SCG Packaging ประกาศแผนปี 2021 ลุย synergy ธุรกิจต่อเนื่อง ตั้งเป้ายอดขายโตทะลุ แสนล้าน


ท่ามกลางสภาวะเศรษฐกิจโลกที่ผันผวนและผลกระทบจาก COVID-19 บริษัทเอสซีจี แพคเกจจิ้ง จำกัด (มหาชน) หรือ SCGP ยังเติบโตอย่างแข็งแกร่งในปี 2563 จากโมเดลธุรกิจการนำเสนอโซลูชันด้านบรรจุภัณฑ์ที่หลากหลายตอบสนองความต้องการใช้ที่เพิ่มขึ้น ควบคู่กับการบริหารซับพลายเชนและการขยายธุรกิจเพิ่มพอร์ตบรรจุภัณฑ์ปลายน้ำสอดคล้องกับสถานการณ์ และในปี 2564 บริษัทจะวางกลยุทธ์สร้างการเติบได้อย่างไร ในขณะที่ยังคงเผชิญกับปัจจัยแวดล้อมที่ยังกดดันอยู่ในขณะนี้ 

คุณวิชาญ จิตร์ภักดี ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร บริษัทเอสซีจี แพคเกจจิ้ง จำกัด (มหาชน) หรือ SCGP เปิดเผยว่า ภาพรวมผลการดำเนินงานของทั้งปี 2563 แม้ต้องเผชิญกับความผันผวนของเศรษฐกิจและการระบาดของโรค COVID-19 บริษัทฯ ยังคงรักษาการเติบโตอย่างต่อเนื่อง ซึ่งมีปัจจัยมาจากการนำเสนอโซลูชันด้านบรรจุภัณฑ์ที่หลากหลาย การบริหารต้นทุน วัตถุดิบ และซัพพลายเชนที่มีการปรับพอร์ตการผลิตสินค้าให้สอดคล้องกับสถานการณ์ การขยายฐานธุรกิจบรรจุภัณฑ์ปลายน้ำ (Downstream) และการควบรวมกิจการ (Merger & Partnership หรือ M&P) เพื่อขยายฐานธุรกิจในภูมิภาคอาเซียน รวมถึงการแลกเปลี่ยนจุดแข็งและสร้างประโยชน์จากการผนึกพลัง (Synergy) กับ PT Fajar Surya Wisesa Tbk. และ Visy Packaging (Thailand) Limited

ผลงานปี 2020

ในปี 2563 บริษัทมีรายได้จากการขาย 92,786 ล้านบาท เพิ่มขึ้นร้อยละ 4 จากปีก่อน กำไรสุทธิ 6,457 ล้านบาท เพิ่มขึ้นร้อยละ 23 จากปีก่อน และมี EBITDA (กำไรก่อนหักต้นทุนทางการเงิน ภาษีเงินได้ ค่าเสื่อมราคาและค่าตัดจำหน่าย ไม่รวมเงินปันผลรับจากบริษัทร่วม และรวมกำไรขาดทุนจากอัตราแลกเปลี่ยนของเงินกู้ยืมตั้งแต่ไตรมาสที่ 1 ของปี 2562) เท่ากับ 16,876 ล้านบาท เพิ่มขึ้นร้อยละ 11 จากปีก่อน

สำหรับผลการดำเนินงานในไตรมาสที่ 4 ปี 2563 เติบโตอย่างแข็งแกร่งเมื่อเทียบกับช่วงเดียวกันของปีก่อนเช่นกัน โดยมีรายได้จากการขาย 23,596 ล้านบาท เพิ่มขึ้นร้อยละ 2 จากช่วงเดียวกันของปีก่อน กำไรสุทธิ 1,486 ล้านบาท เพิ่มขึ้นร้อยละ 24 จากช่วงเดียวกันของปีก่อน และมี EBITDA เท่ากับ 4,211 ล้านบาท เพิ่มขึ้นร้อยละ 9 จากช่วงเดียวกันของปีก่อน จากความต้องการใช้บรรจุภัณฑ์ที่มากขึ้นในกลุ่มอาหารและเครื่องดื่ม สินค้าอุปโภคบริโภค และบรรจุภัณฑ์อาหาร (Foodservice Packaging) โดยเฉพาะในช่วงเทศกาลปลายปี รวมถึงมาตรการกระตุ้นเศรษฐกิจในประเทศอินโดนีเซีย

