อว. เผยผลการพัฒนาวิทยาการของประเทศในปี 2563 พร้อมเเผนพัฒนาต่อยอดนวัตกรรมไทย | Techsauce /* */ /* */

อว. เผยผลการพัฒนาวิทยาการของประเทศในปี 2563 พร้อมเเผนพัฒนาต่อยอดนวัตกรรมไทย

กระทรวงการอุดมศึกษา วิทยาศาสตร์ วิจัยและนวัตกรรม(อว.) จัดแถลงข่าวสรุปผลงาน ปี 2563 กล่าวว่า ที่ผ่านมาเป็นปีแห่งความสำเร็จในการนำวิทยาการต่าง ๆ มาพัฒนาประเทศไทย โดยเฉพาะความสำเร็จของการเเพทย์ไทยที่สามารถรับมือการเเพร่ระบาดของไวรัสโควิด-19 ดีติดอันดันต้นๆ ของโลก และผลงานด้านเทคโนโลยีที่ได้พัฒนาจนสามารถนำมาใช้รับมือกับสถานการณ์วิกฤตการแพร่ระบาดของไวรัสโควิด-19 ได้ดี นอกจากนี้ภายในงานได้กล่าวถึงแผนการพัฒนาเทคโนโลยีพร้อมโอกาสที่ประเทศไทยสามารถพัฒนาเทคโนโลยีอวกาศได้สำเร็จ

โดยในปีนี้ อว. ได้เผยถึงความสำเร็จและสิ่งที่น่าภูมิใจของการเเพทย์ไทย คือ 

ประเทศไทย เป็นประเทศที่จัดการด้านการรับมือโควิด-19 ดีที่สุดในโลก และเป็นที่น่ายินดีเป็นอย่างยิ่งคือประเทศไทยสามารถคิดค้นและพัฒนาวัคซีนโควิด-19 ได้ถึง 2 ตัวได้แก่ วัคซีน mRNA เทคโนโลยีใหม่ยังไม่เคยใช้ในมนุษย์ใช้แบบเดียวกันกับบริษัทยายักษ์ใหญ่ต่างชาติ ไฟเซอร์ และบริษัท โมเดอร์นา ซึ่งขณะนี้เราจะเริ่มสามารถที่ทดลองในมนุษย์ในอีกไม่กี่เดือนนี้ และ ล่าสุดคือการพัฒนาวัคซีนป้องกันโควิด-19 จากใบพืชได้สำเร็จแล้วในระดับห้องปฏิบัติการ โดย บริษัท ใบยา ไฟโตฟาร์ม จำกัด คณะเภสัชศาสตร์ จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย ซึ่งเป็นหนึ่งในกลุ่มสตาร์ทอัพที่ได้รับการสนับสนุนจากบริษัท ซียูเอ็นเทอร์ไพรส์ จำกัด ก่อตั้งขึ้นโดยจุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัยตามนโยบายของ อว. พร้อมก้าวไปอีกขั้นในการผลิตวัคซีนได้เองตั้งแต่ต้นน้ำลดการพึ่งพาการนำเข้าจากต่างประเทศ

ด้าน ศ.ดร.นพ.สิริฤกษ์ ทรงศิวิไล ปลัดกระทรวงการอุดมศึกษา วิทยาศาสตร์ วิจัยและนวัตกรรม (อว.) เปิดเผยว่า ที่ผ่านมา อว. พร้อมให้การสนับสนุนการช่วยเหลือในทุกด้าน อาทิ การประสานหลอมรวมระหว่างอุดมศึกษา มหาวิทยาลัยและสถาบันวิจัยในการทำงานร่วมกันเป็นหนึ่งเดียว และจากสถานการณ์โควิดที่ผ่านมา  อว.ได้มีการสนับสนุนการวิจัยด้านยา ชุดตรวจและวัคซีนรวมทั้งยังได้สนับสนุนข้อมูลทางวิชาการ งานวิจัยและนวัตกรรม วิเคราะห์ข้อมูลและติดตามให้กับศูนย์ปฏิบัติการด้านนวัตกรรมการแพทย์ และการวิจัยและพัฒนา ของศูนย์บริหารสถานการณ์โควิด-19 (ศบค.) โดยสำนักงานการวิจัยแห่งชาติ (วช.)

