3 คน 3 Key Takeaways หนุน SMEs ไทยสู่ Smart Industry ดันทั้ง Productivity และ GDP เพิ่ม โดย เอสซีจีกับเครือข่าย และภาครัฐ

งานสัมมนา 'อุตสาหกรรมไทยก้าวกระโดด โตไปด้วยกัน...SMART INDUSTRY' ที่ เอสซีจี (SCG) จัดขึ้น ถือเป็นงานประกาศแนวทางและหมุดหมายของเอสซีจี ในการผนึกภาคเอกชน ประสานภาครัฐ เร่งขับเคลื่อนอุตสาหกรรมไทย สร้างกระบวนการทำงานใหม่ โดยร่วมเป็นส่วนหนึ่งของการแก้ปัญหาประเทศ และมุ่งเปลี่ยนสินค้าทุนนำเข้า 7.6 ล้านล้านบาทเป็นเศรษฐกิจภายในประเทศ สร้างรายได้ SMEs โดยชูกลยุทธ์ 5+1 พร้อมผลักดันสร้าง 3 ทุนประเทศ หวัง Productivity และ GDP ไทยโตขึ้น 2 เท่า และสัดส่วน GDP ของ SMEs ให้ก้าวกระโดดจาก 35% เป็น 50%

งานนี้เอสซีจีเปิดเวทีให้ผู้นำจากแต่ละภาคส่วนมานำเสนอแนวคิดและยุทธศาสตร์ผลักดันอุตสาหกรรมไทยให้เติบโต โดยเฉพาะ SMEs ที่เป็นกำลังหลักของประเทศไทย ซึ่งเทคซอสนำ Key Takeaways จาก 3 ผู้นำ/ผู้บริหาร จากภาครัฐและเอกชน มาให้อ่านกัน

  1. ดร.เอกนิติ นิติทัณฑ์ประภาศ รองนายกรัฐมนตรี 
    ปาฐกถาพิเศษในหัวข้อ 'เดินหน้าเศรษฐกิจไทย ดันอุตสาหกรรมเติบโต' 
  2. ดร.ณัฐพล รังสิตพล ปลัดกระทรวงอุตสาหกรรม 
    บรรยายในหัวข้อ 'ขับเคลื่อนอุตสาหกรรมไทย หนุน SMEs เติบโต' 
  3. คุณชนะ ภูมี ที่ปรึกษากรรมการผู้จัดการใหญ่ เอสซีจี และรองประธาน ส.อ.ท. 
    กล่าวในหัวข้อ 'ก้าวกระโดดเพื่อความมั่งคั่งของอุตสาหกรรมไทย'

Key Takeaway 1 : ไทยต้องพลิกวิกฤตเป็น 'โอกาส' และเปลี่ยน SMEs สู่ Smart and Green Industry โดย ดร.เอกนิติ นิติทัณฑ์ประภาศ

ด้วยบทบาทรองนายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงการคลัง ดร.เอกนิติกล่าวถึงภาพของสถานการณ์โลกที่กำลังเผชิญกับการเปลี่ยนแปลงอย่างรวดเร็ว 3 ด้านหลัก ได้แก่ 1) ความขัดแย้งทางภูมิรัฐศาสตร์ (Geopolitics) และภูมิเศรษฐศาสตร์ (Geoeconomics) ความขัดแย้งจากการเมืองระหว่างประเทศที่นำเรื่องเศรษฐกิจและการค้าเข้ามาเกี่ยวพัน เช่น การขึ้นภาษีกับภาวะสงคราม ทำให้โลกเกิดการแบ่งขั้วอย่างชัดเจน และส่งผลให้เกิดวิกฤตพลังงานตามมา 

2) ความเปลี่ยนแปลงของเทคโนโลยี (Technology) ที่เกิดขึ้นอย่างรวดเร็ว โดยเฉพาะ AI ที่พัฒนาแบบก้าวกระโดด จนสามารถทำงานหลายด้านแทนมนุษย์ได้ ซึ่งถ้าภาคธุรกิจ ภาคการเกษตร หรือตัวบุคคล ไม่สามารถจับกระแสและใช้ประโยชน์จาก AI ได้ทัน ก็จะตกขบวนและสู้คนอื่นไม่ได้ มนุษย์จึงต้องสั่ง (Prompt) AI ให้เป็น และต้องฉลาดกว่า เพื่อไม่ให้ถูก AI หลอก

