Palo Alto Networks จับมือ สกมช. ออกโรดแมปกันภัย 'คลาวด์ภาครัฐ' ย้ำตรวจจับภัยไซเบอร์ พึ่งแต่คนไม่ไหว ต้อง AI ร่วมด้วย

Palo Alto Networksดร.ธัชพล โปษยานนท์ ผู้อำนวยการประจำประเทศไทยและเวียดนาม พาโล อัลโต้ เน็ตเวิร์กส์

พอข้อมูลต่างๆ ขึ้นมาอยู่บนคลาวด์ ชีวิตของพลเมืองยุคดิจิทัล รวมถึงองค์กรก็สะดวกสบายยิ่งขึ้น แต่ขณะเดียวกัน แฮกเกอร์กับภัยคุกคามทางไซเบอร์ก็มีมากตาม และยังมีแนวโน้มว่าจะเกิดถี่ขึ้น รุนแรงขึ้น ผู้นำระดับโลกด้านความปลอดภัยไซเบอร์ที่ขับเคลื่อนด้วย AI อย่าง พาโล อัลโต้ เน็ตเวิร์กส์ (Palo Alto Networks) จึงจับมือกับ สำนักงานคณะกรรมการการรักษาความมั่นคงปลอดภัยไซเบอร์แห่งชาติ (สกมช.) หรือ NCSA วางกลยุทธ์ส่งเสริมความเข้าใจเรื่องการใช้งานคลาวด์ภาครัฐ กำหนดมาตรฐานที่บุคลากรในสังกัดต่างๆ ควรรู้ เพื่อการใช้งานคลาวด์ภาครัฐอย่างปลอดภัย ข้อมูลไม่รั่วไหล และมีธรรมาภิบาล 

ส่องความปลอดภัย การใช้งานระบบคลาวด์ภาครัฐ 

สำหรับประเทศไทย ภาครัฐกำลังส่งเสริมและผลักดันนโยบาย Cloud First Policy อย่างจริงจัง เพื่อบูรณาการใช้งานเทคโนโลยีคลาวด์ในหน่วยงานภาครัฐทุกแห่ง รวมถึงองค์กรและภาคเอกชนที่เกี่ยวข้องกับโครงสร้างพื้นฐานที่สำคัญของประเทศ เพื่อรองรับการเปลี่ยนผ่านสู่ดิจิทัลของประเทศ 

อย่างไรก็ตาม เมื่อโครงสร้างพื้นฐานคลาวด์เติบโตขึ้นตามการเติบโตของ AI ข้อมูลบนคลาวด์ก็ตกเป็นเป้าหมายสำคัญของการโจมตีจากแฮกเกอร์ 

Palo Alto Networks

โดยใน รายงานสถานะความปลอดภัยบนคลาวด์ประจำปี 2568  (State of Cloud Security Report) ของพาโล อัลโต้ เน็ตเวิร์กส์ ระบุว่า 99% ขององค์กรเคยเผชิญกับการโจมตีต่อระบบ AI อย่างน้อยหนึ่งครั้งในช่วงปีที่ผ่านมา

พาโล อัลโต้ เน็ตเวิร์กส์ จึงร่วมกับ สกมช. ประกาศเปิดตัวแผนงานเชิงกลยุทธ์เพื่อรักษาความปลอดภัยบนคลาวด์ในประเทศไทย ในลักษณะของ แผนงานเชิงกลยุทธ์ 3 ระยะ ซึ่งเกิดขึ้นหลังจาก การประเมินสถานะความปลอดภัยบนคลาวด์ของพาโล อัลโต้ เน็ตเวิร์กส์ (Cloud Security Posture Assessment: SPA) โดยการประเมินได้พิจารณาจากมาตรการและความพร้อมด้านความปลอดภัยบนคลาวด์ของหน่วยงานภาครัฐ 13 แห่ง และสนับสนุนการจัดทำโรดแมปให้ประเทศไทย ซึ่งจะเป็นรากฐานสำคัญในการปฎิบัติตามกรอบการทำงานด้านการรักษาความมั่นคงปลอดภัยไซเบอร์ระบบคลาวด์ (Thailand’s National Cloud Security Framework) ที่ สกมช. เผยแพร่ตั้งแต่ปี 2568 และเร่งยกระดับความสามารถในการป้องกันเชิงรุกของภาครัฐอย่างยั่งยืน 