อย่างไรก็ตามจากสถานการณ์โรคระบาดในบางประเทศที่ปรับตัวดีขึ้น การออกมาตรการกระตุ้นเศรษฐกิจของประเทศต่าง ๆ ความต้องการใช้บรรจุภัณฑ์สำหรับอาหารและเครื่องดื่ม (F&B) สินค้าอุปโภคบริโภค การขยายตัวของอีคอมเมิร์ซ การเลือกใช้บรรจุภัณฑ์อาหารที่มีความปลอดภัยเพิ่มขึ้น ส่งผลดีต่อยอดขายบรรจุภัณฑ์ของ SCGP ในช่วงไตรมาสสุดท้ายของปีที่ผ่านมา

โดยช่วงไตรมาสที่ 4 ของปีที่ผ่านมา SCGP ได้เข้าลงทุนใน Bien Hoa Packaging Joint Stock Company (SOVI) ในประเทศเวียดนาม เพื่อการขยายธุรกิจบรรจุภัณฑ์ปลายน้ำและเสริมความแข็งแกร่ง ด้วยการบูรณาการกับธุรกิจบรรจุภัณฑ์ต้นน้ำของ SCGP ในประเทศเวียดนาม และการลงทุนล่าสุดใน Go-Pak UK Limited (Go-Pak) ผู้ผลิตบรรจุภัณฑ์อาหารชั้นนำ จะส่งผลให้ SCGP สามารถขยายตลาดใหม่ในสหราชอาณาจักร ยุโรปและอเมริกาเหนือ เพิ่มความหลากหลายของผลิตภัณฑ์  ทั้งนี้การขยายธุรกิจใน SOVI และ Go-Pak จะช่วยเสริมสร้างศักยภาพการนำเสนอบรรจุภัณฑ์แบบครบวงจรและเพิ่มรายได้ให้ SCGP กว่า 5,000 ล้านบาทต่อปี

กลยุทธ์ดำเนินธุรกิจปี 2021     

คุณวิชาญ กล่าวว่า บริษัทคาดว่ายอดขายรวมในปี 2564 จะสามารถทำได้เกิน 100,000 ล้านบาท โดยบริษัทฯ ได้ตั้งงบลงทุนประมาณ 20,000 ล้านบาท โดยจะลงทุนขยายธุรกิจด้านบรรจุภัณฑ์ปลายน้ำในภูมิภาคอาเซียนอย่างต่อเนื่อง ทั้งนี้โครงการขยายกำลังผลิตกระดาษบรรจุภัณฑ์ในประเทศอินโดนีเซียและฟิลิปปินส์ และโครงการขยายบรรจุภัณฑ์โพลิเมอร์ในประเทศไทยจะแล้วเสร็จและเริ่มดำเนินการได้ภายในปีนี้ นอกจากนี้ได้วางแผนบริหารจัดการธุรกิจอย่างมีประสิทธิภาพ เพื่อขยายฐานลูกค้าในกลุ่มอุตสาหกรรมการผลิตสินค้าอุปโภคบริโภค รองรับภาพรวมอุตสาหกรรมบรรจุภัณฑ์ในระดับภูมิภาคที่มีแนวโน้มขยายตัวตามการฟื้นตัวของเศรษฐกิจหากสถานการณ์ระบาดของโรค COVID-19 เริ่มคลี่คลาย โดยคาดว่าความต้องการบรรจุภัณฑ์อาหาร สินค้าอุปโภคบริโภค และสินค้าเพื่อสุขภาพ จะยังคงขยายตัวในปีนี้ และในระยะยาวคาดว่าอุตสาหกรรมบรรจุภัณฑ์จะได้รับปัจจัยบวกจากการเคลื่อนย้ายฐานการผลิตสินค้ามายังภูมิภาคอาเซียน  

