อินโดนีเซีย รับรองวัคซีนต้านโควิด Sinovac จากจีน ใช้ในกรณีฉุกเฉินแล้ว

อินโดนีเซียได้อนุมัติวัคซีนต้าน COVID-19  ของบริษัท Sinovac Biotech Ltd. จากจีน เพื่อใช้ในกรณีฉุกเฉิน

sinovac

Penny Lukito  หัวหน้าองค์การอาหารและยาของอินโดนีเซีย กล่าวว่า  วัคซีนของ Sinovac มีประสิทธิภาพอยู่ที่ประมาณ 65% และอยู่ระหว่างการทดลองระยะสุดท้ายในเมืองบันดุง ของอินโดนีเซีย และทางอย. ยังได้มีการพิจารณาจากข้อมูลในการทดลองทางคลินิกจากบราซิลและตุรกี ประกอบการตัดสินใจด้วย 

“Sinovac  เป็นวัคซีนที่ปลอดภัยมาก และมันจะเป็นความหวังในการลดจำนวนผู้ป่วยโควิดลงได้” หัวหน้าองค์การอาหารและยาของอินโดนีเซีย กล่าว 

สำหรับการอนุมัติใช้วัคซีน Sinovac ครั้งนี้ถือเป็นครั้งแรกที่ได้มีการรับรองให้ใช้นอกแผ่นดินจีน 

โจโก วีโดโด ประธานาธิบดีอินโดนีเซีย เปิดเผยว่า ทางการจะมีการฉีดวัคซีนรอบแรกในวันที่ 13 มกราคมนี้ ท่ามกลางเหล่าอินฟลูเอนเซอร์ และผู้นำทางศาสนา เพื่อเป็นการเรียกความเชื่อมั่นและสร้างความมั่นใจให้กับวัคซีนดังกล่าวในกลุ่มประชากรของอินโดนีเซียกว่า 270 ล้านคน เพื่อควบคุมกรแพร่ระบาดที่ปัจจุบันมีผู้ติดเชื้อกว่า 770,000 คนแล้ว 

ทั้งนี้ Sinovac ได้มีการส่งวัคซีนโควิดจำนวน 3 ล้านโดสไปยังอินโดนีเซียแล้ว และอินโดนีเซียมีแผนที่จะฉีดวัคซีนให้ครอบคลุมประชากรกว่า 181.5 ล้านคนภายในเดือนมีนาคม 2565


อ้างอิงจาก Bloomberg


ลงทะเบียนเข้าสู่ระบบ เพื่ออ่านบทความฟรีไม่จำกัด

No comment

RELATED ARTICLE

Responsive image

เมื่อกฎหมายไม่ใช่คอขวด เจาะอนาคตสินทรัพย์ดิจิทัลอาเซียน ผ่านรายงาน SCBX และ Hashed Open Research ชี้ทิศทางอนาคตการเงินดิจิทัลแห่งเอเชียตะวันออกเฉียงใต้

SCBX ร่วมกับ Hashed Open Research (HOR) หน่วยงานคลังสมองด้านนโยบายของ Hashed บริษัทเวนเจอร์แคปิทัลด้าน Web3 ระดับโลก เปิดตัวรายงาน "Powering Southeast Asia's Digital Future" ซึ่งกล...

Responsive image

สจล. ปรับบทบาทครั้งใหญ่ ให้เริ่มทำโปรเจกต์จริงตั้งแต่ปี 1 ตอบโจทย์แวดวง AI, Semiconductor, Data Center

สจล. ปรับบทบาทมุ่งสร้าง "นวัตกร" รองรับอุตสาหกรรมอนาคต ดันสถิติบัณฑิตมีงานทำพุ่ง 85% สูงกว่าค่าเฉลี่ยประเทศ พร้อมคว้าอันดับ 1 มหาวิทยาลัยยอดนิยมสายวิทย์-เทคโนโลยี...

Responsive image

Hugging Face เล็งขายกิจการ คาดมูลค่าพุ่ง 1.3 หมื่นล้านดอลลาร์ เดินหน้าหาผู้ซื้อรายใหม่

Hugging Face กำลังเล็งขายกิจการ ซึ่งถ้าดีลนี้เกิดขึ้นจริงอาจดันมูลค่าบริษัทให้ทะยานสูงถึง 1.3 หมื่นล้านดอลลาร์สหรัฐหรืออาจมากกว่านั้น...