3 ผู้บริหาร SET กางแผน 3 ปี ชู 3 กลยุทธ์ ยกระดับตลาดทุนไทย เร่งฟื้นความเชื่อมั่น

SET3 ผู้บริหารจากตลาดหลักทรัพย์แห่งประเทศไทยที่มาร่วมเปิดแผนงานระยะ 3 ปี (จากซ้าย) คุณสรวิศ ไกรฤกษ์ รองผู้จัดการ หัวหน้าสายงานการตลาด คุณอัสสเดช คงสิริ กรรมการและผู้จัดการ และดร.ศรพล ตุลยะเสถียร รองผู้จัดการ หัวหน้าสายงานกลยุทธ์องค์กรและการเงินตลาดหลักทรัพย์แห่งประเทศไทย (SET) ประกาศแผน 3 ปี (2569-2571) ยกระดับตลาดทุนไทยทุกมิติ เร่งฟื้นความเชื่อมั่น เพิ่มโอกาสลงทุนด้วยสินค้าใหม่ ดึงดูดกระแสทุนต่างประเทศ ภายใต้แนวคิด 'The Trusted Gateway to Inclusive Opportunities' ประตูสู่โอกาสลงทุนที่กว้างขึ้น รุกเพิ่มประสิทธิภาพตลาดทุนไทย โดยชู 3 กลยุทธ์หลัก ตลอดจนจับมือทุกภาคส่วน ขับเคลื่อนตลาดทุนไทย ปลดล็อกอุปสรรค ผลักดันให้เกิดการเติบโตภายใต้ภาวะตลาดชะลอตัวและปัจจัยความผันผวนรอบด้าน

SET

คุณอัสสเดช คงสิริ กรรมการและผู้จัดการ ตลาดหลักทรัพย์แห่งประเทศไทย เปิดเผยว่า ตลาดหลักทรัพย์ฯ ไม่ได้นิ่งนอนใจต่อความท้าทายที่เผชิญอยู่ ทั้งความเชื่อมั่นในตลาดทุนไทยที่ลดลง สภาพคล่องการซื้อขายที่หดตัว การขาดจำนวนธุรกิจอุตสาหกรรมใหม่เข้าจดทะเบียน การแข่งขันจากต่างประเทศ และสินทรัพย์ทางเลือก รวมถึงปัจจัยความเสี่ยงหลาย ๆ ด้านที่เพิ่มมากขึ้น อาทิ ความไม่แน่นอนทางการเมือง เศรษฐกิจชะลอตัว ความขัดแย้งระหว่างประเทศ

SET

"จากการวิเคราะห์สถานการณ์อย่างรอบด้าน ตลาดทุนไทยต้องปรับตัวครั้งใหญ่เพื่อให้กลับมาเป็นทางเลือกการลงทุนที่น่าสนใจ แผน 3 ปีนี้จะดำเนินการเชิงรุกในทุกมิติ ไม่ว่าจะเป็นการสร้างความน่าดึงดูดของตลาด (Attractiveness) การเพิ่มสภาพคล่อง (Liquidity) การเพิ่มมูลค่าของบริษัทจดทะเบียน (Valuation) และที่สำคัญคือการฟื้นฟูความเชื่อมั่น พร้อมสร้างโอกาสใหม่ ๆ ให้ทุกภาคส่วน” คุณอัสสเดชกล่าว

แผนกลยุทธ์กลุ่มตลาดหลักทรัพย์ฯ ระยะ 3 ปี

ภายใต้แนวคิด “The Trusted Gateway to Inclusive Opportunities” ตลาดหลักทรัพย์ฯ เผยแผนกลยุทธ์กลุ่มตลาดฯ ระยะ 3 ปี (2569-2571) ว่ามี 3 กลยุทธ์หลัก ดังนี้ 

SET

1. รุกสร้างโอกาส เสริมสภาพคล่อง เพิ่มความเชื่อมั่น (Exciting Markets with Confidence) 