3) สิ่งแวดล้อม (Environment) จากปัญหาการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศ ทำให้เกิดภัยพิบัติทางธรรมชาติรุนแรงมากขึ้น เช่น น้ำท่วมหนักที่หาดใหญ่ในปีที่ผ่านมา ตลอดจนภัยแล้งที่คาดว่าจะเกิดในปีนี้

ถึงอย่างนั้น ไทยสามารถ พลิกวิกฤตเป็นโอกาสได้ โดย ดร.เอกนิติอธิบายว่า สถานการณ์ปัจจุบันคล้ายกับวิกฤตเศรษฐกิจในยุค 1980 ที่เป็นความขัดแย้งด้าน Geopolitics ระหว่างอเมริกา ยุโรป และญี่ปุ่น ทำให้ญี่ปุ่นย้ายฐานการผลิตมายังประเทศไทย และไทยก็คว้าโอกาสนั้นเอาไว้

นี่จึงเป็นโอกาสสำคัญในการดึงเงินลงทุนต่างชาติเข้าประเทศ โดยเฉพาะการลงทุนด้านเทคโนโลยี AI และ Data Center ที่ต้องการใช้ทรัพยากรทั้งน้ำและไฟฟ้าปริมาณมหาศาล ซึ่งไทยสามารถผลิต พลังงานสะอาด หรือ พลังงานสีเขียว (Green Energy) ได้ จึงเป็นประเทศที่ดึงดูดความสนใจจากนักลงทุนได้เป็นอย่างดี

ดร.เอกนิติตอกย้ำความสำคัญและความต้องการพลังงานสะอาด โดยปรับชื่องานสัมมนาจาก อุตสาหกรรมไทยก้าวกระโดด โตไปด้วยกัน... Smart Industry เป็น 'Smart and Green Industry' ทั้งยังระบุเพิ่มด้วยว่า 

ภาครัฐมีหน้าที่ต้องเร่งลงทุนโครงสร้างพื้นฐานด้านพลังงานสะอาด เช่น พลังงานแสงอาทิตย์ โซลาร์ฟาร์มลอยน้ำ โดยมีเอกชนมาร่วมลงทุน ทั้งนี้ ภาครัฐจะปลดล็อกเรื่อง Direct PPA ให้ เพราะหากไม่เตรียมความพร้อมในเรื่องพลังงานสะอาด ควบคู่ไปกับความทันสมัยและเป็นมิตรต่อสิ่งแวดล้อม ประเทศไทยจะสูญเสียโอกาสและตกขบวนการลงทุนครั้งสำคัญ

ดร.เอกนิติกล่าวปิดท้ายด้วยสิ่งที่ภาครัฐต้องทำอีกด้านเพื่อ SMEs คือ มาตรการ 'พี่ช่วยน้อง' โดยรัฐจะสนับสนุนให้บริษัทขนาดใหญ่ (พี่) ดึง SME (น้อง) เข้ามาอยู่ในห่วงโซ่อุปทาน (Supply Chain) สีเขียว โดยรัฐจัดให้มีมาตรการทางภาษีที่เหมาะสม ธนาคารให้สินเชื่อเพื่อช่วยสนับสนุนอุตสาหกรรมสีเขียว ตรงนี้จะยกระดับ SMEs ไทยและช่วยให้ปรับตัวสู่ Smart and Green Industry ได้โดยไม่ทิ้งใครไว้ข้างหลัง

Key Takeaway 2 : 'อุตสาหกรรม' เป็นภาคที่สร้างรายได้ต่อหัวสูงกว่าภาคเกษตร หากยกระดับ SMEs สู่ Smart Industry และตอบโจทย์นโยบายได้หลายมิติ ส่วนแบ่ง GDP เฉพาะ SMEs ไทยโตอีกแน่ โดย ดร.ณัฐพล รังสิตพล

ดร.ณัฐพล รังสิตพล ปลัดกระทรวงอุตสาหกรรม กล่าวว่า ปัจจุบัน SME ไทยมีสัดส่วนต่อ GDP อยู่ที่ประมาณ 35% ซึ่งเมื่อเทียบกับหลายๆ ประเทศ เช่น สหราชอาณาจักร 68%, อิตาลี 64%, ญี่ปุ่น 53% ถือว่ายังมีโอกาสเติบโตได้อีกมาก 

