กลุ่ม ปตท. เตรียมทุ่มเงินกว่า 5.5 แสนล้านบาท ดันไทยเป็นศูนย์กลางรถ EV ของอาเซียน ภายในปี 2030 | Techsauce

กลุ่ม ปตท. เตรียมทุ่มเงินกว่า 5.5 แสนล้านบาท ดันไทยเป็นศูนย์กลางรถ EV ของอาเซียน ภายในปี 2030

ปตท. รัฐวิสาหกิจพลังงานรายใหญ่ของไทยเตรียมพิจารณาลงทุนกว่า 16,500 ล้านดอลลาร์ หรือประมาณ 5.5 แสนล้านบาทในโครงการที่เกี่ยวข้องกับการส่งเสริมยานยนต์ไฟฟ้าและเทคโนโลยีอื่น ๆ ที่เป็นมิตรต่อสิ่งแวดล้อม ซึ่งจะดำเนินการภายในระยะเวลา 10 ปีข้างหน้า โดยเป็นส่วนหนึ่งของการขับเคลื่อนประเทศไทยให้เป็นศูนย์กลางยานยนต์ไฟฟ้า (EV) ของภูมิภาคเอเชียตะวันออกเฉียงใต้

ปตท

ขณะนี้ ประเทศไทยเริ่มออกนโยบายที่จะเปลี่ยนทิศทางประเทศไปสู่สังคมที่ปราศจากการปล่อยก๊าซคาร์บอนสู่ชั้นบรรยากาศ โดยรัฐบาลเริ่มออกปริมาณการใช้งานเชื้อเพลิงฟอสซิล และวางเป้าหมายเพิ่มปริมาณยานยนต์ขับเคลื่อนด้วยไฟฟ้าจำนวน 30% ภายในปี 2030  

ปตท. กลุ่มพลังงานรายใหญ่ที่สุดของประเทศไทย เป็นบริษัทที่มีรายได้หลักจากการขุดเจาะก๊าซธรรมชาติและน้ำมันปิโตรเลียม รวมไปถึงการจัดการด้านการกลั่นและจัดจำหน่ายน้ำมันเชื้อเพลิง ก็เริ่มที่จะเปลี่ยนแปลงการลงทุนให้สอดคล้องกับนโยบายรัฐบาล 

“การเปลี่ยนผ่านครั้งนี้ จะนำพาธุรกิจให้ไปไกลยิ่งกว่าบริษัทพลังงานรูปแบบเดิม” นายอรรถพล ฤกษ์พิบูลย์ ประธานเจ้าหน้าที่บริหารและกรรมการผู้จัดการใหญ่ ของ ปตท. ได้ให้สัมภาษณ์กับสื่อ Nikkei  “ทางกลุ่มปตท. จะเปลี่ยนพอร์ตการลงทุนลงในธุรกิจที่ปล่อยคาร์บอนในปริมาณต่ำตามเทรนด์โลก”

ในการลงทุนครั้งนี้ ปตท. วางแผนว่าจะจัดสรรเม็ดเงินลงทุนลงให้กับธุรกิจ ที่เกี่ยวข้องกับการลดการปล่อยคาร์บอน (decarbonization) ในสัดส่วน 32% จนไปถึงปี 2030 คาดการณ์ว่าธุรกิจกลุ่มนี้จะสร้างผลกำไรได้ประมาณ 30% แม้ว่าปตท. ยังไม่ได้กำหนดปริมาณการลงทุนที่แน่ชัดจนถึงภายใน 2030 นี้ แต่บริษัทได้กล่าวว่าจะลงทุนในจำนวน 863,400 ล้านบาท ระหว่างปี 2564-2568 และคาดการณ์ว่าจะลงทุน 5.3 แสนล้านบาทในธุรกิจใหม่ที่เป็นมิตรต่อสิ่งแวดล้อมภายในปี 2030 

ทั้งหมดนี้เป็นหนึ่งในแผนสำคัญของปตท. นั่นก็คือ การพัฒนาห่วงโซ่อุปทานยานยนต์ไฟฟ้าของประเทศไทย เพื่อ “สนับสนุนนโยบายของรัฐบาลในการพัฒนาพลังงานที่เป็นมิตรต่อสิ่งแวดล้อมและปราศจากมลพิษ”

