NIA เผย 3 เทรนด์นวัตกรรม 9 อุตสาหกรรมน่าจับตา ปี 69 พร้อม 4 นโยบายพัฒนาศักยภาพธุรกิจ ขับเคลื่อนเศรษฐกิจไทย

ดร.กริชผกา บุญเฟื่อง ผู้อำนวยการสำนักงานนวัตกรรมแห่งชาติ หรือ NIA เปิดเผยว่า ท่ามกลางเทคโนโลยีปัญญาประดิษฐ์ที่มีวิวัฒนาการอย่างก้าวกระโดด ความขัดแย้งทางภูมิรัฐศาสตร์ในหลายภูมิภาค แนวคิดสลับขั้วทางการค้าที่นำไปสู่มาตรการภาษีตอบโต้แบบเท่าเทียมซึ่งสร้างความไม่แน่นอนทางเศรษฐกิจและห่วงโซ่มูลค่าโลก ตลอดจนปัญหาสิ่งแวดล้อมและภัยพิบัติทางธรรมชาติ ‘นวัตกรรม’ ยังคงเป็นส่วนสำคัญที่ต้องใช้รับมือความเปลี่ยนแปลงและความไม่แน่นอนเหล่านี้ NIA จึงชวนผู้ประกอบการไทยจับตา 3 เทรนด์นวัตกรรมที่น่าสนใจในปี 2569 ได้แก่ เทรนด์เทคโนโลยี (Technology Trend) เทรนด์ธุรกิจ (Market Trend) และเทรนด์ผู้บริโภค (Consumer Trend) 

และเพื่อเร่งส่งเสริม สนับสนุน พัฒนาศักยภาพการเติบโต และการกระจายตัวของธุรกิจนวัตกรรมให้พร้อมเป็นฟันเฟืองขับเคลื่อนเศรษฐกิจและสังคมไทยต่อไปอย่างยั่งยืน NIA ยังเปิด 4 นโยบายนวัตกรรม ประกอบด้วย 1) ส่งเสริมการลงทุนธุรกิจนวัตกรรม (Investment) 2) เชื่อมโยงทุกภาคส่วนเพื่อการพัฒนานวัตกรรม (Innovation Linkages) 3) ส่งเสริมการพัฒนานวัตกรรมในระดับพื้นที่ (Regionalization of Innovation) และ 4) ยกระดับทักษะนวัตกรรมของประเทศ (Innovation Competency at Large) 

สำหรับปี 2569 เป็นปีที่ผู้ประกอบการไทยยังคงต้องติดตามและปรับตัวให้ทันกระแสความเปลี่ยนแปลงอย่างใกล้ชิด โดยมีเทรนด์ที่ถือเป็นโอกาสและความท้าทายของธุรกิจนวัตกรรม ได้แก่ เทรนด์เทคโนโลยี Technology Trend เทรนด์ธุรกิจ (Market Trend) และ เทรนด์ผู้บริโภค (Consumer Trend)

1) เทรนด์เทคโนโลยี - ที่จะช่วยให้ ‘ต้นทุนถูกลง’ และ ‘สร้างความสามารถในแข่งขันในระยะยาว’ 

เทคโนโลยีที่น่าสนใจ เช่น Agentic AI (ปัญญาประดิษฐ์เชิงปฏิบัติการ) หรือ AI ที่สามารถทำงานแทนคนได้ อย่างการตอบแชตลูกค้า พร้อมปิดการขาย การจัดการคำสั่งซื้อ การจองคิว การเปรียบเทียบราคา และการสั่งซื้อสินค้าโดยอัตโนมัติ 

Hyper-Automation (ระบบอัตโนมัติเชื่อมโยง) ระบบบอทที่ช่วยลดงานซ้ำๆ เพิ่มประสิทธิภาพ และความแม่นยำ รวมถึงการวิเคราะห์ข้อมูลที่ช่วยในการตัดสินใจทางธุรกิจได้อย่างมีประสิทธิภาพ เช่น เมื่อมีคำสั่งซื้อจากร้านค้า ข้อมูลจะวิ่งไปตัดสต็อกในระบบบัญชี และออกใบแปะหน้าขนส่งทันทีโดยไม่ต้องใช้คนคีย์ข้อมูลซ้ำ 