  • ดึงดูด Fund Flow: ผนึกกำลังกับพันธมิตรกระตุ้นให้ผู้ลงทุนกลับมาซื้อขายและขยายฐานผู้ลงทุนใหม่ หลังปี 2568 สภาพคล่องปรับลดลงจากหลายปัจจัยที่กดดัน โดยจะมีการเพิ่มสินค้าใหม่ Bond Connect Platform, Crypto ETF พร้อมขยาย DR และ L&I ETF เพื่อตอบโจทย์ผู้ลงทุนกลุ่มต่าง ๆ ที่มีความต้องการที่หลากหลาย ควบคู่ไปกับการพัฒนาแอปพลิเคชันใหม่ให้เป็นศูนย์รวมพอร์ตลงทุนสินทรัพย์ทุกประเภท เพื่อเพิ่มความสะดวกผู้ลงทุน นอกจากนี้ เตรียมจัดโรดโชว์ inbound และ outbound เพื่อดึงดูดการลงทุนจากต่างประเทศ ควบคู่ไปกับการทบทวนกฎเกณฑ์เพื่อปลดล็อกอุปสรรคการลงทุนจากต่างประเทศ

  • ยกระดับบริษัทจดทะเบียนด้วยคุณภาพ: ผนึกหน่วยงานกำกับฯ ทบทวนกฎเกณฑ์และกระบวนการ IPO ให้รวดเร็วขึ้น เพื่อยกระดับคุณภาพและดึงดูดธุรกิจที่มีศักยภาพเข้าจดทะเบียนในตลาดหลักทรัพย์ไทย และผลักดันให้สามารถแข่งขันกับตลาดหุ้นต่างประเทศได้ พร้อมร่วมมือกับสำนักงานคณะกรรมการส่งเสริมการลงทุน (BOI) และโครงการพัฒนาระเบียงเศรษฐกิจพิเศษภาคตะวันออก (EEC) ดึงดูดบริษัทกลุ่ม New Economy, บริษัทต่างชาติ รวมถึง SME และ Startup เข้าสู่ตลาดทุนไทย ขณะเดียวกัน มุ่งสร้างมูลค่าเพิ่ม บจ. ปัจจุบัน เดินหน้าสร้าง visibility แผนงานของ บจ. ในโครงการ JUMP+ ต่อเนื่อง ควบคู่ไปกับการเสริมสร้างความเข้มแข็งด้านบรรษัทภิบาลของ บจ. ไทย 

  • รุก TFEX เสริมกลยุทธ์ลงทุน: ส่งเสริมการใช้ TFEX เสริมพอร์ตหุ้นอย่างจริงจัง สร้างกลยุทธ์การลงทุน พร้อมเพิ่มสินค้าอนุพันธ์ใหม่ๆ ขยายโอกาสการลงทุน เช่น ตราสารอนุพันธ์ระยะสั้น (Short-dated products) Crypto-based product เป็นต้น ตลอดจนเพิ่มสภาพคล่องทางการซื้อขายผ่านการทำงานของ Market Maker และ Professional Trader พร้อมร่วมมือกับบริษัทหลักทรัพย์ทั้งในและต่างประเทศขยายฐานผู้ลงทุนในวงกว้าง 

SET

2. ผนึกกำลัง ขยายการเติบโต (Grow Business with Stakeholders) 

  • สร้าง SET Climate Ecosystem: ร่วมกับพันธมิตรขยายการใช้งาน SETCarbon ในกลุ่ม บจ. รวมถึง Supply chain ของ บจ. ธนาคาร และลูกค้าธนาคาร โดยมีแผนพัฒนาฟังก์ชันให้ครบวงจรตอบโจทย์ความต้องการของธุรกิจ ตั้งเป้า บจ. ใช้งานระบบเพิ่มขึ้นอีก 100 บริษัท พร้อมมุ่งเป็นกลไกสำคัญในการพัฒนาฐานข้อมูลคาร์บอนกลางของประเทศด้วยมาตรฐานข้อมูลเดียวกันสำหรับทุกภาคส่วน รวมทั้งสนับสนุนโครงสร้างพื้นฐานเพื่อการซื้อขายคาร์บอนเครดิต และเตรียมพร้อมทุกภาคส่วนให้รองรับ พ.ร.บ. การเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศ

