
เอสซีบี เอกซ์ ปิดไตรมาส 2 ปี 2569 ด้วยกำไรสุทธิ 11,117 ล้านบาท เพิ่มขึ้นร้อยละ 9.0 จากไตรมาสก่อนหน้า สวนแรงกดดันจากภาวะดอกเบี้ยขาลงที่กดรายได้ดอกเบี้ยของกลุ่มธนาคารทั้งอุตสาหกรรม โดยตัวเลขนี้มาจากทั้งรายได้ดอกเบี้ยสุทธิที่ปรับตัวดีขึ้น และรายได้จากการลงทุนและการค้าที่กลับมาพุ่งแรงเมื่อเทียบกับไตรมาสแรก
บริษัท เอสซีบี เอกซ์ จำกัด (มหาชน) หรือ SCBX รายงานผลประกอบการเมื่อวันที่ 21 กรกฎาคม 2569 โดยบริษัทมองว่าผลงานไตรมาสนี้สะท้อนความยืดหยุ่นของโมเดลธุรกิจสามระดับที่ผสานจุดแข็งของธุรกิจธนาคาร (Gen 1) ธุรกิจบริการทางการเงินดิจิทัลและสินเชื่อเพื่อรายย่อย (Gen 2) และธุรกิจแพลตฟอร์มและเทคโนโลยี (Gen 3) เข้าด้วยกัน เพื่อกระจายแหล่งรายได้และบริหารความเสี่ยงให้สมดุลในช่วงที่อัตราดอกเบี้ยอยู่ในทิศทางขาลง แต่หากเทียบกับไตรมาสเดียวกันของปีก่อน กำไรสุทธิยังปรับลดลงร้อยละ 13.1
หัวใจของไตรมาสนี้อยู่ที่โครงสร้างรายได้ที่ไม่ได้พึ่งพารายได้ดอกเบี้ยเพียงอย่างเดียว โดยรายได้ดอกเบี้ยสุทธิอยู่ที่ 27,306 ล้านบาท เพิ่มขึ้นร้อยละ 2.0 จากไตรมาสก่อนหน้า แต่ยังลดลงร้อยละ 10.2 จากช่วงเดียวกันของปีก่อน ผลจากแรงกดดันต่อส่วนต่างรายได้ดอกเบี้ยสุทธิ (Net Interest Margin หรือ NIM) หลังการปรับลดอัตราดอกเบี้ยนโยบายในช่วงปี 2568-2569 ขณะที่การเติบโตของสินเชื่อยังทรงตัวเมื่อเทียบกับสิ้นปีก่อน สะท้อนการปล่อยสินเชื่อใหม่อย่างระมัดระวังทั่วทั้งกลุ่ม
ตัวช่วยสำคัญที่เข้ามาชดเชยแรงกดดันฝั่งดอกเบี้ยคือรายได้ค่าธรรมเนียมและรายได้อื่น ๆ ซึ่งอยู่ที่ 11,365 ล้านบาท เพิ่มขึ้นร้อยละ 14.8 จากปีก่อน โดยได้แรงหนุนจากธุรกิจบริหารความมั่งคั่งที่เติบโตต่อเนื่อง ผ่านการผนึกกำลังของบริษัทในกลุ่ม (Group Wealth Synergy) ตัวอย่างเช่น บัตรเครดิต SCB WEALTH by CardX ที่เชื่อมบริการด้านความมั่งคั่งเข้ากับการใช้จ่ายในชีวิตประจำวัน และการเปิดทางเลือกลงทุนทั่วโลกผ่าน InnovestX
ส่วนรายได้จากการลงทุนและการค้าอยู่ที่ 2,552 ล้านบาท แม้จะลดลงร้อยละ 21.2 จากปีก่อน แต่เพิ่มขึ้นอย่างมีนัยสำคัญถึงร้อยละ 349.1 จากไตรมาสก่อนหน้า โดยมาจากกำไรของพอร์ตการลงทุนของธนาคารที่ปรับตัวดีขึ้นเป็นหลัก
อีกด้านที่ช่วยประคองกำไรไว้ได้คือวินัยด้านต้นทุน ค่าใช้จ่ายในการดำเนินงานไตรมาสนี้อยู่ที่ 17,042 ล้านบาท ลดลงร้อยละ 2.2 จากปีก่อน ส่งผลให้อัตราส่วนค่าใช้จ่ายต่อรายได้ (Cost to Income Ratio) อยู่ที่ร้อยละ 41.3
บริษัทระบุว่าตัวเลขนี้มาจากหลายมาตรการรวมกัน ทั้งการเพิ่มประสิทธิภาพกระบวนการทำงาน การบริหารทรัพยากรให้เหมาะสม การปรับโครงสร้างค่าใช้จ่ายให้สอดคล้องกับสภาพธุรกิจ และการนำ AI กับระบบอัตโนมัติเข้ามาใช้ตลอดกระบวนการทำงานของบริษัทในกลุ่ม เพื่อรับมือกับแรงกดดันด้านรายได้จากภาวะดอกเบี้ยขาลง