Carbon Accounting (ระบบคำนวณคาร์บอนฟุตพรินต์) ถือเป็นสิ่งจำเป็นสำหรับธุรกิจเอสเอ็มอีที่มีการส่งออกหรือเป็นซัพพลายเออร์ให้บริษัทใหญ่ โดยต้องจัดทำตั้งแต่การใช้พลังงาน การผลิต การขนส่ง    และของเสีย เพื่อให้ทราบถึงร่องรอยการปลดปล่อยคาร์บอน เนื่องจากความเข้มงวดของกฎระเบียบโลก เช่น CBAM ของยุโรป ตลอดจน พ.ร.บ. โลกร้อนที่อยู่ระหว่างการเตรียมการ 

2) เทรนด์ธุรกิจ - สะท้อนแนวโน้มการเติบโตของธุรกิจและอุตสาหกรรม

เช่น Health and Wellness (ธุรกิจฮีลกายและใจ) ที่ไม่ได้มีแค่การ ‘รักษา’ แต่รวมถึงการ ‘ป้องกัน’ และการ ‘บำบัด’ ในกลุ่มคนวัยทำงานที่มีความเครียดสะสมมักพบปัญหา Office Syndrome และปัญหาการนอนหลับ จึงเป็นโอกาสให้กลุ่มธุรกิจและบริการอย่างคลินิกกายภาพบำบัด ผลิตภัณฑ์เครื่องหอม/เทียนหอมช่วยการนอนหลับ อาหารเสริมคลายเครียดจากสมุนไพรไทย หรือธุรกิจท่องเที่ยวเชิงสุขภาพ กิจกรรมโยคะ/ทำสมาธิ 

Pet Economy (เศรษฐกิจทาสหมาแมว) ซึ่งตลาดสัตว์เลี้ยงในไทยโตสวนกระแสเศรษฐกิจ จากที่เคยเป็นธุรกิจที่มีตลาดเฉพาะกลุ่มกลายมาเป็นธุรกิจกระแสหลักที่เริ่มมีคนกระโดดเข้ามาแย่งส่วนแบ่งเพิ่มขึ้น เช่น อาหารสัตว์เกรด Holistic/Organic ปรุงสุกใหม่ (Fresh Pet Food) เสื้อผ้าสัตว์เลี้ยงแฟชั่น เฟอร์นิเจอร์ที่ออกแบบให้มีฟังก์ชันสำหรับแมว ตลอดจนบริการสปา คอนโดและโรงแรมสำหรับสัตว์เลี้ยง 

Green & Circular Business (สร้างคุณค่าจากของเหลือใช้) เทรนด์รักษ์โลกทำให้ธุรกิจ ‘Upcycling’ และ ‘Recycling’ ได้รับความสนใจ สินค้าและบริการที่มีเรื่องราวสอดรับกับ เทรนด์รักษ์โลก ซึ่งแม้ว่าจะมีต้นทุนสูงแต่ก็สามารถอัปราคาขายได้สูงกว่าปกติ จึงเป็นโอกาสสำหรับธุรกิจเอสเอ็มอีในพื้นที่ ในการแปรรูปเพื่อสร้างมูลค่าให้กับวัตถุดิบท้องถิ่นและวัตถุดิบเหลือทิ้ง ผ่านการออกแบบที่ตอบโจทย์การใช้งานและตอบกระแสแฟชั่น เช่น แปรรูปเปลือกผลไม้เป็นบรรจุภัณฑ์ การนำเศษผ้าจากโรงงานมาทำกระเป๋าแฟชั่น ร้านเติมน้ำยาปรับผ้านุ่ม/แชมพู (Refill Station) ในชุมชนเพื่อลดขยะพลาสติก 