ปลัด อว.กล่าวต่อว่า นอกจากนี้ ยังมีบทบาทสำคัญในการให้บริการทางการแพทย์ และสาธารณสุขจากโรงเรียนแพทย์และโรงพยาบาลของมหาวิทยาลัยในสังกัด อว.กว่า 20 แห่งทั่วประเทศ ในการทำงานร่วมกับสาธารณสุขทุกแห่งเตรียมพร้อมรับมือกับสถานการณ์มาตั้งแต่การระบาดช่วงที่แล้วและต่อเนื่องมาถึงปัจจุบัน ทั้งในส่วนของบุคลากร เจ้าหน้าที่ แพทย์และพยาบาล อุปกรณ์และเวชภัณฑ์ทางการแพทย์ พร้อมปฏิบัติหน้าที่รองรับผู้ป่วยอย่างเต็มกำลังความสามารถ สิ่งสำคัญคือนวัตกรรมทางการแพทย์ที่เกิดขึ้นทำให้เห็นว่าเราทำได้ยกตัวอย่างเช่น วัคซีนป้องกันโรคจากไวรัสโควิด-19 โดย จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย บริษัท ใบยา ไฟโตฟาร์ม จำกัด คณะเภสัชศาสตร์ จุฬาฯ ซึ่งเป็นหนึ่งในกลุ่มสตาร์ทอัพที่ได้รับการสนับสนุนจากบริษัท ซียูเอ็นเทอร์ไพรส์ จำกัด ก่อตั้งขึ้นโดยจุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัยตามนโยบายของ อว. ซึ่งได้พัฒนาวัคซีนป้องกันโควิด-19 จากใบพืชได้สำเร็จแล้วในระดับห้องปฏิบัติการ และพร้อมก้าวไปอีกขั้นในการผลิตวัคซีนได้เองตั้งแต่ต้นน้ำลดการพึ่งพาการนำเข้าจากต่างประเทศ ในโครงการ “วัคซีนเพื่อคนไทย”

การพัฒนาผลิตภัณฑ์ป้องกันการติดเชื้อสำหรับบุคลากรทางการแพทย์ โดยกรมวิทยาศาสตร์บริการ : นวัตกรรมชุด PPE Disposable Coverall Level 4 รุ่นเราชนะ สำหรับปฎิบัติงานในสภาวะที่เสี่ยงต่อการติดเชื้อไวรัส นวัตกรรมชุด PPE (Isolation Grown) รุ่นเราสู้ สำหรับปฏิบัติงานในสภาวะเสี่ยงน้อยถึงปานกลางหรือการทำหัตถการที่มีเลือดกระเด็นใส่น้อย ชนิดใช้ซ้ำได้ครั้งแรกของโลกที่สามารถซักและใช้ซ้ำได้ไม่น้อยกว่า 20 ครั้ง โดยนวัตกรรมทั้งหมดเป็นผลิตด้วยการรีไซเคิลจากขวด PET

โครงการวิจัยชุดนวัตกรรมทางการแพทย์เพื่อการป้องกัน ตรวจวินิจฉัยและบำบัดรักษาการติดเชื้อโควิด-19 โดยศูนย์ความเป็นเลิศด้านชีววิทยาศาสตร์ (องค์การมหาชน) (ศลช.) : ได้แก่ หน้ากากอนามัย WIN-Masks ที่ทำจากผ้าเคลือบสารนาโนป้องกันไวรัส สามารถซักได้ 30 ครั้ง ซึ่งได้ผลิตและแจกจ่ายให้กับบุคลากรทางการแพทย์กว่า 2 แสนชิ้นทั่วประเทศ นวัตกรรม AI อัจฉริยะ สำหรับการวินิจฉัย วิเคราะห์ภาพเอ็กซ์เรย์ทรวงอกในการตรวจคัดกรอง โรคปอดอักเสบจากเชื้อไวรัสโควิด-19 เป็นต้น แสดงให้เห็นว่าเราสามารถพึ่งพาตัวเองได้อย่างสมบูรณ์แบบ