รู้อะไรบ้างจากการพิจารณาความปลอดภัยบนคลาวด์ของหน่วยงานภาครัฐ 13 แห่ง 

สำหรับผลการประเมินความพร้อมด้านความมั่นคงปลอดภัยบนระบบคลาวด์ของหน่วยงานภาครัฐ 13 แห่ง พบว่า หน่วยงานภาครัฐมีระดับความพร้อมที่แตกต่างกันดังนี้

  • ในด้านการวางแผนเชิงกลยุทธ์หน่วยงานภาครัฐทั้ง 13 แห่ง สามารถทำได้ดี โดยมีคะแนนเฉลี่ยที่ประมาณ 84% ในหัวข้อกลยุทธ์คลาวด์ (Cloud Strategy) และ 82% ในศูนย์ปฏิบัติการด้านความปลอดภัย (Security Operations)

  • Cloud Security Posture บนไพรเวทคลาวด์เป็นอีกหนึ่งหัวข้อที่ทำคะแนนอยู่ในระดับสูง คือ 77% 

  • ผลการประเมินชี้ให้เห็นว่ายังมีโอกาสอีกมากสำหรับการพัฒนาในด้านความปลอดภัยระหว่างการทำงานของระบบคลาวด์ (Cloud Runtime) และความปลอดภัยของแอปพลิเคชันบนคลาวด์ (Cloud Application Security) นอกจากนี้ยังพบว่า 70% ของหน่วยงานยังได้รับผลกระทบจากการตั้งค่าระบบผิดพลาด และข้อจำกัดในการบริหารจัดการแบบรวมศูนย์

  • ผลการประเมินยังระบุว่า 60% ของหน่วยงานภาครัฐยังขาดการเชื่อมโยงข้อมูลภัยคุกคามกับศูนย์ปฏิบัติการความปลอดภัย (SOC) ทำให้การตอบสนองต่อภัยคุกคามทำได้ล่าช้า โดยเฉพาะภัยคุกคามที่ขับเคลื่อนด้วย AI ขณะที่การป้องกันส่วนใหญ่ยังเป็นการตั้งรับ (Reactive) มากกว่าเป็นการป้องกันในเชิงรุก (Proactive)

ผลที่ได้แสดงให้เห็นว่า การประเมินที่ครอบคลุมในทุกด้านของ การประเมินสถานะความปลอดภัยบนคลาวด์ของพาโล อัลโต้ เน็ตเวิร์กส์ (Cloud SPA) มีความสำคัญอย่างยิ่งในการระบุถึง จุดแข็งและจุดอ่อนที่สำคัญในด้านความปลอดภัยบนระบบคลาวด์ของหน่วยงานภาครัฐ ซึ่งเป็นข้อมูลสำคัญที่นำไปสู่การสนับสนุนการวางโรดแมปของระบบคลาวด์ให้กับประเทศ ก่อนที่ มาตรฐานด้านการรักษาความมั่นคงปลอดภัยไซเบอร์ระบบคลาวด์ พ.ศ. 2567 จะเริ่มมีผลบังคับใช้ในเดือนกันยายน 2569 นี้

และเพื่อแก้ไขปัญหาดังกล่าวพาโล อัลโต้ เน็ตเวิร์กส์ ได้สนับสนุนการจัดทำโรดแมปของระบบคลาวด์ให้กับประเทศไทยที่อยู่ในระหว่างการจัดทำโดย สกมช. เพื่อผลักดันภาครัฐสู่การรักษาความมั่นคงปลอดภัยเชิงรุกที่ขับเคลื่อนด้วย AI: 