ก่อนหน้านี้ปตท. ได้ประกาศความร่วมมือกับ Foxconn บริษัทประกอบชิ้นส่วนอุปกรณ์ให้กับ Apple จากไต้หวัน ในการก่อตั้งบริษัทร่วมทุนด้านการผลิตยานยนต์โดยเฉพาะ ซึ่ง ปตท. จะถือหุ้นในบริษัทร่วมทุน 60% ขณะที่ Foxconn ถือหุ้น 40% โดยโรงงานผลิตยานยนต์ EV ที่เกิดขึ้นจากความร่วมมือครั้งนี้จะตั้งในเขตเศรษฐกิจพิเศษภาคตะวันออกของไทย ซึ่งจะเริ่มดำเนินการประมาณปี 2566 หรือ 2567 และคาดว่าการร่วมทุนครั้งนี้จะได้รับเงินทุนประมาณ 2 พันล้านดอลลาร์ 

นอกจากนี้ ปตท. ยังมีแผนการที่จะเปิดตัวธุรกิจที่เกี่ยวข้องกับการผลักดันระบบนิเวศยานยนต์ไฟฟ้าทั้งการผลิตแบตเตอรี่กักเก็บพลังงาน และสถานีชาร์จแบตเตอรี่ไฟฟ้า  ในเดือนก.คที่ผ่านมา บริษัท Global Power Synergy ซึ่งเป็นแกนธุรกิจไฟฟ้าของปตท. ได้ก่อตั้งโรงงานผลิตแบตเตอรี่ลิเธียมไอออนในลักษณะกึ่งเหลวกึ่งแข็ง โดยอาศัยเทคโนโลยีจากสตาร์ทอัพสหรัฐฯ ที่มีชื่อว่า 24M Technologies เช่นเดียวกันนี้ ปตท. ก็จะเพิ่มสถานีชาร์จพลังงานไฟฟ้าสำหรับ EV ทั่วประเทศให้พร้อมใช้งาน ซึ่งขณะนี้มีอยู่แล้ว 30 แห่งในสถานีเติมน้ำมันจากปตท.

อ้างอิงจาก Nikkei Asia

RELATED ARTICLE

Responsive image

พ้นสภาพซีอีโอ! Zilingo ไล่ Ankiti Bose ออก เหตุความผิดปกติทางการเงินร้ายแรง

หลังจากที่มีคำสั่งให้พักงานผู้ร่วมก่อตั้งและ CEO ของ Zilingo จนถึงวันที่ 5 พฤษภาคม เพื่อสอบสวนและตรวจสอบบัญชีการเงิน จากข้อกล่าวหาเรื่องความผิดปกติทางการเงิน ล่าสุด Zilingo ได้ไล่ ...

Responsive image

SCB Abacus ส่งเทคโนโลยี Inhouse ปล่อยสินเชื่อออนไลน์ถูกกฎหมาย ตั้งเป้าระดมทุน Series B ภายในปี 65

SCB Abacus ตั้งเป้าพลิกชีวิตการเงินคนไทยกู้ยาก 10% หรือราว 2.5 ล้านคน ภายในปี 67 ส่งเทคโนโลยี Inhouse ปล่อยสินเชื่อออนไลน์ถูกกฎหมาย ถูกใจคนไทย พร้อมตั้งเป้าระดมทุน Series B ภายในปี...

Responsive image

ทิศทางเศรษฐกิจไทยกับค่าเงินเฟ้อ และการคาดการณ์ GDP จะเติบโตหรือไม่

แรงกดดันจากโควิด-19 ในระยะนี้เริ่มลดลง แต่สิ่งที่จะเป็นปัจจัยเสี่ยงของการฟื้นฟูเศรษฐกิจในปีนี้จึงเหลือเพียงความกังวลเรื่องของเงินเฟ้อ และการเติบโตทางเศรษฐกิจปีนี้จะอยู่ที่ไม่เกิน 3...