3) เทรนด์ผู้บริโภค - พฤติกรรมคนไทยเปลี่ยนไปสู่ความ ‘คุ้มค่า’ และ ‘ใส่ใจตัวเอง’ มากขึ้น

ความเปลี่ยนแปลงที่น่าสนใจ เช่น Hyper-Personalization (รู้ใจรายคน) ลูกค้าไม่ได้ต้องการแค่สินค้าคุณภาพดี แต่ต้องการสินค้าที่ ‘เหมาะกับฉันคนเดียว’ โดยฟันเฟืองสำคัญคือการวิเคราะห์และใช้ประโยชน์ข้อมูล เพื่อเข้าใจความต้องการของลูกค้าอย่างลึกซึ้ง เช่น อาหารเสริมที่จัดชุดตามผลตรวจเลือด สกินแคร์ที่ปรับสูตรตามสภาพผิวเฉพาะ

Silver Solution (สูงวัยมีสุข) ประเทศไทยก้าวเข้าสู่สังคมสูงวัยสมบูรณ์แบบ ดังนั้น การออกแบบธุรกิจและบริการเพื่ออำนวยความสะดวกและความปลอดภัยให้กับลูกค้ากลุ่มนี้จะช่วยสร้างความแตกต่าง  ให้กับธุรกิจ เช่น บริการปรับปรุงห้องน้ำ/บ้านเพื่อความปลอดภัย ทัวร์ท่องเที่ยวแบบสโลว์ไลฟ์สำหรับวัยเกษียณ บริการผู้ช่วยพาไปหาหมอ 

Muketing หรือ Magic Economy (สายมูฮีลใจ) ความเชื่อและความศรัทธาอยู่คู่กับคนไทยมายาวนาน    จนกลายเป็นวิถีชีวิต ประเพณีและวัฒนธรรม ที่สามารถนำมาสร้างมูลค่าทางเศรษฐกิจอย่างมหาศาล เหมาะกับการส่งเสริมธุรกิจทัวร์ทำบุญไหว้พระ ผลิตภัณฑ์บนความเชื่ออย่างกำไลข้อมือและตะกรุดแฟชั่น ซึ่งผสมรวมระหว่างงานศิลปะกับความเชื่อเรื่องอำนาจเหนือธรรมชาติที่มีพลังวิเศษ

ดร. กริชผกา กล่าวเพิ่มเติมว่า ที่ผ่านมา NIA มีเป้าหมายสำคัญในการปรับเปลี่ยนประเทศไปสู่ ‘เศรษฐกิจฐานนวัตกรรม’ เพื่อสร้างความสามารถในการแข่งขันระยะยาวที่ตอบสนองต่อความเปลี่ยนแปลงในอนาคต โดยมีธุรกิจสตาร์ตอัปและผู้ประกอบการฐานนวัตกรรมเป็นหัวใจสำคัญ ซึ่งจำเป็นต้องเร่งสร้างอุตสาหกรรมใหม่เพื่อเป็นแรงขับเคลื่อนทางเศรษฐกิจ และผลักดันนวัตกรรมไทยให้เติบโต พร้อมก้าวสู่การเป็น ‘ชาตินวัตกรรม’ ผ่านเป้าหมายหลัก ได้แก่ 

  • 1) การพัฒนานวัตกรรมบนฐานเทคโนโลยีขั้นสูง ซึ่งมีความซับซ้อนที่เป็นจุดแข็งและสร้างความได้เปรียบในการแข่งขันที่คู่แข่งไม่สามารถลอกเลียนแบบได้ง่าย 
  • 2) การสร้างผลิตภัณฑ์และบริการมูลค่าสูงบนฐานความคิดสร้างสรรค์และทุนทางวัฒนธรรม และ 
  • 3) การเตรียมความพร้อมกำลังคนไปสู่แรงงานสูงที่ก้าวทันเทคโนโลยีที่เปลี่ยนแปลงอย่างรวดเร็ว เพื่อตอบสนองต่อโครงสร้างประชากรและตลาดแรงงานที่เปลี่ยนไป 

