ AI หรืออาชีพที่จะเปลี่ยนไป ทว่าคุณศุภจี สุธรรมพันธุ์ รองนายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงพาณิชย์ วางภาพนี้ไว้กว้างกว่าน...

Responsive image

Google เปิดตัว Gemini 3.8 Live AI ที่พูดไปคิดไปได้แบบมนุษย์ รองรับการแปลสดถึง 97 ภาษาทั่วโลก

Google เปิดตัว Gemini 3.8 Live และ 3.8 Live Extended Thinking โมเดลเสียงที่คิดไปคุยไปพร้อมกัน รองรับ 97 ภาษา สลับได้เองกลางบทสนทนา เรียกใช้เครื่องมือเบื้องหลังโดยไม่ทำให้บทสนทนาสะด...

Responsive image

Meta เปิดตัว Meta One พร้อม 50+ ฟีเจอร์บน Instagram, Facebook และ WhatsApp จ่ายเพิ่มแล้วได้อะไร ?

Instagram, Facebook และ WhatsApp เป็นแพลตฟอร์มที่ผู้ใช้คุ้นกับการใช้งานฟรี ขณะที่แบรนด์และครีเอเตอร์จ่ายเงินซื้อโฆษณาเพื่อเข้าถึงคนมากขึ้นมาโดยตลอด แต่ Meta กำลังเพิ่มทางเลือกใหม่ด...