  • ระยะที่ 1 การเตรียมความพร้อมและวางรากฐาน (Foundations & Readiness) มุ่งเน้นการกำหนดมาตรฐานกลางและการใช้แพลตฟอร์มปกป้องแอปพลิเคชันบนคลาวด์ (CNAPP) และกำหนดการดำเนินงานขั้นต่ำเพื่อลดการตั้งค่าระบบคลาวด์ที่ผิดพลาด

  • ระยะที่ 2 การเฝ้าระวังและตอบสนองเชิงรุก (Proactive Surveillance & Response) เป็นการเชื่อมต่อระบบคลาวด์เข้ากับศูนย์ปฏิบัติการความปลอดภัย รวมถึงการพัฒนาคู่มือแนวทางปฏิบัติเพื่อรับมือกับเหตุฉุกเฉิน (Playbooks) และจัดตั้งคณะทำงาน เพื่อขับเคลื่อนความร่วมมือและการแลกเปลี่ยนองค์ความรู้

  • ระยะที่ 3 ความยั่งยืนและกรอบการกำกับ (Sustainability & Regulation) จัดตั้งศูนย์ความเป็นเลิศด้านความมั่นคงปลอดภัย AI และคลาวด์ (CoE) จัดตั้งทีมตอบสนองเหตุฉุกเฉินด้านคลาวด์ Cloud CERT รวมถึงการปรับปรุงมาตรฐานการจัดซื้อจัดจ้างให้บูรณาการข้อกำหนดด้านความปลอดภัยเป็นส่วนหนึ่งในการพิจารณา

พลอากาศตรี อมร ชมเชย เลขาธิการคณะกรรมการการรักษาความมั่นคงปลอดภัยไซเบอร์แห่งชาติ (สกมช.)

พลอากาศตรี อมร ชมเชย เลขาธิการคณะกรรมการการรักษาความมั่นคงปลอดภัยไซเบอร์แห่งชาติ (สกมช.) กล่าวว่า “ภายใต้นโยบาย 'Cloud First' ของประเทศไทย ความมั่นคงปลอดภัยไม่ได้เป็นแค่ทางเลือก แต่เป็นรากฐานที่สำคัญต่อการพัฒนาเศรษฐกิจและสังคมดิจิทัล  ผลการประเมินในครั้งนี้ทำให้เราเห็นจุดแข็งและจุดอ่อนได้อย่างชัดเจน เพื่อเป็นแนวทางให้เราเร่งแก้ไขปรับปรุงต่อไป ภายใต้ความร่วมมือกับผู้เชี่ยวชาญระดับโลกอย่าง พาโล อัลโต้ เน็ตเวิร์กส์ ได้ช่วยให้เราสามารถปรับเปลี่ยนการทำงานจากการตั้งรับไปสู่การป้องกันในเชิงรุก เพื่อให้มั่นใจว่าบริการดิจิทัลของภาครัฐจะมีความเสถียร ปลอดภัย และพร้อมสำหรับอนาคต"

ดร.ธัชพล โปษยานนท์ ผู้อำนวยการประจำประเทศไทยและเวียดนาม พาโล อัลโต้ เน็ตเวิร์กส์ กล่าวว่า 

เรื่องความปลอดภัยไซเบอร์เป็นเรื่องที่ต้องทำงานร่วมกันอย่างใกล้ชิดระหว่างภาครัฐและเอกชน เพื่อเปลี่ยนการป้องกันแบบตั้งรับไปสู่การบริหารจัดการความปลอดภัยไซเบอร์เชิงรุกด้วย AI 

"และจากผลประเมินความพร้อมในครั้งนี้ชี้ให้เห็นว่า แม้ภาครัฐจะมีนโยบายที่ชัดเจน แต่ในสภาพแวดล้อมของการปฏิบัติงานจริง ยังจำเป็นที่จะต้องได้รับการส่งเสริมสนับสนุนให้มีความเข้มแข็งเพิ่มขึ้น การสนับสนุนการจัดทำโรดแมปนี้ทำให้เราสามารถรวบรวมเครื่องมือป้องกันที่กระจัดกระจายไว้ภายใต้แพลตฟอร์มเดียวกัน โดยแผนงานใหม่นี้มุ่งเน้นการใช้ AI และระบบอัตโนมัติ (Automation) มาช่วยให้หน่วยงานเห็นภาพรวมของระบบคลาวด์ทั้งหมดและสามารถหยุดยั้งภัยคุกคามได้แบบเรียลไทม์ เพื่อปิดช่องว่างระหว่างนโยบายและการปฏิบัติจริงได้อย่างมีประสิทธิภาพ"