สำหรับประเทศไทย ภาคอุตสาหกรรมเป็นภาคที่สร้างรายได้ต่อหัวสูงสุดเมื่อเทียบกับภาคเกษตรและภาคบริการ โดยภาคอุตสาหกรรมใช้แรงงานประมาณ 22% แต่สามารถสร้างสัดส่วน GDP ได้เกือบ 30% ขณะที่ภาคเกษตรใช้แรงงานถึง 34% แต่สร้าง GDP ได้เพียง 8.7% 

คุณณัฐพลกล่าวต่อด้วยการนำเสนอ หลัก 3 ประการในการทำธุรกิจยุคใหม่ (Multiple Objectives) คุณณัฐพลเน้นย้ำว่า การจะทำธุรกิจให้ประสบความสำเร็จได้ ผู้ประกอบการต้องมีองค์ประกอบ 3 ด้าน คือ

  1. ต้องมีกำไรและแข่งขันได้ ในเชิงธุรกิจ
  2. ชุมชนต้องยอมรับ ไม่เกลียดชังอุตสาหกรรม และต้องมีการกระจายรายได้ลงสู่ชุมชน
  3. สอดคล้องกับกติกาสากล หากไม่ทำตามกติกาอาจไม่สามารถแข่งขันในตลาดโลกได้หรือถูกกีดกันทางการค้า ทั้งกติกาเรื่องสิ่งแวดล้อม ความยั่งยืน (Sustainability) เช่น ผลลัพธ์ที่เห็นชัดเจนในประเทศไทย คือ การลดปัญหาฝุ่น PM 2.5 จากการเผาอ้อย ที่ได้รับความร่วมมือจากเกษตรกรชาวไร่อ้อย ซึ่งใช้มาตรการหลายมิติควบคู่กัน ทำให้ปัจจุบันสามารถ ลดอัตราการเผาอ้อยจากที่เคยสูงเฉลี่ย 14% ลงมาเหลือเพียง 2.7%

ขณะเดียวกัน กระทรวงอุตสาหกรรมยังมี นโยบายจัดสรรพื้นที่ในนิคมอุตสาหกรรมประมาณ 5% เพื่อเปิดโอกาสให้ SME สามารถเข้าไปตั้งฐานการผลิตและเชื่อมโยงเข้ากับห่วงโซ่อุปทาน (Supply Chain) ของอุตสาหกรรมขนาดใหญ่ได้ โดยบริษัทขนาดใหญ่ (พี่) ต้องลงมาช่วยดูแลและดึงบริษัทขนาดเล็ก (น้อง) ให้เติบโตไปด้วยกัน เช่น SCG, ปตท. ที่ต้องลงมาช่วยดูแลบริษัทรายเล็กหรือ SMEs เพราะธุรกิจมีความแข็งแรงอยู่แล้วจะสามารถช่วยดึงธุรกิจเล็กๆ เข้ามาในระบบเครือข่ายได้ และจะทำให้ธุรกิจทุกระดับสามารถเดินหน้าต่อไปด้วยกันได้อย่างแข็งแรง ซึ่งสอดคล้องกับที่ ดร.เอกนิติกล่าวไว้ 

นอกจากนี้ กระทรวงอุตสาหกรรมยังเห็นปัญหาการรุกรานที่ทำกินโดยธุรกิจต่างชาติ คุณณัฐพลเผยวิธีรับมือและปกป้องอุตสาหกรรมในประเทศในประเด็นนี้ว่า ภาครัฐใช้มาตรการทางกฎหมายและมาตรฐานอุตสาหกรรม (มอก.) เข้ามาปกป้อง เช่น การบังคับใช้ QR Code บนสติ๊กเกอร์ยางรถยนต์ เพื่อคัดกรองสินค้าที่ไม่ได้มาตรฐานและผิดกฎหมายออกจากตลาด

Key Takeaway 3 : เปลี่ยน 'สินค้าทุนนำเข้า' เป็นการสร้างเศรษฐกิจในประเทศ และเปิดทางให้ SMEs ร่วมกับองค์กรใหญ่สร้างความเปลี่ยนแปลง โดย ดร.ชนะ ภูมี