เปิด 'นโยบายนวัตกรรม' ใต้ปีก NIA

ในฐานะผู้กำหนดทิศทางนวัตกรรม (Focal Conductor) หลายปีมานี้ NIA ทำงานร่วมกับพันธมิตรทั้งในประเทศและต่างประเทศ เพื่อส่งเสริมและสนับสนุนผู้ประกอบธุรกิจนวัตกรรมในทุกมิติผ่านแนวคิด 4G ได้แก่ Groom การบ่มเพาะและพัฒนาศักยภาพด้านนวัตกรรม Grant การให้เงินทุน Growth การสร้างโอกาสขยายตลาดและแหล่งเงินทุน และ Global การเข้าสู่ตลาดระดับโลก 

และเพื่อสนับสนุนให้ธุรกิจนวัตกรรมไทยสามารถเติบโตอย่างเข้มแข็งและแข่งขันได้ในตลาดโลก ปี 2569 NIA มุ่งเน้นขับเคลื่อนเศรษฐกิจและสังคมไทยผ่าน ‘นโยบายนวัตกรรม’ ได้แก่ 

1) ส่งเสริมการลงทุนธุรกิจนวัตกรรม โดย NIA มีกลไกสนับสนุนทางการเงินที่หลากหลายในรูปแบบเงินให้เปล่าซึ่งเหมาะกับธุรกิจนวัตกรรมในระยะเริ่มต้น แต่สำหรับธุรกิจนวัตกรรมในระยะเติบโต ‘การร่วมลงทุน’ ถือว่าสำคัญมาก เพราะช่วย ‘เติมเงินทุน’ ในการนำนวัตกรรมไปสู่ตลาดและการขยายธุรกิจ ซึ่งปีนี้ NIA มุ่งเน้นการต่อยอดและขยายผลกลไกการร่วมลงทุน เช่น Corporate Co-funding และ กลไกการร่วมลงทุนจากภาครัฐ (NIA venture) โดยดำเนินการร่วมกับบริษัทร่วมลงทุน (VC/CVC) นอกจากนี้ ยังมีโปรแกรม Global Investment Link เพื่อสนับสนุนการเติบโตและการขยายตัวของธุรกิจนวัตกรรมผ่านการเข้าถึงแหล่งทุนทั้งในและต่างประเทศ ตลอดจนมาตรการการยกเว้นภาษี Capital Gains Tax เพื่อส่งเสริมการระดมทุนในธุรกิจสตาร์ตอัป โดยการยกเว้นภาษีเงินได้บุคคลธรรมดาและภาษีเงินได้นิติบุคคลสำหรับส่วนเกินทุน 

2) เชื่อมโยงทุกภาคส่วนเพื่อการพัฒนานวัตกรรม ซึ่งต้องอาศัยสภาพแวดล้อมที่ช่วยสนับสนุนการทำงานร่วมกันระหว่างภาคการศึกษาและภาคอุตสาหกรรม/ภาคธุรกิจ เพื่อให้เกิดการแปลงงานวิจัยจากรั้วมหาวิทยาลัยไปสู่การใช้งานจริง โดย NIA มีการพัฒนากลไกสนับสนุนที่ไม่ใช่การเงินเพื่อยกระดับงานวิจัยไปสู่เชิงพาณิชย์ผ่านการเชื่อมโยงองค์ประกอบที่หลากหลายในระบบนิเวศนวัตกรรม ได้แก่ การเร่งสร้างการเติบโต (NIA Acceleration) ใน 5 อุตสาหกรรม การพัฒนาศูนย์กลางเครือข่ายนวัตกรรม (Thailand Innovation Hub) แพลตฟอร์มเชื่อมโยงการทำงานร่วมกันระหว่างหน่วยงาน ผู้เชี่ยวชาญ และผู้ประกอบการในพื้นที่ทั่วประเทศ เพื่อยกระดับศักยภาพและส่งเสริมการใช้ประโยชน์งานวิจัยพัฒนาของภาคอุตสาหกรรม ตลอดจนมาตรการสนับสนุนด้านภาษี เช่น สิทธิประโยชน์ด้านภาษีสำหรับย่านนวัตกรรมการแพทย์ จากสำนักงานคณะกรรมการส่งเสริมการลงทุน (BOI) ในการสนับสนุนสิทธิพิเศษด้านภาษีเงินได้นิติบุคคล การยกเว้นภาษีนำเข้าเครื่องจักร/วัตถุดิบ และสิทธิประโยชน์อื่นๆ และในอนาคต NIA มีแผนการส่งเสริมการใช้ทรัพย์สินทางปัญญาในการระดมทุน (IP Financing) เพื่อปลดล็อกมูลค่าทรัพย์สินทางปัญญาของธุรกิจนวัตกรรมและสตาร์ตอัป ให้ธุรกิจสามารถนำทรัพย์สินทางปัญญามาใช้ประโยชน์เป็นหลักประกันในการกู้ยืมเงินทุนหรือระดมทุน 