SCGP ให้ความสำคัญกับการขับเคลื่อนองค์กรโดยคำนึงถึงสิ่งแวดล้อม สังคม และธรรมาภิบาล (ESG) มุ่งเน้นดูแลสังคม รักษาสิ่งแวดล้อม การใช้ทรัพยากรอย่างคุ้มค่า การใช้พลังงานทดแทนในสัดส่วนที่เพิ่มขึ้น และพัฒนานวัตกรรมด้านบรรจุภัณฑ์ เพื่อการดูแลรักษาสิ่งแวดล้อมและยกระดับคุณภาพชีวิตของผู้บริโภค เช่น การพัฒนา R-1 นวัตกรรมบรรจุภัณฑ์พอลิเมอร์แบบอ่อนตัว (Flexible Packaging) ที่ผลิตจากฟิล์มประกบหลายชั้น ช่วยปกป้องสินค้าและทนทานแรงกระแทกได้ดี สามารถนำกลับมารีไซเคิลเป็นเม็ดพลาสติกและวัสดุอื่น ๆ ได้อย่างมีคุณภาพ ซึ่ง SCGP ได้ร่วมกับกลุ่มบริษัท ดาว (ประเทศไทย) และข้าวตราฉัตร พัฒนา R-1 เป็นถุงข้าวรักษ์โลกที่สามารถนำกลับมารีไซเคิลได้ 100% สอดคล้องกับการดำเนินธุรกิจด้วยปรัชญาเศรษฐกิจหมุนเวียนในการนำทรัพยากรกลับมาใช้ให้เกิดประโยชน์สูงสุด 





 

ลงทะเบียนเข้าสู่ระบบ เพื่ออ่านบทความฟรีไม่จำกัด

No comment

RELATED ARTICLE

Responsive image

NVIDIA ส่ง GPT 5.5 ให้พนักงานใช้ ทึ่งจนพูดไม่ออกทั้งบริษัท! Debug จากที่เคยเป็นวันเหลือเพียงไม่กี่ชั่วโมง โค้ดเบสซับซ้อนเสร็จได้ข้ามคืน

OpenAI เปิดตัว GPT-5.5 พร้อมส่งให้พนักงาน NVIDIA 10,000 คนใช้ผ่าน Codex บน GB200 NVL72 ลดต้นทุนต่อ Token 35 เท่า ลดเวลา Debug จากวันเหลือชั่วโมง พร้อม Cloud VM ส่วนตัวและ Zero-Data...

Responsive image

'Project Deal' เมื่อ Anthropic ปล่อย AI ต่อรองซื้อขายของแทนมนุษย์ โมเดลแพง ได้ดีลดี โมเดลถูก แพ้แบบไม่รู้ตัว

ลองนึกภาพว่าเช้าวันหนึ่งคุณตื่นมาแล้วพบว่า AI ผู้ช่วยส่วนตัวของคุณซื้อลูกปิงปอง 19 ลูกมาให้ตัวเอง เพราะมันบอกว่า 'เจ้านายอนุญาตให้ซื้อของขวัญให้ตัวเองได้ในราคาไม่เกิน 5 ดอลลาร์ และ...

Responsive image

สรุปผลโครงการ AI for Teachers ครูไทย 1.6 แสนคนใช้ AI ประหยัดเวลา 4 ชม. ต่อสัปดาห์

เจาะลึกสถิติ 6 เดือนแรกของโครงการ AI for Teachers เมื่อครูไทยกว่า 1.6 แสนคนใช้ AI ช่วยงานประหยัดเวลาได้ 4 ชม./สัปดาห์ เทียบเท่าการมีครูเพิ่มขึ้นถึง 95 คน พบคำตอบว่า AI พลิกโฉมห้อง...