ดร.ชนะเปิดเผยว่า เอสซีจีและเครือข่ายภาคเอกชนร่วมกันจัดงาน ‘อุตสาหกรรมไทยก้าวกระโดด โตไปด้วยกัน...SMART INDUSTRY’ เพื่อหาแนวทางให้ประเทศไทยก้าวข้ามกับดักการเติบโตต่ำ โดยเฉพาะ SMEs ที่เผชิญความยากลำบากในท่ามกลางสภาวะเศรษฐกิจซบเซา ประกอบกับวิกฤตความขัดแย้งโลก การผสานความร่วมมือระหว่างภาครัฐและภาคเอกชนผู้ประกอบการธุรกิจอุตสาหกรรม เป็นกลไกหนึ่งที่จะพลิกฟื้นการเติบโตทางเศรษฐกิจ และเพิ่มขีดความสามารถในการแข่งขันให้อุตสาหกรรมไทย

อุตสาหกรรมไทยจะก้าวกระโดดได้ ภาคเอกชนต้องเป็น 'ส่วนหนึ่งของการแก้ปัญหา' (Be a Part of the Solution) และร่วมลงมือทำ โดยมีเป้าหมายสำคัญคือ เปลี่ยนสินค้าทุนนำเข้ามูลค่าปีละ 7.6 ล้านล้านบาท ซึ่งไหลออกนอกประเทศ เป็นเศรษฐกิจภายในประเทศ อาทิ เครื่องจักร อิเล็กทรอนิกส์ คอมพิวเตอร์ อุปกรณ์การแพทย์ ก๊าซธรรมชาติ อาวุธ ยานพาหนะ  

"และหากอุตสาหกรรมไทยผลิตสินค้าเหล่านี้ในประเทศเพียง 30-50% ของปริมาณนำเข้า จะสร้างมูลค่าราว 2-4 ล้านล้านบาทต่อปี คิดเป็น 10-20% ของ GDP ส่งผลต่อการสร้างรายได้เพิ่มให้ SMEs และเศรษฐกิจหมุนเวียนในประเทศ ทั้งยังเป็นเกราะป้องกันวิกฤตภูมิรัฐศาสตร์ หากพัฒนาให้ไทยผลิตสินค้าทุนในประเทศได้ 30–50% ของที่นำเข้าอยู่ จะสามารถสร้าง resilience ได้ใน 3 มิติ คือ 1) ความมั่นคงด้านพลังงาน  2) ความยืดหยุ่นของ Supply Chain และ 3) ความสามารถในการรับมือวิกฤตระยะยาว" 

ดร.ชนะกล่าว และอธิบายภาพรวมของ 'สินค้าทุนนำเข้า' ว่าเป็นสินค้าที่เราจ่ายเงินออกไปนอกประเทศเพื่อซื้อกลับมาใช้ในอุตสาหกรรมของเรา หรือนำเข้ามาประกอบในประเทศไทยแล้วส่งออกไป และยกตัวอย่างการเปลี่ยน 'สินค้าทุนนำเข้า' เป็น 'เศรษฐกิจภายในประเทศ' ได้สำเร็จ เกิดขึ้นแล้วใน สระบุรีแซนด์บ็อกซ์ (Saraburi Sandbox) ซึ่งลดการพึ่งพา 'ถ่านหิน' ที่ใช้ในอุตสาหกรรมการผลิตปูนลงอย่างต่อเนื่อง

สระบุรีแซนด์บ็อกซ์ เปลี่ยนการใช้พลังงานจาก 'ถ่านหิน' ซึ่งเป็นสินค้าทุนนำเข้าประมาณ 4 ล้านตันต่อปี คิดเป็นมูลค่าสินค้านำเข้าราว 12,000 ล้านบาท มาใช้พลังงานทดแทนจากขยะจากชุมชนและการเกษตร รวมถึงชีวมวล จนเกิดเป็นธุรกิจคาร์บอนต่ำ และสร้าง SMEs ในพื้นที่ได้เป็นร้อยๆ ราย

เมื่อผสานแนวทางขับเคลื่อนอุตสาหกรรมไทยก้าวกระโดดสู่ SMART INDUSTRY โดยเอสซีจีกับเครือข่าย และภาครัฐ สรุปได้เป็น 5 SMART + ร่วมลงมือทำ (PPPP Model) กับ 3 ทุน

