ฮุน เซน ลบเพจเฟซบุ๊ก หลังมีข่าวเสี่ยงโดนแบน ขู่ทำร้ายฝ่ายตรงข้าม เจ้าตัวบอกใช้ Telegram ดีกว่า

คณะกรรมการกำกับดูแลของ Meta ร้องให้บริษัทระงับการใช้งานเพจเฟซบุ๊กของ ฮุน เซน นายกรัฐมนตรีของกัมพูชาทันทีเป็นเวลา 6 เดือน หลังเจ้าตัวโพสต์วิดีโอขู่ทำร้ายฝ่ายตรงข้าม 

ทำไม ฮุน เซน จะถูกเฟซบุ๊กแบน

เรื่องราวเริ่มต้นขึ้นเมื่อเดือนมกราคมปี 2023 เมื่อเพจเฟซบุ๊กอย่างเป็นทางการของ ฮุน เซน อัปโหลดวิดีโอ ที่มีเนื้อหายาว 41 นาที โจมตีฝ่ายตรงข้าม ที่กล่าวหาว่าตัวเขาโกงการเลือกตั้งท้องถิ่นเมื่อปีที่ผ่านมา ซึ่งพรรคประชาชนกัมพูชาของฮุน เซน ชนะไปแบบถล่มทลาย 

ในวิดีโอความยาว 41 ฮุน เซน กล่าวว่าผู้ที่วิจารณ์เขาอาจถูกดำเนินคดีในศาล หรือไม่ก็จะรวมตัวผู้สนับสนุนพรรคมาประท้วงและทำร้ายฝ่ายตรงข้าม โดยมียอดวิวรวมทั้งหมด 600,000 ครั้ง และมีผู้ร้องเรียนไปยังแพลตฟอร์มในข้อหายุยงให้เกิดการใช้ความรุนแรง 

ทางฝ่าย Meta ตอบกลับว่า มันผิดกฎแพลตฟอร์มจริง แต่ไม่ได้ดำเนินการอะไร ด้วยเหตุผลที่มันมีคุณค่าของข่าว (Newsworthiness) 

คณะกรรมการกำกับดูแลของ Meta ร้องให้แบนทันที 

คณะกรรมการกำกับดูแลของ Meta เป็นเหมือนองค์กรอิสระที่รวมผู้เชี่ยวชาญ คอยตรวจสอบความเหมาะสมของนโยบายการดูแลแพลตฟอร์มของบริษัท ทั้ง Facebook และ Instragram โดยมีอำนาจในการตรวจสอบเรื่องที่ถูกร้องเรียนเข้ามา และส่งเรื่องให้ Meta พิจารณาจัดการ 

คณะกรรมการฯ ได้เริ่มตรวจสอบวิดีโอนี้ในเดือนมีนาคม และล่าสุดเมื่อวันพฤหัสบดีที่ผ่านมา (29 มิถุนายน 2023) ก็ได้มีคำแนะนำไปยัง Meta ให้ระงับการใช้งานเพจเฟซบุ๊กของ ฮุน เซน ทันที เป็นเวลา 6 เดือน บริษัทมีเวลา 60 วันในการตัดสินใจว่าจะดำเนินการตามข้อเสนอแนะของคณะกรรมการหรือไม่ ในขณะที่สำนักข่าว Reuters รายงานว่า Meta กล่าวว่าจะลบวิดีโอนั้น แต่จะทบทวนคำแนะนำให้ระงับการใช้งานอีกครั้ง 

นอกจากนั้น คณะกรรมการฯ ยังกล่าวว่า ฮุน เซน เคยละเมิดสิทธิมนุษยชนและข่มขู่ฝ่ายตรงข้ามทางการเมือง ตลอดจนใช้สื่อสังคมออนไลน์อย่างมีกลยุทธ์ เพื่อขยายการคุกคามดังกล่าว

ฮุน เซน เย้ย ไม่ใช้ก็ได้ ไปใช้ Telegram ดีกว่า 

ด้านฮุน เซน กล่าวว่าเขาจะไม่โพสต์ผ่านเพจส่วนตัวอีก แต่จะปล่อยมันไว้แบบนั้น และยังบอกว่าจะเปลี่ยนไปใช้ Telegram แทน เพราะ "มีประสิทธิภาพมากกว่า"  โดยล่าสุด ฮุน เซน ประกาศว่าจะเลิกใช้เฟซบุ๊ก และให้ผู้ช่วยลบแอคเคาท์ทิ้งทันที และไม่ได้มีการกล่าวถึงคำตัดสินของคณะกรรมการกำกับดูแลของ Meta แต่อย่างใด เจ้าตัวอ้างว่าสาเหตุคือมีคนปลอมเป็นเขาในเฟซบุ๊ก และมันทำให้เกิดความสับสน 

อ้างอิง: asia.nikkei 

ลงทะเบียนเข้าสู่ระบบ เพื่ออ่านบทความฟรีไม่จำกัด

No comment

RELATED ARTICLE

Responsive image

เมื่อกฎหมายไม่ใช่คอขวด เจาะอนาคตสินทรัพย์ดิจิทัลอาเซียน ผ่านรายงาน SCBX และ Hashed Open Research ชี้ทิศทางอนาคตการเงินดิจิทัลแห่งเอเชียตะวันออกเฉียงใต้

SCBX ร่วมกับ Hashed Open Research (HOR) หน่วยงานคลังสมองด้านนโยบายของ Hashed บริษัทเวนเจอร์แคปิทัลด้าน Web3 ระดับโลก เปิดตัวรายงาน "Powering Southeast Asia's Digital Future" ซึ่งกล...

Responsive image

สจล. ปรับบทบาทครั้งใหญ่ ให้เริ่มทำโปรเจกต์จริงตั้งแต่ปี 1 ตอบโจทย์แวดวง AI, Semiconductor, Data Center

สจล. ปรับบทบาทมุ่งสร้าง "นวัตกร" รองรับอุตสาหกรรมอนาคต ดันสถิติบัณฑิตมีงานทำพุ่ง 85% สูงกว่าค่าเฉลี่ยประเทศ พร้อมคว้าอันดับ 1 มหาวิทยาลัยยอดนิยมสายวิทย์-เทคโนโลยี...

Responsive image

Hugging Face เล็งขายกิจการ คาดมูลค่าพุ่ง 1.3 หมื่นล้านดอลลาร์ เดินหน้าหาผู้ซื้อรายใหม่

Hugging Face กำลังเล็งขายกิจการ ซึ่งถ้าดีลนี้เกิดขึ้นจริงอาจดันมูลค่าบริษัทให้ทะยานสูงถึง 1.3 หมื่นล้านดอลลาร์สหรัฐหรืออาจมากกว่านั้น...