  • ต่อยอดธุรกิจ Market Data & Access: นำ AI มาพัฒนาข้อมูลให้ตอบโจทย์การใช้งานทั้งภายในและให้บริการภายนอกองค์กร พัฒนานโยบายสำหรับการให้บริการเชิงพาณิชย์ให้เทียบเคียงสากล 

 

3. เสริมแกร่งโครงสร้างพื้นฐาน ขับเคลื่อนพัฒนาคน (Great Process and People)

  • พัฒนาโครงสร้างพื้นฐาน ยกระดับการบริการ: พัฒนาระบบ Clearing ใหม่เพื่อเตรียมการที่จะเริ่มให้บริการในปี 2570 เพื่อยกระดับประสิทธิภาพของระบบ และยกระดับ TSD e-Service เช่น QR Code Sealer, e-Proxy, e-Document, Investor Portal 

  • วางรากฐานพัฒนาคน: ขับเคลื่อนบุคลากรเพื่อสอดรับกับทิศทางองค์กรและธุรกิจ พร้อมสร้างวัฒนธรรมองค์กรที่เปิดกว้างและประยุกต์ใช้เทคโนโลยี สร้างสรรค์นวัตกรรมและโมเดลธุรกิจใหม่ๆ นำการเปลี่ยนแปลงในอุตสาหกรรม และตระหนักถึงความยั่งยืน 

ตลาดหลักทรัพย์ฯ หวังว่าการดำเนินการตามแผนกลยุทธ์ทั้ง 3 ด้าน จะช่วยให้ตลาดทุนไทยกลับมามีบทบาทสำคัญในการขับเคลื่อนเศรษฐกิจของประเทศ ตอกย้ำความมุ่งมั่นของตลาดหลักทรัพย์ฯ ที่จะเชื่อมโยงทุกภาคส่วนเข้าสู่ตลาดทุน และสร้างโอกาสการลงทุนที่ยั่งยืนอย่างทั่วถึงสำหรับทุกคน

ลงทะเบียนเข้าสู่ระบบ เพื่ออ่านบทความฟรีไม่จำกัด

No comment

RELATED ARTICLE

Responsive image

รู้จัก Memento-skills เครื่องมือแก้จุดอ่อน AI Agent ให้ AI สร้าง และพัฒนา Skill ได้เอง แก้ปัญหาหยุดเรียนรู้หลัง Deploy

Memento-Skills เปิดทางให้ระบบสามารถสร้าง ปรับปรุง และสะสม Skill ของตัวเองจากการใช้งานจริง พร้อมยกระดับประสิทธิภาพโดยไม่ต้องเทรนโมเดลใหม่ แก้ปัญหา AI agent หยุดเรียนรู้หลัง Deploy...

Responsive image

สรุปงาน GrabX 2026 เปิดตัว 13 นวัตกรรม AI พลิกโฉมจาก Super App สู่ Intelligent Guide

เจาะลึกไฮไลต์ GrabX 2026 เมื่อ Grab ประกาศทรานส์ฟอร์มสู่ Intelligent Everyday Guide ด้วย 13 นวัตกรรม AI ใหม่ล่าสุด ที่จะเปลี่ยนการเดินทาง การกิน และการทำธุรกิจในอาเซียนไปตลอดกาล...

Responsive image

Terahop ผู้นำ Optical Transceiver ลงทุนไทย 30,000 ล้าน ครอบคลุม R&D ผลิต ประกอบ ทดสอบ หนุนไทยสู่ศูนย์กลาง AI Supply Chain

Terahop ผู้ผลิต Optical Transceiver ชั้นนำของโลกจากจีน ฉลองครบ 5 ปีในไทย ลงทุนสะสม 3 หมื่นล้านบาท จ้างงานกว่าหมื่นคน ตั้งฐานผลิตหลักที่สระบุรีและกำลังขยายโรงงานที่ 2 ที่อยุธยา ส่งอ...