รู้จัก Indus AI แชตบอตสายเลือดอินเดียแท้ ๆ จุดเด่นคือเข้าใจ ‘อังกฤษแบบอินเดีย’ ประกาศเอกราชเทคฯ ด้วยข้อมูลในประเทศ

กลายเป็นสมรภูมิที่ร้อนระอุขึ้นมาทันที เมื่อ Sarvam AI สตาร์ทอัพผู้ทะเยอทะยานที่จะสร้างปัญญาประดิษฐ์เพื่อคนอินเดียโดยเฉพาะ ได้ประกาศเปิดตัว Indus แอปพลิเคชัน AI Chatbot ในเวอร์ชัน Beta (รองรับทั้ง iOS, Android และ Web) ซึ่งถือเป็นก้าวสำคัญที่สตาร์ทอัพท้องถิ่นกล้าลุกขึ้นมาท้าทายอำนาจของยักษ์ใหญ่ระดับโลกอย่าง OpenAI และ Google ในตลาดที่มีผู้ใช้งานสูงที่สุดแห่งหนึ่งของโลก

Indus มีมาเพื่ออะไร เมื่อภาษาอังกฤษไม่ใช่คำตอบของคน 1.4 พันล้านคน

แม้ ChatGPT จะมีผู้ใช้งานรายสัปดาห์ในอินเดียเกิน 100 ล้านคนไปแล้ว แต่ Sarvam มองเห็นช่องว่างขนาดใหญ่ที่ Global Player อาจเข้าไม่ถึง นั่นคือ ความหลากหลายทางภาษาและวัฒนธรรม

Indus ไม่ได้ถูกพัฒนาขึ้นมาเพื่อแข่งในเชิงขนาดของพารามิเตอร์เพียงอย่างเดียว แต่เป็นการสร้าง Sovereign AI ที่เน้นความยั่งยืนและความปลอดภัยของข้อมูลภายในประเทศ โดยมี 3 หมัดเด็ดที่ Indus ใช้สู้ในตลาด India-First ได้แก่

  • Indus App: แอปแชตบอตที่รองรับ 22 ภาษาท้องถิ่น เน้นการสั่งงานด้วยเสียง เพื่อตอบโจทย์ผู้ใช้งานในอินเดียที่ไม่ถนัดภาษาอังกฤษ
  • Sarvam 105B & 30B: โมเดลเรือธงขนาด 1.05 แสนล้านพารามิเตอร์ที่ใช้สถาปัตยกรรม Mixture-of-Experts (MoE) ซึ่ง Sarvam เคลมว่ามีประสิทธิภาพเหนือกว่า DeepSeek R1 และประหยัดต้นทุนกว่า Gemini Flash ในบาง Benchmark
  • Ecosystem Partnership: ไม่ได้หยุดแค่ซอฟต์แวร์ แต่ขยายสู่ฮาร์ดแวร์ผ่านความร่วมมือกับ HMD (Nokia) สำหรับฟีเจอร์ Phone และ Bosch สำหรับระบบอัจฉริยะในรถยนต์
  • Government Backed: ได้รับการสนับสนุน GPU จากโครงการ IndiaAI Mission ของรัฐบาลอินเดีย มูลค่ากว่า 990 ล้านรูปี

ความน่าสนใจของ Sarvam คือการไม่พยายามแข่งในเกมเดียวกับ OpenAI แต่เลือกที่จะ Localize อย่างสุดทาง ตัวโมเดลถูกฝึกฝนด้วยชุดข้อมูลอินเดียกว่า 16 ล้านล้านโทเคน ทำให้เข้าใจความซับซ้อนของภาษาผสมอย่าง Hinglish และความหลากหลายทางวัฒนธรรม ซึ่งถือเป็นช่องว่างขนาดใหญ่ที่โมเดลระดับโลกยังเข้าไม่ถึง

แอปฯ นี้ทำงานบนโมเดลภาษาขนาดใหญ่ที่ Sarvam เทรนขึ้นเองจากศูนย์ด้วยข้อมูลมหาศาลจากแหล่งข้อมูลภายในประเทศ ทำให้มีความแม่นยำสูงในงานเฉพาะทาง เช่น งานเอกสารที่ทำคะแนนได้ดีกว่าโมเดลระดับโลกบางตัวถึงหลายเท่า

Vivek Raghavan ผู้ร่วมก่อตั้ง Sarvam เคยกล่าวไว้ว่า "อธิปไตยทางข้อมูลสำคัญกว่าการสร้างโมเดลที่ใหญ่ที่สุด" นี่คือหัวใจสำคัญที่ทำให้ Sarvam ได้เปรียบในแง่ของ Data Privacy และ Security เนื่องจากโมเดลถูกรันและจัดเก็บข้อมูลภายในพรมแดนอินเดีย ตอบโจทย์นโยบายภาครัฐและองค์กรที่เข้มงวดเรื่องความปลอดภัยของข้อมูล

แม้จะระดมทุนไปได้แล้วกว่า 50 ล้านดอลลาร์สหรัฐฯ จากนักลงทุนระดับโลกอย่าง Khosla Ventures และ Lightspeed แต่ Sarvam ยังต้องเผชิญกับโจทย์หิน: เช่น Compute Capacity ที่ปัจจุบัน Indus ยังอยู่ในเวอร์ชัน Beta และมีคิวรอใช้งานเนื่องจากข้อจำกัดด้านกำลังการประมวลผล รวมถึงยักษ์ใหญ่อย่าง Google และ Microsoft กำลังเร่งปรับจูนโมเดลของตนให้รองรับภาษาท้องถิ่นมากขึ้นเช่นกัน

อ้างอิง: bloombergtechcrunch

ลงทะเบียนเข้าสู่ระบบ เพื่ออ่านบทความฟรีไม่จำกัด

No comment

RELATED ARTICLE

Responsive image

Brown University พบนักศึกษาใช้ AI โกงข้อสอบ หลังได้คะแนนเต็มเกือบครึ่งห้อง

ตอนนี้มีนักศึกษาจำนวนไม่น้อยใช้ AI ช่วยเรียน ช่วยทำการบ้าน แต่เรื่องจะเปลี่ยนไปทันทีถ้ามีการแอบใช้ AI ในระหว่างการสอบ ซึ่งเรื่องนี้ได้เกิดขึ้นจริงแล้วในหลายมหาวิทยาลัย...

Responsive image

หมดยุคขายแค่เน็ตแรง ต้องขายเน็ตที่พร้อมสำหรับ AI สรุป 5 เทรนด์โทรคมนาคมยุค AI จาก Huawei ที่ MWC Shanghai 2026

Huawei ชี้ 5 สัญญาณสำคัญจากงาน MWC Shanghai 2026 เมื่ออุตสาหกรรมโทรคมนาคมกำลังเปลี่ยนจากการขาย Connectivity สู่การขาย Experience ผ่านเครือข่ายยุค AI ตั้งแต่ GigaUplink, 5G-A บนรถไฟ...

Responsive image

บีโอไอไฟเขียว ออโต้อัลลายแอนซ์ ทุ่ม 7,400 ล้านบาท ดันไทยฐานผลิตหลัก Mazda MHEV

บีโอไออนุมัติการลงทุนของ บริษัท ออโต้อัลลายแอนซ์ (ประเทศไทย) จำกัด บริษัทร่วมทุนของ มาสด้า มอเตอร์ คอร์ปอเรชั่น มูลค่ากว่า 7,400 ล้านบาท เพื่อปรับปรุงกระบวนการผลิตของโรงงานที่นิคมอ...