  • 1. Smart Industry เพิ่มประสิทธิภาพการผลิต 2 เท่า 
  • 2. Smart Market สร้างตลาดในประเทศ และขยายตลาดต่างประเทศ
  • 3. Smart Funding สนับสนุนเงินทุน SMEs เพื่อการเปลี่ยนผ่าน 
  • 4. Smart & Green Infrastructure ส่งเสริมการลดต้นทุนพลังงานและโลจิสติกส์ 
  • 5. Smart Government ผลักดันการดำเนินงานของราชการให้รวดเร็ว สะดวก โปร่งใส 

พลัสด้วย PPPP Model (Public Private People Partnership) ความร่วมมือภาครัฐ เอกชน และประชาสังคม โดยร่วมทำบนจุดแข็งของตัวเอง และยกระดับ ‘สระบุรีโมเดล’ ที่ประสบความสำเร็จ เป็น Thailand Model ขยายผลวิธีการทำงานด้วยความร่วมมือ โดยภาครัฐวางแนวทาง เอกชนขับเคลื่อน และประชาชนได้ประโยชน์ 

นอกจากนี้ คุณชนะบอกอีกว่า ไทยต้องมีพลังขับเคลื่อนให้สามารถแข่งขันได้ในระยะยาวด้วยการสร้าง 3 ทุน คือ 

  • ทุนมนุษย์ (Human Capital) ที่มีเอกชนร่วมออกแบบหลักสูตรการศึกษา เพื่อผลิตแรงงานให้ตรงความต้องการของภาคอุตสาหกรรม 
  • ทุนข้อมูล (Information Capital) เชื่อมโยงข้อมูลทุกมิติระดับชาติ เพิ่มประสิทธิภาพ ลดต้นทุนแฝง
  • ทุนองค์กร (Organization Capital) ขับเคลื่อนนโยบายด้วยวัฒนธรรมความร่วมมือระหว่างรัฐและเอกชน

“ถึงเวลาที่ภาคเอกชนและภาครัฐร่วมกันทำอย่างจริงจังต่อเนื่องและเข้าใจบริบทของกันและกัน เพื่อขับเคลื่อนอุตสาหกรรมไทยก้าวกระโดด โดยเริ่มเป็นส่วนหนึ่งของการแก้ปัญหา เพิ่ม Productivity และ GDP ของประเทศให้โตขึ้น 2 เท่า และเพิ่มส่วนแบ่งทางเศรษฐกิจจาก GDP ของ SMEs 35% เป็น 50% ให้ได้ เพื่ออนาคตของอุตสาหกรรมไทยแข่งขันได้ และผงาดสู่ความเป็นหนึ่งในภูมิภาค” ดร.ชนะกล่าวปิดท้าย

ลงทะเบียนเข้าสู่ระบบ เพื่ออ่านบทความฟรีไม่จำกัด

No comment

RELATED ARTICLE

Responsive image

MIT ปรับกฎเหล็กหนุน Startup รับกระแส AI อาจารย์-นศ. ลาไปทำธุรกิจได้แบบไร้ความเสี่ยง

เจาะลึกแผนปฏิรูปครั้งใหญ่ของ MIT แก้กฎการลางานและดรอปเรียน เปิดทางอาจารย์และนักศึกษาปั้น Startup รับเทรนด์ AI บูม ล้มแล้วกลับมาเรียนต่อได้ทันที พร้อมทุนหนุนเกือบ 3 ล้านบาท...

Responsive image

SCB 10X ลงทุนใน Gradient Fund V เปิดทางเข้าถึงสตาร์ทอัพ AI ระยะเริ่มต้นทั่วโลก

SCB 10X บริษัทด้านการลงทุนในเทคโนโลยีเปลี่ยนโลก (Disruptive Technology) ภายใต้กลุ่มเอสซีบีเอกซ์ ประกาศลงทุนใน Gradient Fund V กองทุนล่าสุดจาก Gradient บริษัท Venture Capital ระยะเร...

Responsive image

SpaceX ยื่น IPO แล้ว คาดภายในมิถุนายนนี้ ปูทางสร้างอาณานิคมดาวอังคาร และ Data Center ในอวกาศ ใหญ่ที่สุดในประวัติศาสตร์มนุษยชาติ

SpaceX เตรียม IPO ครั้งประวัติศาสตร์! ยื่นไฟลิ่งลับระดมทุนเฉียด 7.5 หมื่นล้านเหรียญ ดันมูลค่าบริษัททะลุ 1 ล้านล้านดอลลาร์ เจาะลึกแผนกลยุทธ์ อีลอน มัสก์ ควบรวม xAI และภารกิจกู้ซาก X...