3) ส่งเสริมการพัฒนานวัตกรรมในระดับพื้นที่ เพื่อพัฒนาเศรษฐกิจและยกระดับคุณภาพชีวิตของผู้คนในพื้นที่ ผ่านกลไกการทำงานร่วมกับบุคลากรในพื้นที่อย่าง หน่วยขับเคลื่อนนวัตกรรมเพื่อสังคม ที่ช่วยบ่มเพาะ ยกระดับและพัฒนาขีดความสามารถให้แก่วิสาหกิจเพื่อสังคมหรือผู้ที่สนใจเข้ามามีส่วนร่วมในการแก้ปัญหาสังคมจนสามารถพัฒนาแนวคิดสู่ต้นแบบหรือโครงการนำร่อง พร้อมทั้งสนับสนุนทุนในการนำแนวคิดนวัตกรรมมาขยายผลผ่านโครงการนวัตกรรมแบบเปิด โครงการนวัตกรรมสำหรับเมืองและชุมชน และโครงการหมู่บ้านนวัตกรรมเพื่อสังคม รวมถึงการนำรูปแบบกลไกการให้เงินทุนอุดหนุนมาจัดทำเป็นแผนภาพการสนับสนุนตามการเติบโตของนวัตกรรมสำหรับผู้ประกอบการนวัตกรรม เพื่อให้เห็นแนวทางการเติบโตได้อย่างชัดเจนมากขึ้น ตลอดจนการส่งเสริมศักยภาพของผลิตภัณฑ์และบริการนวัตกรรมของนวัตกรในพื้นที่ให้เติบโตไปสู่ตลาดระดับประเทศผ่านโครงการ ‘นิลมังกร เดอะเรียลลิตี้’ ที่สร้างแรงบันดาลใจในการสร้างธุรกิจนวัตกรรมให้กับคนทั่วไปที่จะแปลงธุรกิจคนตัวเล็กให้กลายเป็นฮีโร่ของเศรษฐกิจท้องถิ่น กลไกหล่านี้ไม่ใช่แค่เพิ่มรายได้ให้กับธุรกิจในพื้นที่ แต่เป็น การสร้างงาน สร้างเงินหมุนเวียนและเพิ่มโอกาสในชุมชน เพื่อสร้างความมั่งคั่งที่เติบโตไปพร้อมชุมชน

4) ยกระดับทักษะนวัตกรรมของประเทศ โดยชุดความคิด ความรู้ ทักษะ และระบบการจัดการด้านนวัตกรรม เป็นสิ่งที่ต้องปลูกฝังให้กับกำลังคนและธุรกิจนวัตกรรมไทย โดยเฉพาะนวัตกรและเจ้าของธุรกิจ การรู้เท่าทันความเปลี่ยนแปลง ความรู้ทางเทคโนโลยีและธุรกิจ ตลอดจนชุดความคิดความเป็นผู้ประกอบการ และการเติบโตสู่ตลาดสากล เป็นสิ่งที่ต้องเตรียมความพร้อมให้กับธุรกิจนวัตกรรมตั้งแต่วันเริ่มต้น ทั้งนี้ NIA ให้ความสำคัญกับการปลูกฝังชุดความคิดและทักษะนวัตกรให้กับกำลังคนรุ่นใหม่ ทั้งในระดับเยาวชนและธุรกิจสตาร์ตอัป ผ่านโปรแกรม STEAM4INNOVATOR และ Startup Thailand League ตลอดจนหลักสูตรการฝึกอบรมที่จะช่วยยกระดับธุรกิจด้วยนวัตกรรมของ สถาบันวิทยาการนวัตกรรม (NIA Academy) 

