Photoshop เพิ่มฟีเจอร์​ Generative Fill ดึงพลัง AI ช่วยทำภาพ งานดีเหมือนมืออาชีพ

ล่าสุด Photoshop เพิ่มฟีเจอร์ Generative Fill ฟีเจอร์ใหม่ที่ขับเคลื่อนด้วย Generative AI โดยผสานรวมเข้ากับ Adobe Firefly แอปพลิเคชันที่อยู่ในตระกูล Generative AI ของบริษัท

Generative Fill ทำอะไรได้บ้าง

  • สร้างภาพจากข้อความ (Text Prompt) 
  • ใช้ Text Prompt ขยายภาพ และเพิ่มหรือลบวัตถุอย่างรวดเร็ว 
  • เพิ่มส่วนขยายของภาพอย่างแนบเนียน ทั้งแสง มุมมองและสไตล์ของภาพต้นฉบับ ด้วยการป้อนข้อความ

ภาพจาก : Adobe

ภาพจาก : Adobe 

โดยฟีเจอร์เหล่านี้จะไม่ทำให้เราปวดหัวกว่าเดิมและไม่ทำลายรูปภาพต้นฉบับให้เสียหายแน่นอน เพราะผู้ใช้งานสามารถเลือกเปิดปิดเลเยอร์ Generative Fill ที่แอปแนะนำได้ ตัวแอปยังสามารถแนะนำตัวเลือกการปรับแต่งรูปที่ดีที่สุดให้เราได้ด้วย


ตอนนี้ฟีเจอร์ Generative Fill ใช้ได้เฉพาะผู้ที่มี Adobe Photoshop เวอร์ชันเดสก์ท็อปรุ่นเบต้าเท่านั้น โดยคาดว่าจะเปิดตัวแบบเต็มๆ ช่วงครึ่งปีหลัง

Adobe ยังเน้นย้ำว่าการฝึกอบรมโมเดล AI ใช้ทรัพยากรภายในของบริษัทเองเท่านั้น เช่น ภาพจาก Adobe Stock หรือเนื้อหาที่เป็นสาธารณะ นั่นหมายความว่าผู้ใช้งานสามารถนำไปใช้เชิงพาณิชย์ได้ ทำให้ครีเอทีฟหรือเอเจนซี่ที่กำลังกังวลเรื่องการใช้ AI สร้างผลงานในเชิงการค้าสบายใจได้มากขึ้น

ฟีเจอร์ใหม่ๆ ของ Photoshop นี้อาจดูไม่น่าตื่นเต้นเท่าไหร่ เพราะเครื่องมือ AI ในตลาดหลายตัวก็สามารถทำได้เช่นกัน แต่การนำ AI มาสู่ Photoshop ซึ่งเป็นแอปที่คนจำนวนมากใช้ก็จะช่วยขยายฐานผู้ใช้งานได้อีกมาก

อ้างอิง : Adobe , The Verge

ลงทะเบียนเข้าสู่ระบบ เพื่ออ่านบทความฟรีไม่จำกัด

No comment

RELATED ARTICLE

Responsive image

Reed Hastings ผู้ก่อตั้ง Netflix เตรียมลงจากตำแหน่งกลางปีนี้ ปิดตำนาน 27 ปี ผู้เปลี่ยนโลกการดูหนัง

Reed Hastings ผู้ร่วมก่อตั้งและประธานบอร์ดของ Netflix กำลังจะก้าวลงจากตำแหน่งกรรมการบริษัทที่เขาสร้างขึ้นมาตั้งแต่ต้น หลังจากอยู่กับองค์กรมาอย่างยาวนานกว่า 27 ปี โดยการเปลี่ยนแปลงน...

Responsive image

สวีเดนสั่งยกเลิกหน้าจอในห้องเรียน กลับไปใช้หนังสือและปากกา

สวีเดนประกาศเลิกใช้หน้าจอในเด็กเล็ก กลับไปเน้นอ่านเขียนบนกระดาษเพื่อกู้คะแนน PISA เกิดอะไรขึ้นกับระบบการศึกษาที่เคยดีที่สุดในโลก?...

Responsive image

Opus 4.7 สรุปความเก่งของโมเดลล่าสุดจาก Anthropic คิดเองได้ว่าโค้ดผิดตรงไหน เถียงผู้ใช้ได้ ทำงานลากยาวได้โดยไม่ต้องคอยคุม

ลองนึกภาพว่าถ้าคุณเป็น Developer ที่ต้องเขียนเขียนระบบแปลงข้อความเป็นเสียงพูด (Text-to-Speech) ด้วยภาษา Rust โดยต้องเขียนตั้งแต่ Neural Model, การจัดการประมวลผลระดับฮาร์ดเแวร์, ทำ ...