ปรากฏการณ์ใหม่ของวงการช้อปปิ้งมาถึงไทยแล้ว เมื่อ Central Retail จับมือกับ Emart ยักษ์ใหญ่จากเกาหลีใต้ เปิดตัว No Brand (โนแบรนด์) ร้านไลฟ์สไตล์สโตร์ที่ขึ้นชื่อเรื่อง “ของดีและราคาย่อมเยาว์” ในรูปแบบ Standalone สาขาแรกของประเทศไทย ณ ชั้น B1 เซ็นทรัล บางนา

การปรากฏตัวของ No Brand Standalone สาขาแรกในประเทศไทย ณ เซ็นทรัล บางนา ไม่ใช่แผนที่เพิ่งเกิดขึ้นไม่นานมานี้ แต่นี่คือแผนระยะยาวที่ถูกบ่มเพาะผ่านการเก็บข้อมูลมาราว 1-2 ปีของ CRC ที่ต้องการปฏิวัติพอร์ตโฟลิโอธุรกิจอาหารให้แข็งแกร่งและครอบคลุมทุกความต้องการของผู้บริโภคยุคใหม่
หากมองดูอาณาจักรค้าปลีกอาหารของ CRC เราจะเห็นความสำเร็จระดับปรากฏการณ์ของ Tops ที่ครองบัลลังก์ในเซกเมนต์ Premium & Mass Premium มาอย่างยาวนาน แต่เมื่อโลกก้าวเข้าสู่ยุคเศรษฐกิจผันผวน พฤติกรรมผู้บริโภคเกิดการ Shift ครั้งใหญ่สู่เทรนด์ Smart Shopper หรือกลุ่มคนที่มองหาความคุ้มค่าระดับสูงสุด โดยที่ไม่ยอมลดทอนมาตรฐานของคุณภาพและภาพลักษณ์ลง
CRC เล็งเห็นช่องว่างขนาดใหญ่ในตลาดไทย นั่นคือกลุ่ม Value Retail ร้านค้าที่สามารถส่งมอบสินค้าคุณภาพดีเยี่ยมในราคาที่เข้าถึงได้ง่าย แต่ยังคงความเท่ ความทันสมัย ซึ่ง No Brand คือ ตัวเลือกที่เหมาะสมมากที่จะเข้ามาเติมเต็ม Ecosystem ของ CRC ให้กลายเป็น World-Class Grocery Destination ได้อย่างสมบูรณ์แบบ

ถ้าคุณเดินเข้าไปในห้าง แล้วเจอสินค้าสองชิ้นที่คุณภาพเท่ากันเป๊ะ แต่อันหนึ่งติดโลโก้หรูหรา ราคา 100 บาท กับอีกอันหนึ่งดีไซน์เรียบ ๆ สีเหลืองสดใส ราคาแค่ 60 บาท... คุณจะเลือกชิ้นไหน?
นี่คือจุดกำเนิดของ No Brand ร้านค้าปลีกสุดฮิตจากประเทศเกาหลีใต้ ภายใต้เครือยักษ์ใหญ่อย่าง Emart (เครือเดียวกับห้าง Shinsegae ห้างหรูชั้นนำในเกาหลีใต้) ที่ลุกขึ้นมาปฏิวัติวงการช้อปปิ้งด้วยแนวคิดสุดโต่งว่า "เราจะไม่ขายแบรนด์ แต่เราจะขายคุณภาพในราคาที่ยุติธรรมที่สุด"

ย้อนไปปี 2015 Emart มองเห็น Pain Point ของคนเกาหลีว่าต้องจ่ายเงินแพง ๆ ไปกับค่าพรีเซนเตอร์ดาราและบรรจุภัณฑ์ที่หรูหราเกินความจำเป็น เขาจึงสร้างแบรนด์ที่ชื่อว่า No Brand ขึ้นมา
ไม่จ้างดารา: ลดค่าการตลาดให้เป็น 0
ไม่เน้นแพ็กเกจหรู: ใช้บรรจุภัณฑ์เรียบง่ายแต่ใช้งานได้จริง
เน้นคุณภาพข้างใน: เอาเงินที่ประหยัดได้ไปลงกับการคัดเลือกวัตถุดิบที่ดีที่สุด
จนปัจจุบัน No Brand กลายเป็นร้านที่คนเกาหลีต้องมีติดไว้ทุกย่าน และขยายไปทั่วโลกกว่า 20 ประเทศ รวมถึงไทยในวันนี้ด้วย
หลายคนอาจจะคุ้นหน้าคุ้นตาสินค้า No Brand มาบ้าง เพราะ CRC เริ่มนำสินค้าแบรนด์นี้เข้ามาวางขายใน Tops ตั้งแต่ปี 2022 แต่ทำไมต้องทุ่มทุนสร้างบ้านหลังใหม่ให้แบรนด์นี้ด้วย จากการที่ Techsauce ได้ไปร่วมงานเปิดตัวของ No Brand ในวันนี้ (31/03/2026) นี่คือ 3 เหตุผลทางธุรกิจที่น่าสนใจ