เพื่อให้สอดคล้องกับมาตรฐานด้านการรักษาความมั่นคงปลอดภัยไซเบอร์ระบบคลาวด์และนโยบายคลาวด์เฟิร์สของประเทศ พาโล อัลโต้ เน็ตเวิร์กส์ ยังร่วมมือกับ สกมช. เร่งนำเทคโนโลยีคลาวด์และ AI มาเสริมความมั่นคงปลอดภัยในภาครัฐ โดยความร่วมมือนี้เป็นการ 'วางรากฐานเชิงกลยุทธ์เพื่อยกระดับการคุ้มครองข้อมูลและการปฏิบัติตามมาตรฐานใหม่' ช่วยให้หน่วยงานภาครัฐสามารถเปลี่ยนผ่านไปสู่โครงสร้างพื้นฐานดิจิทัลที่มีความยืดหยุ่นได้อย่างปลอดภัย จากความร่วมมือใน 4 ด้านหลัก ได้แก่ 

  1. การนำมาตรฐานด้านการรักษาความมั่นคงปลอดภัยไซเบอร์ระบบคลาวด์มาปฏิบัติและกำกับให้เป็นไปตามข้อกำหนด 
  2. การคุ้มครองข้อมูลและการปฏิบัติตามมาตรฐานการกำกับดูแล 
  3. การฝึกอบรมและพัฒนาศักยภาพบุคลากร
  4. การขับเคลื่อนความร่วมมือด้านความปลอดภัยไซเบอร์ระหว่างภาครัฐและเอกชน


ลงทะเบียนเข้าสู่ระบบ เพื่ออ่านบทความฟรีไม่จำกัด

No comment

RELATED ARTICLE

Responsive image

3 คน 3 Key Takeaways หนุน SMEs ไทยสู่ Smart Industry ดันทั้ง Productivity และ GDP เพิ่ม โดย เอสซีจีกับเครือข่าย และภาครัฐ

Key Takeaways จากงานสัมมนา 'อุตสาหกรรมไทยก้าวกระโดด โตไปด้วยกัน...SMART INDUSTRY' ที่เอสซีจีกับเครือข่าย และภาครัฐ เผยแนวทางหนุน SMEs ไทยพลิกโฉมสู่ Smart Industry...

Responsive image

ทำไมฮ่องกงถึงกลายเป็นเบอร์ 3 แห่งโลกการเงิน เมื่อตลาดทุน + การเชื่อมจีนกับโลก + กฎ+ AI for Finance รวมตัวกันเป็นความได้เปรียบที่เมืองอื่นลอกได้ยาก

Techsauce มีโอกาสเดินทางไปร่วมงาน Asian Financial Forum 2026 ที่ฮ่องกง เพื่อหาคำตอบกับคำถามที่น่าสนใจมากข้อหนึ่งว่า ในโลกที่ศูนย์กลางการเงินแข่งขันกันดุเดือดขึ้นทุกปี ทำไมฮ่องกงยัง...

Responsive image

รู้จัก ‘Nemotron 3 Super’ Open Source ล่าสุดจาก NVIDIA โมเดล AI สำหรับระบบ Agentic Reasoning ประมวลผลเร็วกว่ารุ่นเดิม 5 เท่า

ทำความรู้จัก ‘Nemotron 3 Super’ โมเดล AI โอเพนซอร์สใหม่ล่าสุดที่ใช้สถาปัตยกรรมลูกผสม ประมวลผลเร็วขึ้น 5 เท่า ความจำระดับ 1 ล้านหน่วยคำ ตอบโจทย์การสร้างปัญญาประดิษฐ์อัตโนมัติ...