ดร.กริชผกาให้ข้อมูลเพิ่มสำหรับองค์กรธุรกิจและผู้ประกอบการเอสเอ็มอีว่า การเสริมสร้างขีดความสามารถในการปรับตัวไปสู่การเป็น ‘องค์กรนวัตกรรม’ ผ่านการจัดการนวัตกรรมที่เป็นระบบ จะช่วยยกระดับขีดความสามารถในการแข่งขันของผู้ประกอบการไทย

"โดย NIA นำกระบวนการ Consultative Assessment มาช่วยสะท้อนให้ผู้ประกอบการมองเห็นจุดแข็ง จุดอ่อน และโอกาสในการพัฒนา ‘นวัตกรรม’ ควบคู่กับการพัฒนา ‘ผลิตภาพ’ อย่างเป็นระบบ ผ่านโครงการ INNOProductivity for SMEs เพื่อพัฒนาผู้ประกอบการนวัตกรรมไทยให้มีการวางระบบการจัดการนวัตกรรมในองค์กรอย่างเหมาะสม สอดคล้องกับบริบท ขนาด และศักยภาพของธุรกิจ โดยในปีนี้จะต่อยอดกิจกรรมไปสู่   การสนับสนุนการวางระบบนวัตกรรมในองค์กรให้เป็นไปอย่างสอดคล้องกับมาตรฐานระบบการจัดการนวัตกรรมสากล อย่าง ISO56001"

ลงทะเบียนเข้าสู่ระบบ เพื่ออ่านบทความฟรีไม่จำกัด

No comment

RELATED ARTICLE

Responsive image

LinkedIn จัดอันดับ 25 งานโตเร็วในปี 2026 สะท้อนทิศทางตลาดแรงงานยุค AI ใครได้ไปต่อ ใครเริ่มชะลอ และงานแบบไหนที่ตลาดต้องการสูงสุด

รายงาน Jobs on the Rise 2026 จาก LinkedIn เผย 25 งานที่เติบโตเร็วที่สุดในสหรัฐฯ ชี้ชัดว่า AI ครองอันดับ แต่งานโลกจริงยังจำเป็น สายที่ปรึกษาโตแรง และตลาดแรงงานกำลังให้รางวัลกับคนที่...

Responsive image

ไทย-อินเดีย จับมือเปิดตลาดส่งออกสินค้าบริการรักษ์โลก วัสดุก่อสร้าง-เฟอร์นิเจอร์ ฉลากเขียวและฉลากสิ่งแวดล้อม สร้างโอกาสใหม่ให้ผู้ประกอบการไทย

สถาบันสิ่งแวดล้อมไทย (TEI) จับมือองค์กรธุรกิจอินเดีย ลงนามความตกลงการยอมรับร่วม (MRA) ด้านฉลากเขียวและฉลากสิ่งแวดล้อม ผลักดันสินค้าและบริการไทยสู่ตลาดอินเดีย ภายใต้นโยบาย SDG Toget...

Responsive image

Andrew Ng เปิดคอร์สสอน “Vibe Coding” ฟรี สั่ง AI ให้สร้างแอปได้จริงใน 30 นาที โดยไม่ต้องเขียนโค้ด

Andrew Ng เปิดคอร์สฟรี “Build with Andrew” สอนทักษะ Vibe Coding ให้ทุกคนสร้างแอปได้จริงใน 30 นาที โดยไม่ต้องมีพื้นฐานการเขียนโค้ด เปลี่ยนไอเดียให้กลายเป็น Web Application ด้วยการสื...