
ยุคที่ข้อมูลข่าวสารหลั่งไหลมารอบทิศทาง การตามข่าวให้ทันกลายเป็นเรื่องท้าทาย โดยเฉพาะเมื่อผู้นำในวงการเทคโนโลยีมักเลือกที่จะไปออกรายการพอดแคสต์ยาวเหยียดเพื่อประกาศข่าวสำคัญ แทนที่จะแถลงผ่านสื่อดั้งเดิม ล่าสุดแอปพลิเคชันข่าวที่ขับเคลื่อนด้วยปัญญาประดิษฐ์อย่าง Particle ซึ่งปลุกปั้นโดยอดีตทีมวิศวกรจาก Twitter ได้เปิดตัวฟีเจอร์ใหม่ที่จะมาพลิกโฉมการเสพข่าวสารของคุณไปตลอดกาล
จุดเริ่มต้นของฟีเจอร์ใหม่ที่ตอบโจทย์คนเวลาน้อย ก่อนการเปิดตัวแอปพลิเคชันบนระบบปฏิบัติการแอนดรอยด์ไม่นาน Particle ได้ปล่อยฟีเจอร์หมัดเด็ดที่เรียกว่า ‘คลิปพอดแคสต์’ ระบบนี้จะทำหน้าที่ค้นหาและสกัดช่วงเวลาที่น่าสนใจและตรงประเด็นที่สุดจากพอดแคสต์หลากหลายรายการ จากนั้นจะนำคลิปสั้นๆ เหล่านั้นมาประกบไว้ข้างบทความข่าวที่เกี่ยวข้องในหน้าฟีดของคุณ
ลองจินตนาการดูว่า แทนที่คุณจะต้องมานั่งฟังพอดแคสต์ความยาวเป็นชั่วโมงเพียงเพื่อรอฟังประโยคเด็ดแค่ 45 วินาที คุณสามารถกดฟังคลิปไฮไลต์พร้อมๆ กับการอ่านข่าวบน Particle ได้ทันที หรือหากไม่สะดวกฟัง ระบบก็ยังมีทรานสคริปต์ข้อความแบบวิ่งตามจังหวะเสียงพูดให้คุณอ่านแทนได้แบบไร้รอยต่อ
‘เราทำสิ่งนี้กับข่าวทุกเรื่องเลยก็ว่าได้ หากมีพอดแคสต์ไหนที่พูดถึง หรือแค่เฉี่ยวๆ กับประเด็นข่าวนั้น เราก็จะรวบรวมคลิปเหล่านั้นมาให้ทั้งหมด มันเป็นวิธีที่เจ๋งมาก ที่จะทำให้คุณรู้ว่าคนอื่นๆ เขาวิจารณ์หรือมีมุมมองต่อเรื่องที่คุณกำลังอ่านอยู่อย่างไรบ้าง’ Sara Beykpour ซีอีโอของ Particle และอดีตผู้บริหารระดับสูงจาก Twitter ให้สัมภาษณ์กับสื่อ
การพัฒนาฟีเจอร์นี้สะท้อนให้เห็นถึงการปรับตัวครั้งใหญ่ในระบบนิเวศสื่อ ทุกวันนี้ผู้คนไม่เพียงแค่ฟังพอดแคสต์เพื่อความบันเทิง แต่ยังเชื่อมั่นในฐานะแหล่งข่าวที่น่าเชื่อถือ ยิ่งไปกว่านั้น ซีอีโอของบริษัทเทคโนโลยีหลายแห่งเริ่มหันมาจับเข่าคุยกับโฮสต์พอดแคสต์ที่เป็นมิตร เพื่อเป็นช่องทางสื่อสารโดยตรงแทนที่จะต้องรับมือกับสื่อกระแสหลัก การติดตามพอดแคสต์จึงกลายเป็นภาคบังคับสำหรับคนที่ต้องการรู้ความเคลื่อนไหววงการเทคโนโลยีอย่างเจาะลึก