ในฝั่งคุณภาพสินทรัพย์ กลุ่มเอสซีบี เอกซ์ เดินหน้าช่วยเหลือลูกค้าอย่างต่อเนื่องผ่านโครงการ 'คุณสู้ เราช่วย' และการปรับโครงสร้างหนี้สำหรับลูกค้าที่มีศักยภาพในการฟื้นตัว ควบคู่กับการบริหารคุณภาพสินทรัพย์เชิงรุก ส่งผลให้อัตราส่วนสินเชื่อด้อยคุณภาพ (Non-Performing Loan หรือ NPL) ณ สิ้นไตรมาสอยู่ที่ร้อยละ 3.17 ปรับตัวดีขึ้นจากร้อยละ 3.23 ในไตรมาสก่อนหน้า
ขณะเดียวกันการตั้งสำรองลดลงร้อยละ 5.3 จากปีก่อน โดยอัตราส่วนเงินสำรองต่อสินเชื่อด้อยคุณภาพ (Coverage Ratio) ยังอยู่ในระดับสูงที่ร้อยละ 158.6 และเงินกองทุนตามกฎหมายอยู่ที่ร้อยละ 18.6 สะท้อนกันชนทางการเงินที่ยังแข็งแรงพอจะรองรับความไม่แน่นอนของเศรษฐกิจ
นายอาทิตย์ นันทวิทยา ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร บริษัท เอสซีบี เอกซ์ จำกัด (มหาชน) กล่าวว่า ในไตรมาส 2 ปี 2569 เศรษฐกิจไทยยังเผชิญแรงกดดันจากปัจจัยมหภาคที่ไม่แน่นอน การฟื้นตัวยังกระจุกตัว และภาระหนี้ครัวเรือนยังอยู่ในระดับสูง
'ท่ามกลางภาวะดังกล่าว เอสซีบีเอกซ์ยึดมั่นในแนวทางการเติบโตอย่างมีคุณภาพทั่วทั้งกลุ่ม โดยธุรกิจบริหารความมั่งคั่งที่เติบโตแข็งแกร่งสะท้อนความเชื่อมั่นของลูกค้าและความสำเร็จของการยกระดับบริการด้วยเทคโนโลยีและปัญญาประดิษฐ์ และเราเชื่อว่าการดูแลลูกค้าและผู้ประกอบการให้ผ่านพ้นช่วงเวลาที่ท้าทาย คือการร่วมสนับสนุนให้เศรษฐกิจของประเทศฟื้นตัวได้อย่างยั่งยืน' คุณอาทิตย์ กล่าว
คุณอาทิตย์ ยังกล่าวถึงธนาคาร แบงก์เอกซ์ จำกัด (มหาชน) ซึ่งเป็นอีกก้าวเชิงยุทธศาสตร์ของกลุ่มในการต่อยอดขีดความสามารถด้านเทคโนโลยีและ AI ที่สั่งสมมาสู่ธุรกิจใหม่ โดยขณะนี้บริษัทอยู่ระหว่างเตรียมความพร้อมในทุกมิติ และให้ความสำคัญสูงสุดกับเสถียรภาพของระบบและประสบการณ์ลูกค้า
'แบงก์เอกซ์จะผสาน AI เข้ากับการดำเนินงานตั้งแต่ระดับโครงสร้างพื้นฐาน กระบวนการหลัก ผลิตภัณฑ์ และการมีปฏิสัมพันธ์กับลูกค้า เพื่อส่งมอบบริการเฉพาะบุคคลและสนับสนุนการเข้าถึงบริการทางการเงินอย่างทั่วถึง อันจะช่วยขับเคลื่อนการเติบโตอย่างยั่งยืนของเศรษฐกิจไทย' คุณอาทิตย์ กล่าวทิ้งท้าย
ผลประกอบการไตรมาส 2 ปี 2569 สะท้อนว่ากลยุทธ์กระจายรายได้หลายขาของเอสซีบี เอกซ์ ยังช่วยประคองกำไรได้ในจังหวะที่รายได้ดอกเบี้ยถูกกดดัน ขณะที่ก้าวต่อไปที่กลุ่มวางเดิมพันไว้คือการนำ AI เข้าไปเป็นแกนกลางของธุรกิจธนาคารรูปแบบใหม่อย่างแบงก์เอกซ์
ลงทะเบียนเข้าสู่ระบบ เพื่ออ่านบทความฟรีไม่จำกัด