กลายเป็นสมรภูมิที่ร้อนระอุขึ้นมาทันที เมื่อ Sarvam AI สตาร์ทอัพผู้ทะเยอทะยานที่จะสร้างปัญญาประดิษฐ์เพื่อคนอินเดียโดยเฉพาะ ได้ประกาศเปิดตัว Indus แอปพลิเคชัน AI Chatbot ในเวอร์ชัน Beta (รองรับทั้ง iOS, Android และ Web) ซึ่งถือเป็นก้าวสำคัญที่สตาร์ทอัพท้องถิ่นกล้าลุกขึ้นมาท้าทายอำนาจของยักษ์ใหญ่ระดับโลกอย่าง OpenAI และ Google ในตลาดที่มีผู้ใช้งานสูงที่สุดแห่งหนึ่งของโลก

แม้ ChatGPT จะมีผู้ใช้งานรายสัปดาห์ในอินเดียเกิน 100 ล้านคนไปแล้ว แต่ Sarvam มองเห็นช่องว่างขนาดใหญ่ที่ Global Player อาจเข้าไม่ถึง นั่นคือ ความหลากหลายทางภาษาและวัฒนธรรม
Indus ไม่ได้ถูกพัฒนาขึ้นมาเพื่อแข่งในเชิงขนาดของพารามิเตอร์เพียงอย่างเดียว แต่เป็นการสร้าง Sovereign AI ที่เน้นความยั่งยืนและความปลอดภัยของข้อมูลภายในประเทศ โดยมี 3 หมัดเด็ดที่ Indus ใช้สู้ในตลาด India-First ได้แก่
ความน่าสนใจของ Sarvam คือการไม่พยายามแข่งในเกมเดียวกับ OpenAI แต่เลือกที่จะ Localize อย่างสุดทาง ตัวโมเดลถูกฝึกฝนด้วยชุดข้อมูลอินเดียกว่า 16 ล้านล้านโทเคน ทำให้เข้าใจความซับซ้อนของภาษาผสมอย่าง Hinglish และความหลากหลายทางวัฒนธรรม ซึ่งถือเป็นช่องว่างขนาดใหญ่ที่โมเดลระดับโลกยังเข้าไม่ถึง
แอปฯ นี้ทำงานบนโมเดลภาษาขนาดใหญ่ที่ Sarvam เทรนขึ้นเองจากศูนย์ด้วยข้อมูลมหาศาลจากแหล่งข้อมูลภายในประเทศ ทำให้มีความแม่นยำสูงในงานเฉพาะทาง เช่น งานเอกสารที่ทำคะแนนได้ดีกว่าโมเดลระดับโลกบางตัวถึงหลายเท่า
Vivek Raghavan ผู้ร่วมก่อตั้ง Sarvam เคยกล่าวไว้ว่า "อธิปไตยทางข้อมูลสำคัญกว่าการสร้างโมเดลที่ใหญ่ที่สุด" นี่คือหัวใจสำคัญที่ทำให้ Sarvam ได้เปรียบในแง่ของ Data Privacy และ Security เนื่องจากโมเดลถูกรันและจัดเก็บข้อมูลภายในพรมแดนอินเดีย ตอบโจทย์นโยบายภาครัฐและองค์กรที่เข้มงวดเรื่องความปลอดภัยของข้อมูล
แม้จะระดมทุนไปได้แล้วกว่า 50 ล้านดอลลาร์สหรัฐฯ จากนักลงทุนระดับโลกอย่าง Khosla Ventures และ Lightspeed แต่ Sarvam ยังต้องเผชิญกับโจทย์หิน: เช่น Compute Capacity ที่ปัจจุบัน Indus ยังอยู่ในเวอร์ชัน Beta และมีคิวรอใช้งานเนื่องจากข้อจำกัดด้านกำลังการประมวลผล รวมถึงยักษ์ใหญ่อย่าง Google และ Microsoft กำลังเร่งปรับจูนโมเดลของตนให้รองรับภาษาท้องถิ่นมากขึ้นเช่นกัน
อ้างอิง: bloomberg, techcrunch
ลงทะเบียนเข้าสู่ระบบ เพื่ออ่านบทความฟรีไม่จำกัด