ความสำเร็จไม่ใช่ของตาย และโลกไม่ใช่ที่ของคนหยุดนิ่ง 5 นาทีกับสารที่ ลี เซียน ลุง ส่งถึงคนทำงานยุคใหม่

รัฐมนตรีอาวุโส ลี เซียน ลุง ได้ส่งสารถึงคนในชาติเกี่ยวกับพายุที่กำลังก่อตัว ในระดับภูมิรัฐศาสตร์โลก สารถือเป็นเครื่องเตือนใจที่สำคัญว่า แม้สิงคโปร์จะประสบความสำเร็จอย่างงดงามในปี 2025 ด้วยตัวเลข GDP ที่เติบโตถึง 5% เกินความคาดหมาย แต่โลกใบเดิมที่เคยพยากรณ์ได้กำลังถูกแทนที่ด้วยความไม่แน่นอนที่ทวีความรุนแรงขึ้น

ลี เซียน ลุง ชี้ให้เห็นว่าสถานการณ์ในตะวันออกกลางได้ก้าวเข้าสู่จุดเปลี่ยนสำคัญ เมื่ออิสราเอลและสหรัฐฯ เปิดฉากโจมตีอิหร่านร่วมกันอย่างเป็นทางการ สงครามที่ปะทุขึ้นนี้ไม่ได้เป็นเพียงความขัดแย้งในเชิงพรมแดน แต่มันคือโดมิโนตัวแรกที่จะส่งแรงสั่นสะเทือนผ่านราคาพลังงาน และลามไปถึงห่วงโซ่อุปทานโลกอย่างเลี่ยงไม่ได้ 

สำหรับประเทศที่พึ่งพาการนำเข้าและเป็นฟันเฟืองสำคัญของระบบเศรษฐกิจเปิดอย่างสิงคโปร์ ผลกระทบเหล่านี้เปรียบเสมือนคลื่นใต้น้ำที่พร้อมจะกระทบฝั่งได้ทุกเมื่อ

Digital Transformation และ AI จะเป็นทางรอดเดียวในโลกที่เดาทางไม่ได้

สิ่งที่น่ากังวลไม่แพ้เสียงปืนในตะวันออกกลาง คือความผันผวนของนโยบายการค้าระหว่างประเทศ โดยเฉพาะท่าทีของสหรัฐฯ ในช่วงสัปดาห์ที่ผ่านมา ลี เซียน ลุงได้หยิบยกประเด็นเรื่องกำแพงภาษีที่ศาลฎีกาสหรัฐฯ เพิ่งตัดสินว่าผิดกฎหมาย 

แต่รัฐบาลสหรัฐฯ กลับใช้อำนาจอื่นในการประกาศจัดเก็บภาษีแบบเหมาจ่าย 10% กับทุกประเทศทั่วโลก ก่อนจะมีการขยับตัวเลขขึ้นไปเป็น 15% ภายในวันเดียว และกลับมาค้างอยู่ที่ 10% ในท้ายที่สุด

สภาวะที่ลี เซียน ลุง เรียกว่า Dramatic Twists and Turns นี้ คือยาพิษขนานเอกสำหรับบรรยากาศการค้าและการลงทุนโลก เมื่อภาคธุรกิจไม่สามารถคาดเดาต้นทุนหรือความเสี่ยงในวันพรุ่งนี้ได้ การชะลอการลงทุนจึงเกิดขึ้นโดยอัตโนมัติ ซึ่งส่งผลกระทบโดยตรงต่อสิงคโปร์ในฐานะตัวกลางทางการค้าและศูนย์กลางการเงินระดับโลกที่อาศัยความเชื่อมั่นและความนิ่งของกลไกตลาดเป็นหลัก

ทางรอดในโลก New Normal จากสวัสดิการรัฐสู่การติดอาวุธด้วย AI

ในขณะที่โลกภายนอกอยู่นอกเหนือการควบคุม รัฐบาลสิงคโปร์จึงเลือกโฟกัสที่ความพร้อมภายใน 

โดยลี เซียน ลุง ระบุว่า นายกรัฐมนตรี ลอว์เรนซ์ วอง ได้วางหมากสำคัญผ่านงบประมาณแผ่นดินที่เน้นการประคองค่าครองชีพไปพร้อมกับการยกระดับศักยภาพของพลเมืองผ่านมาตรการเชิงรุก ได้แก่