ตลอด 4 ปีที่ผ่านมา (2022-2026) สินค้า No Brand ที่วางขายใน Tops ทำหน้าที่เป็นสินค้าที่เข้าไปทดสอบรสนิยมคนไทย ข้อมูลจาก Big Data ของ CRC พบว่ายอดขายเติบโตแบบก้าวกระโดด โดยเฉพาะในปี 2568 ที่พุ่งสูงขึ้นถึง 1.5 เท่า ลูกค้าไม่ได้มองหาแค่ขนมอีกต่อไป แต่เริ่มโหยหา Ecosystem ทั้งหมดของแบรนด์ ตั้งแต่อาหารแช่แข็งไปจนถึงสกินแคร์ ซึ่งพื้นที่บนเชลฟ์ใน Tops ไม่สามารถรองรับความต้องการที่ขยายตัวได้อีกต่อไป
เพราะเชลฟ์ในซูเปอร์มาร์เก็ตมีพื้นที่จำกัด แต่ร้าน Standalone สามารถขนสินค้ามาได้ครบวงจรถึง 2,200 รายการ ทั้งอาหารแช่แข็ง ของใช้ และสกินแคร์ และการปักหมุดที่ เซ็นทรัล บางนา คือยุทธศาสตร์การเลือกทำเลทองที่มีกำลังซื้อสูงและมีความเป็นคนรุ่นใหม่สูงมาก
นายธนวัตร จิรจริยาเวช กรรมการผู้จัดการ บริษัท เซ็นทรัล ฟู้ด รีเทล จำกัด เผยว่านี่คือเพียงจุดเริ่มต้นเท่านั้น โดยบริษัทวางแผนขยายสาขา No Brand อย่างต่อเนื่อง คาดว่าจะเปิดสาขาที่ 2 ภายในไตรมาส 3 ของปีนี้ และตั้งเป้าให้ครบ 10 สาขา ภายในปี 2571
หนึ่งในคำถามที่ใหญ่ที่สุดเมื่อแบรนด์ต่างชาติเข้ามาเปิดตัวในไทยคือ “ราคาจะบวกเพิ่มจนแพงหรือเปล่า?” แต่สำหรับ No Brand สาขาสแตนด์อโลนแห่งแรกนี้ บอกได้คำเดียวว่าเซอร์ไพรส์มาก เพราะเขายังคงคอนเซ็ปต์เดิมคือการตัดงบการตลาดที่ไม่จำเป็นออก นั่นทำให้ราคาสินค้าส่วนใหญ่ต่ำกว่า 100 บาท ซึ่งเป็นเรตที่สู้กับร้านสะดวกซื้อและสตรีทฟู้ดบ้านเราได้สบาย ๆ เช่น
Tteokbokki (ต็อกบกกี) เมนูซิกเนเจอร์ที่ทำสด ๆ ร้อน ๆ ราคาเริ่มต้นเพียง ถ้วยละ 49 บาท เท่านั้น แต่ได้รสชาติออริจินัลเหมือนบินไปกินที่เกาหลี
Ready-to-Eat (อาหารพร้อมทาน): สำหรับวัยทำงานหรือสายรีบเร่ง เมนูอาหารเกาหลีแบบกล่อง ส่วนใหญ่ราคาจะเกาะกลุ่มอยู่ที่ประมาณ 89 บาท ซึ่งถือว่าคุ้มค่ามากเมื่อเทียบกับปริมาณและรสชาติอาหาร
Trendy Snacks & Essentials: สินค้าอุปโภคบริโภคอื่นๆ ตั้งแต่ขนมขบเคี้ยวไปจนถึงของใช้ในบ้าน ส่วนใหญ่จะวางราคาไว้ให้ตัดสินใจง่าย โดยเฉลี่ยแล้วยังมีสินค้าที่แบงก์ร้อยใบเดียวมีทอนอยู่ในแทบทุกหมวดหมู่
ใครที่อยากไปทดลองก็สามารถไปเลือกดูสินค้าได้ที่ ชั้น B1 ศูนย์การค้าเซ็นทรัล บางนา พร้อมดีลฉลองเปิดร้าน ซื้อ 1 แถม 1 และสินค้าราคาพิเศษอีกมากมาย ตั้งแต่วันนี้ – 14 เมษายน 2569 นี้
ลงทะเบียนเข้าสู่ระบบ เพื่ออ่านบทความฟรีไม่จำกัด