ในด้านเทคโนโลยี Sara Beykpour อธิบายว่า Particle ใช้เทคนิค ‘การฝังเวกเตอร์’ (Vector Embeddings) เพื่อวิเคราะห์และเชื่อมโยงเนื้อหาในพอดแคสต์เข้ากับข่าวต่างๆ แม้จะใช้บริการโครงสร้างพื้นฐานจากบริษัทผู้พัฒนาโมเดลภาษาขนาดใหญ่ แต่เธอย้ำว่าในกระบวนการนี้ไม่ได้ใช้ปัญญาประดิษฐ์เชิงรู้สร้าง (Generative AI) เข้ามาแทรกแซง
‘พอดแคสต์ตอนเดียวอาจมีการพูดถึงข่าวมากถึง 10 หรือ 20 ข่าว เราจึงใช้เทคโนโลยีเวกเตอร์มาช่วยแยกแยะ นอกจากนี้เรายังใช้ปัญญาประดิษฐ์ในการประมวลผลตรรกะการตัดต่อ ว่าควรจะเริ่มและจบการตัดคลิปที่วินาทีใด’ เธอกล่าวเสริม โดยระบบถอดเสียงนั้นได้รับการสนับสนุนจาก ElevenLabs ในขณะที่กลไกการเลือกจุดตัดคลิปที่แม่นยำนั้นถือเป็น ‘สูตรลับ’ เฉพาะตัวของ Particle
แนวคิดการขุดค้นข้อมูลจากพอดแคสต์กำลังเป็นที่นิยมในหมู่สำนักข่าวชั้นนำเช่นกัน สื่อใหญ่อย่าง The New York Times เองก็เริ่มนำปัญญาประดิษฐ์มาถอดเสียงและสรุปเนื้อหาจากพอดแคสต์ฝ่ายอนุรักษ์นิยม เพื่อจับทิศทางความคิดของอินฟลูเอนเซอร์ในอีกฟากฝั่งของการเมือง
ความพิเศษของ Particle ไม่ได้หยุดอยู่แค่หมวดข่าว หากคุณสนใจในตัวบุคคลระดับโลกอย่าง Sam Altman ซีอีโอของ OpenAI คุณสามารถเข้าไปที่หน้าโปรไฟล์ของเขาบนแอปพลิเคชัน เพื่อดูฟีดที่รวมทุกการให้สัมภาษณ์ผ่านพอดแคสต์ของเขาไว้ในที่เดียวได้เลย
ในขณะนี้ Particle กำลังเดินหน้าสร้างรายได้ผ่านแพ็กเกจ ‘Particle+’ ในราคา 2.99 ดอลลาร์สหรัฐต่อเดือน ซึ่งให้ผู้ใช้สามารถปรับแต่งการสรุปข่าวด้วยภาษาธรรมชาติ เปลี่ยนเสียงอ่านข่าว หรือถามคำถามเชิงลึกกับแชตบอตส่วนตัวได้
นอกจากนี้ การบุกตลาดแอนดรอยด์ยังมาพร้อมกับการปรับโฉมแถบเมนู ให้ครอบคลุมข่าวสารตามกระแส เช่น โอลิมปิกฤดูหนาว 2026 รวมถึงข้อมูลองค์ประกอบเชิงลึกที่เชื่อมโยงถึงกัน แม้บริษัทจะยังไม่เปิดเผยตัวเลขผู้ใช้งานแบบเสียเงิน แต่ซีอีโอยืนยันว่า 55 เปอร์เซ็นต์ของผู้ใช้งานมาจากนอกสหรัฐอเมริกา โดยมีประเทศอินเดียครองสัดส่วนถึง 15 เปอร์เซ็นต์เลยทีเดียว
ที่มา: TechCrunch
ลงทะเบียนเข้าสู่ระบบ เพื่ออ่านบทความฟรีไม่จำกัด