  • Safety Net ระยะสั้น การอัดฉีดเงินช่วยเหลือค่าครองชีพพิเศษ 200-400 ดอลลาร์สิงคโปร์ และบัตรกำนัล CDC มูลค่า 500 ดอลลาร์สิงคโปร์ รวมถึงส่วนลดค่าสาธารณูปโภคเพื่อช่วยลดภาระภาคครัวเรือนในวันที่ราคาสินค้าผันผวนจากปัจจัยพลังงาน
  • Long-term Resilience ด้วย AI สิ่งที่น่าสนใจที่สุดในถ้อยแถลงครั้งนี้คือการที่รัฐบาลสิงคโปร์ยกเรื่อง AI ขึ้นมาเป็นวาระแห่งชาติ ย้ำว่ารัฐบาลกำลังทุ่มทรัพยากรจำนวนมหาศาลเพื่อสนับสนุนให้แรงงานสิงคโปร์เรียนรู้และใช้งาน AI ให้เป็น เพราะในโลกที่ต้นทุนสูงขึ้นและแรงงานจำกัด AI จะเป็นเครื่องมือเดียวที่ช่วยให้ธุรกิจเกิดใหม่ได้ภายใต้เงื่อนไขที่ยากลำบาก

จากการข้อพูดในครั้งนีั้ ลี เซียน ลุงทิ้งท้ายด้วยข้อคิดที่เฉียบคมว่า ความสำเร็จของสิงคโปร์ในปีที่ผ่านมาไม่ใช่สิ่งที่ควรทึกทักเอาเองว่าจะเป็นเช่นนั้นตลอดไป ในวันที่โลกไม่มีสูตรสำเร็จตายตัว การเรียนรู้ทักษะใหม่และการปรับเปลี่ยนโมเดลธุรกิจให้มีความยืดหยุ่น คือหนทางเดียวที่จะทำให้สิงคโปร์ก้าวข้ามความท้าทายนี้ไปได้ เพื่อเปลี่ยนความไม่แน่นอนให้กลายเป็นโอกาสครั้งใหม่ในอนาคต

อ้างอิง: channelnewsasia

ลงทะเบียนเข้าสู่ระบบ เพื่ออ่านบทความฟรีไม่จำกัด

No comment

RELATED ARTICLE

Responsive image

เครื่องพิมพ์ 3 มิติจาก MIT สร้างมอเตอร์ขยับได้ใน 3 ชม. ช่วยลดการพึ่งพา Supply Chain ในอนาคต

นักวิจัย MIT พัฒนาเครื่องพิมพ์ 3 มิติที่สามารถพิมพ์มอเตอร์ไฟฟ้าพร้อมชิ้นส่วนขยับได้สำเร็จใน 3 ชั่วโมง ด้วยต้นทุนเพียง 50 เซนต์ นวัตกรรมที่จะมาเปลี่ยนอนาคตการผลิตและห่วงโซ่อุปทานระด...

Responsive image

OpenAI บรรลุข้อตกลงกับกระทรวงกลาโหมสหรัฐฯ ภายในคืนเดียวกับที่ Anthropic ถูกแบน พร้อมเงื่อนไขที่แทบจะเหมือนกันทุกประการ

OpenAI บรรลุข้อตกลงพัฒนาระบบ AI ลับให้เพนตากอน สวนทาง Anthropic ที่ถูกประธานาธิบดีทรัมป์สั่งแบนและตราหน้าเป็นความเสี่ยง เจาะลึกความขัดแย้งและทิศทาง AI ทางทหาร...

Responsive image

ทรัมป์สั่งแบน Anthropic ออกจากระบบลับของกองทัพ! ชี้เป็น 'ภัยคุกคามห่วงโซ่อุปทาน' เหตุไม่ยอมให้ใช้ AI สอดแนมคน

โดนัลด์ ทรัมป์ สั่งแบน Anthropic และ Claude AI จากกองทัพสหรัฐฯ ชี้เป็นภัยความมั่นคง หลังบริษัทปฏิเสธให้ใช้ AI สอดแนมและคุมอาวุธ กระทบวงการเทคฯ สะเทือนแผน IPO ขณะที่ xAI ของอีลอน มั...