โอกาสและแผนพัฒนานวัตกรรมของประเทศไทย

รมว.อว.กล่าวว่า เทคโนโลยีอวกาศ ภายในอีก 4-5 ปี จากนี้ไป ประเทศไทยจะทำดาวเทียมระดับ 50-100 กิโลกรัม และหลังจากนั้นอีก 3 ปี จะมีการพัฒนาดาวเทียมที่โคจรรอบโลกเป็นยานอวกาศที่โคจรรอบดวงจันทร์ ยานอวกาศดังกล่าวจะถูกเร่งความเร็วเพื่อเพิ่มวงโคจรไปจนกระทั่งถึงดวงจันทร์ ซึ่งใช้เวลาในการเดินทางประมาณ 1 ปี และเข้าสู่วงโคจรของดวงจันทร์ ส่วนหนึ่งของการขยายความสามารถทางอวกาศเพราะปัจจุบันโลกกำลังพูดถึงเศรษฐกิจอวกาศ และจะเป็นหนทางสำคัญที่จะทำให้ประเทศหลุดพ้นจากกับดักรายได้ปานกลาง ประเทศไทยกำลังจะสร้างวิธีคิดใหม่ ว่าเราสามารถทำได้  ถือเป็นความสำเร็จของวิทยาศาสตร์และดาราศาสตร์ คาดว่าจะใช้งบประมาณเพียง 3,000 ล้านบาทเท่านั้น

“ในทุกปัญหาและวิกฤติย่อมก่อให้เกิดการสร้างสรรค์นวัตกรรม เพื่อนำประเทศฝ่าวิกฤติ ทั้งยังเป็นการเตรียมพร้อมสำหรับสถานการณ์โควิด-19 ระลอกใหม่ที่กำลังเกิดขึ้น และกระทรวง อว.ยังคงเดินหน้าในการคิดค้นนวัตกรรมใหม่อย่างต่อเนื่อง เพื่อนำพาประเทศไทยก้าวต่อไปได้อย่างมั่นคง” ศ.ดร.เอนก กล่าว

ข้อมูลจาก กระทรวงการอุดมศึกษา วิทยาศาสตร์ วิจัยและนวัตกรรม

RELATED ARTICLE

Responsive image

IBM ปักหมุด สร้างคนไอทีสู่ตลาด ผุดโมเดล 3 ประสาน AI - Data Science - Hybrid Cloud

การสร้างคนไอทีพร้อมใช้ให้ตอบโจทย์ตลาดคือหนทางที่ธุรกิจไทยต้องการที่สุดในเวลานี้ IBM จึงจับมือมหาวิทยาลัยชั้นนำ และ NTT Data พันธมิตรทางธุรกิจ สร้างหลักสูตรให้สถาบันศึกษาและแรงงานไอ...

Responsive image

ไทยประกันชีวิต เคาะขายหุ้น IPO ราคาหุ้นละ 16 บาท/หุ้น เตรียมเปิดจอง 29 มิ.ย.- 6 ก.ค. 65

บมจ.ไทยประกันชีวิต หรือ TLI เคาะราคาเสนอขายหุ้น IPO ที่ 16 บาทต่อหุ้น จำนวนไม่เกิน 2,155 ล้านหุ้น มูลค่าเสนอขาย 3.7 หมื่นล้าน เตรียมเปิดขายนักลงทุน 29 มิ.ย. - 6 ก.ค.65 นี้...

Responsive image

กลุ่มธนาคารอินเดีย ผนึกกำลัง มุ่งใช้ Blockchain แก้ปัญหาการฉ้อโกง

Blockchain ไม่ได้มีแค่บิทคอยน์ เมื่อแบงก์ชาติอินเดีย (RBI) เตรียมนำ Proof-of-Concept ตรวจสอบสินเชื่อการค้า ลดปัญหาการฉ้อโกง...